MGR Online - รวบกะเทยแสบคาสำนักปฏิบัติธรรมเมืองกาญจนบุรี แอบอ้างร่างทรง “เจ้าหญิงเมืองแก้ว” ตุ๋นเหยื่อบริจาคกว่า 60 ล้าน เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกง นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
วันนี้ (27 ก.พ.) ที่กองปราบปราม เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.พารินท จันทร์เลิศ พ.ต.ท.สุทธิชัย ไชยรัตน์ พ.ต.ท.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย พ.ต.ท.วันพิชิต วัฒนศักดิ์มณฑา รอง ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.มนต์ชัย เพ็งเลิศ สว.กก.5 บก.ป. แถลงผลการจับกุม นายอาทิตย์ตยา แสนยาธรรมโฆษ อายุ 34 ปี สาวประเภทสอง อยู่บ้านเลขที่ 71/1 หมู่ 1 ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ตามหมายศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 9/2560 ลงวันที่ 12 มกราคม 2560 ในข้อหาฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่สำนักปฏิบัติธรรมไม่มีชื่อเลขที่ 134 ม.6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
พล.ต.ต.สุทินกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้รับการร้องเรียนจากนางนริศรา ตีรบุลกุล ว่าตนเองจบการศึกษาปริญญาโท และทำธุรกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา โดยเมื่อปี 2556 ได้รู้จักกับนายอาทิตย์ตยาจากเพื่อนอีกคนที่แนะนำชักชวนให้มาปฏิบัติธรรมกับร่างทรงของเจ้าหญิงแห่งเมืองแก้ว โดยเริ่มจากการสอนธรรมะผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็จะถูกผู้ต้องหาหลอกให้มาปฏิบัติธรรมที่ จ.กาญจนบุรี จากนั้นก็ได้มีการสอนให้ผู้เสียหายบริจาคเงินให้ผู้ต้องหาครั้งละมากๆ แม้ว่าเงินนั้นจะได้มาโดยการทุจริตก็ตามก็จะได้กุศลมาก และห้ามไม่ให้ติดต่อกับญาติ โดยนางนริศราโดนหลอกเงินไปจำนวน 49 ล้านบาท
พล.ต.ต.สุทินกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ก็จะมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการจะคอยพูดโน้มน้าวว่าผู้ต้องหามีอิทธิฤทธิ์ เข้าร่างทรงเป็นเจ้าหญิงเมืองแก้ว แสดงปาฏิหาริย์ต่างๆ โดยจะมีการพูดดัดเสียงได้หลายรูปแบบทั้งเสียงผู้หญิงและผู้ชาย หรือแม้แต่เสียงเด็ก แล้วให้ผู้เสียหายบริจาคเงินให้กับร่างทรงจะได้กุศลมาก และจะได้บรรลุเป็นพระโสดาบันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายรายที่ 2 ซึ่งอยู่ในต่างประเทศโดนหลอกให้บริจาคเงินไป 18 ล้านบาท และผู้เสียหายคนที่ 3 ถูกหลอกให้บริจาคไป 8 แสนบาท
สอบสวนนายอาทิตย์ตยากล่าวว่า การสร้างสำนักปฏิบัติธรรมดังกล่าวนั้นเกิดมาจากการเชิญชวนผู้ที่มีความชอบความคิดและการศึกษาที่เหมือนกันมาร่วมกันสร้างสำนักปฏิบัติธรรมเพื่อใช้ปฏิบัติธรรมในบั้นปลายของชีวิต ไม่ได้เป็นการหลอกหลวงแต่อย่างใด ส่วนเงินในบัญชีก็เป็นบัญชีส่วนกลางตนไม่มีสิทธิ์ในการเบิกจ่าย ตอนนี้ตนดูเหมือนคนผิด อยากให้ประชาชนรอจนกว่าศาลจะตัดสิน
พล.ต.ต.สุทินกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรมนั้นตั้งอยู่ในที่ดิน ภ.บ.ท.5 ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไปว่ามีความผิดหรือไม่ ทั้งนี้จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศว่าเข้าข่ายฉ้อโกงด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงประชาชนว่าการทำบุญทำได้ แต่ควรทำแต่พอดีไม่เดือดร้อนตัวเองด้วย เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากแพรก จ.กาญจนบุรี ดำเนินคดีต่อไป


