xs
xsm
sm
md
lg

แฉจะๆเงินส่วนแบ่งใบสั่ง “เข้าหลวง-จิ๊บๆ” ร้อยละ 10 ส่วนที่เหลือ “ปอบ-กระหัง”รุมทึ้ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


MGR Online –ตำรวจนครบาล 7 ยังไม่ไขข้อข้องใจ คดีอวสานเซลส์แมน ตกลงเงิน 7 หมื่นที่หอบมาจากบ้านสาว”นกต่อ”พบตกอยู่ 2 หมื่นที่เหลืออีก 5 หมื่น “แมว”ตัวไหนเอาไป!!?? หนุนนายกฯลุงตู่จัดระเบียบซื้อขายตำแหน่ง-ตำรวจ ให้ยึดหลักอาวุโสใครครองตำแหน่งก่อน-ได้ก่อน ไม่เกี่ยวพวกแก่กินข้าว หากไม่เอาจริง ม.44 กระจายอำนาจจะเข้าทางกลายเป็น “ตลาด 9 มุมเมือง”

การเป็นตำรวจนั้นคงไม่ยากนัก แต่การเป็นตำรวจที่ดีนั้นยากมาก…เพราะตำรวจต้องทำงานหนักและลำบากตรากตรำ งานปราบอธรรม อำนาจมืด และเหล่ามิจฉาชีพทั้งหลาย เป็นงานที่จะต้องใช้ความรู้ความสามารถเป็นพิเศษ เป็นงานที่สลับซับซ้อนซึ่งมีปัญหามากมาย และอันตรายรอบด้าน

ดังนั้น การที่จะเป็นตำรวจที่ดี จำเป็นอย่างยิ่งที่ตำรวจจะต้องเป็นผู้มีความแกร่งกล้าสามารถทั้งร่างกายและจิตใจ มีวิญญาณและอุดมการณ์ของตำรวจอย่างซื่อตรงและมั่นคง พร้อมเสมอที่จะสละความสุขส่วนตัว เพื่อสันติสุขของประชาชนอย่างจริงใจและบริสุทธิ์ใจ เพียบพร้อมด้วยขันติธรรมและคุณธรรม สามารถยับยั้งชั่งใจตนเองไม่ให้มัวเมาในอำนาจและลาภผลโดยมิชอบได้อย่างสิ้นเชิง เช่นนี้ย่อมถือว่าท่าน“เป็นตำรวจที่ดีของประชาชน” อย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาพระราชทานแก่ตำรวจทั่วประเทศใน ”วารสารตำรวจ” ฉบับปฐมฤกษ์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก...เที่ยวนี้กระพ้มนาย “บิ๊กเกรียน”หายหน้าหายตาไปนานด้วยภารกิจงานราษฎร์งานหลวงรัดตัวแทบกระดิกไม่ได้.... แต่ไงขอการันตีความเที่ยงตรง ทำหน้าที่ “หมาแก่”เฝ้าบ้าน (อีกตัว) อะไรไม่ชอบมาพากล อะไรที่เป็นเสี้ยนทิ่มตำชาวบ้านโดยเฉพาะแวดวงสีกากี กระพ้มนาย “บิ๊กเกรียน”ขอเดินหน้าปะฉะดะ ไม่จำเป็นต้อง “รักตำรวจ”เพราะตำรวจไม่ได้ดูแลกระพ้ม...แต่คนที่ดูแลคือท่านผู้อ่านทั้งหลาย...นิยมMGR ออนไลน์...ชื่นชอบ MGR ออนไลน์...โฆษณาก็ไหลมาเทมา แปลสภาพเป็นเงินเดือนทั้งของกระพ้มและพี่ๆน้องร่วมชายคาท่าพระอาทิตย์...ดังนั้นที่นี่ไม่มีมวยล้ม...ผิดตรงไหนฟาดกันตรงนั้น...แต่ถ้าดีต้องให้กำลังใจ....ว่าแล้วขอมอบเหรียญทองโอลิมปิก และแถมอีก 10 กะโหลกชมรมคนไม่กลัวผี !!?? นาทีนี้ “สุดฮ็อต-ฮิต”ต้อง “น้าหมาย”พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส.เจ้าของผลงานสะเด็ดสะเด่า-สะท้านอารมณ์ “ชัยยะสยบไพรี” 60/1 60/2 และ 60/3 หรืออาจเป็นซีรี่ย์ยาวจนกว่ามาเฟียยาเสพติดจะกลายเป็นขอทาน...หลังล็อกตัวไฮโซไซซะนะ ก่อนทะลวงต่อไปที่เบนซ์ เรซซิ่ง ผัวนางเอกคนดัง การปราบปรามยังคงมีอย่างต่อเนื่อง “ล่องใต้”ตามไล่ล่าถึง จ.สงขลา ได้ตัว น.ส.บุหลัน ธารีลับ ภรรยานายมามะรุสลัน ราชายาเสพติดเครือข่าวท้าวไซซะนะ...ประเดิมต้นในรถเจอเงินสด 1 ล้านแต่พอบุกคอนโดฯเล่นเอาตะลึงกันทั้งชุดมือปราบเมื่อพบเงินสดๆซุกอยู่ใต้เตียงรวม 68 ล้าน.....ปรบมือดังๆกับผลงาน “ล้างภาพลบ”ให้กับองค์กรสีกากีที่กำลังสาละวันเตี้ยลงๆ....แฮ่มมม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร.ในฐานะคนคุมหน้าเสื่อเลย “หน้าบาน” แว่วเสียงพ่อตา พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตผบ.ตร.ค่าย “สีแดง” รักษาระยะห่าง ระยะใกล้เข้าไว้ไอ้ลูกเขย...อะไรก็เกิดขึ้นได้สำหรับไทยแลนด์แดนเรา 555

00000.....อีกรายกลัว “ชื่อหาย” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผบ.ตร.ได้รับการ “หนับหนุน”จาก “บิ๊กแป๊ะ”พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อนเลิฟ ให้ดูแลสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หลังมือปืนมหากาฬบุกยิงนายโทนี่ เคนเวย์ โปรแกรมเมอร์ชาวอังกฤษ ตาคารถหรูปอร์เช่ พื้นที่สภ.หนองปรือ อ.พัทยา จ.ชลบุรี “คุ้ยแคะ”แป๊บเดียวก็รู้ว่ามือปืนชื่อนายอาเบล โบนิโต ชาวแอฟริกาใต้ ส่วนคนขับ จยย.พาซิ่งหนีชื่อนายไมล์ส์ เทอร์เนอร์...แต่ไอ้พวกนี้มันมาเหนือเมฆ มีการตระเตรียมวางแผนกันอย่างดี กว่าตำรวจไทยจะรู้ตัวถึงขั้นออกหมายจับก็เผ่นไปแล้ว...โน่นด้านชายแดนคลองใหญ่ จ.ตราด แถมมันเข้าด่านสำแดงเอกสารถูกต้องทุกอย่างซะด้วย.....เดชะบุญ ตม.ไทยกับ ตม.เขมร ในยุคนี้ “ใจถึงใจ” กันเป็นพิเศษ ผลงานนี้ต้องยกให้พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. ที่สามารถประสานจนหิ้วตัวผู้ร้ายมาจากแดนเพื่อนบ้านได้มากมาย....กระทั่ง......1 ก.พ.2560 ฝ่ายเขมรตามลากคอนายโทบี้ หุ้นส่วนที่เคยขัดแย้งกันซึ่งมีพยานยืนยันเป็นผู้จ้างวานฆ่าโปรแกรมเมอร์เมืองผู้ดีด้วยความแค้นแน่นออกที่ถูกเบี้ยวเงินสดๆไป 8 ล้านบาท...แต่ช้าก่อน!!??....ไฉนวันก่อนจึงขาดโทบี้ มีแต่นายบิลเลียน พยานปากเอกร่อนมาจากกรุงพนมเปญ...ความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้นได้นี้ มีเบื้องหน้า เบื้องหลังอย่างไรบ้างว่างๆ “บิ๊กเกรียน” นักข่าวเก่าและแก่จะมาสาธยายให้ฟัง

00000.....ก่อนไปเรื่องหนักๆ มาที่ผลพวงจากข่าวอาชญากรรมอีกชิ้น...กรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส เซลส์แมนหนุ่มรูปหล่อและชอบชีกอกับเมียชาวบ้าน หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.2559 จนญาติเห็นผิดปกติต้องโพสต์ลงเว็บดังเมื่อวันที่ 30 ม.ค....และบังเอิญนักข่าวเก่าและแก่ของMGR ออนไลน์ไปเจอเข้า...เช้าวันที่ 31 ม.ค.2560 จึงมีรายงานข่าวการหายตัวของเซลส์แมนรายนี้พร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือก่อนเงียบหายไป.....เหตุเกิดซอยบรมราชชนนี 78 ท้องที่ สน.ธรรมศาลา.....เมื่อกลายเป็นข่าว...หลายสำนักนำเสนอกันอย่างพร้อมเพียง ตำรวจน้อยใหญ่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. “นำทีม”ลงมาเล่นเองอย่างเกาะติด.....วันแรกผ่านไป มาวันที่สองที่สามยังไม่มีวี่แววจะเจอศพ วันต่อมามีพลเมืองดีเจอของกลางคาดว่าเป็นของคนตายมีเงินสด 2 หมื่นบาท พระเลี่ยมทอง 3 องค์ กระเป๋าสตางค์แต่ไม่มีบัตรประชาชน และใบขับขี่ พร้อมยาไอซ์ซองละ 1 กรัมตกอยู่อีก 2 ซองใกล้กับตอม่อ 147 สะพานต่างระดับบรมราชชนนี....ผ่านมาอีกวันมีคนได้กลิ่นเหม็นเน่าแถวๆสวนหย่อมใกล้สะพานต่างระดับฉิมพลี...ท่าน น.1 สั่งระดมค้นหาอย่างเต็มที่...ผ่านไปอีก 1 คืนเจอแต่กระดูหมู กับซากหมา....นี่คือการทำงานของตำรวจนครบาลสรุปแบบย่อๆกล่าวคือหาศพไม่เจอ คลำสาเหตุไม่ถูก สอบก๊ก ก็แล้ว พ.อ.ผัวกิ๊ก ก็แล้ว เพื่อนร่วมงานก็แล้วคุณพี่ตำรวจบอกไม่เจอพิรุธ....จู่ๆเย็นวันที่ 6 ม.ค.ท่าน น.1 ที่รักแจ้งนักข่าวเฉยว่าเจอศพนายรัติภูมิ แล้วที่โรงพยาบาลศิริราช

00000.....นักข่าวแห่ไปทำข่าวตามฟอร์มปรากฏว่าสภาพศพนายรัติภูมิ “เยิน”ไปทั้งตัว มีทั้งรอยถูกบุหรี่จี้ รอยถูกรัดด้วยกุญแจมือ เห็นอย่างชัดเจนทั้งสองข้าง รอยถูกทุบตีหน้าตาแหก ...วันต่อมา ท่าน น.1 พร้อมแพทย์ รพ.ศิริตราช ร่วมกันแถลงระบุว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากเสพยาเสพติดเกินขนาดจนไตวาย.....เอ้าจะว่าไงก็ว่ากันไปเพราะหลักฐานจากการชันสูตรศพมันบ่งชี้แบบนั้นแต่ที่ไม่ควรยอมผ่านไปง่ายๆคือ 1.เงินจำนวน 7 หมื่นบาทที่น้องมิ้ว เพื่อนสาวแสนดีให้มานอนค้างด้วยที่บ้านระบุว่าคนตายขโมยเอาไปต่อหน้าต่อตามันหายไปไหน 5 หมื่น...หายตอนมะรุมมะตุ้มไล่จับกันหรือเปล่า...หรือมีแมวตัวไหนมันดึงเอาไปแบ่งกัน!!??2. อพปร. ที่ออกมายอมรับว่าเป็นคนมาระงับเหตุและนำส่งศิริราช ขอถามว่าที่ระบุนายรัติภูมิ คลั่งอย่างนั้นอย่างนี้เหตุไรตอนใส่กุญแจมือจึงปล่อยให้นอนหงาย.....คนถูกใส่กุญแจมือแล้วนอนหงายคุณพี่ อพปร.ลองดูบ้างไหม เอาสัก 5-10 นาทีดูซิอะไรจะเกิดขึ้น 3.ตำรวจสายตรวจ-ตำรวจประจำวิทยุ-ร้อยเวรฯสายตรวจ ทำไม่ลงบันทึกเหตุการณ์ประจำวันไว้ 4.มาตรฐานการนำคนเจ็บ คนเสียสติ หรือไรก็ตามขอถามดังๆว่าไม่มีการลงหลักฐานอะไรไว้ให้กับโรงพยาบาลเลยหรือ 5.ก่อนหน้ามีการตรวจสอบศพ หรือคนเจ็บตามโรงพยาบาลใกล้เคียงกับ สน.ธรรมศาลา บ้างหรือยัง ถ้าเคยแล้วทำไมครั้งแรกของการตรวจสอบไม่มีรายงานในส่วนของโรงพยาบาลศิริราช 6.พิรุธตั้งแต่ข้อแรกยันข้อสุดท้ายนี้ ถามว่า สน.ธรรมศาลา และ สน.ตลิ่งชัน อยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาลใช่หรือไม่....พื้นที่กรุงเทพมหานคร อันเป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางของส่วนราชการ แต่พอมีคนหายสาบสูญกลายเป็นคดีแจ้งความไว้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.2559 แต่คนตายเกือบถูกฝังในฐานะเป็นศพไร้ญาติ....มาตรฐานการทำหน้าที่แบบ...ขอโทษนะขอรับ...แบบ”บัดซบ”นี้....ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ....แค่ น.1 ออกมาให้ข่าวว่ารู้สึกโกรธตำรวจ สน.ตลิ่งชัน แล้วสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน...ถามพ่อแม่พี่น้อง....มันพอไหม!!??

00000.....ว่าด้วยเรื่องการเสวนา “มีตำรวจไทยไว้ทำอะไร” กลายเป็นปฏิบัติการโยนขี้เถ้าใส่ใส้เดือน ทั้งดีดทั้งดิ้นกันออกมาเป็นฝูง...ตำรวจดีจะไปแคร์อะไร ที่เขาว่าน่ะเป็นตำรวจน้ำเน่า เป็นตำรวจซื้อขายตำแหน่ง ตำรวจรีดไถ ตำรวจไม่ทำหน้าที่- ไม่รู้หน้าที่ ตำรวจขี้เกียจสันหลังยาว และตำรวจโบราณลุแก่อำนาจเหมือนพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี....จับตากติกาที่ร่างโดยรองนายกฯวิษณุ เครืองาม ...ทำอย่างไรจึงจะปิดกั้น “เหล่ามาร”มิให้เอาตำแหน่งไปเซ็งลี้-ซื้อขาย กันเหมือนก่อน....”บิ๊กเกรียน” ขอเสนอหน้าและเสนอแนะ...ให้หลักอาวุโสมาก่อน...แต่ต้องเข้าใจว่าหลักอาวุโสมิใช่อายุมากว่า หรือแก่กินข้าว-เฒ่าอยู่นาน...อาวุโสคือได้ก่อน-เป็นก่อน...ส่วนองค์ประกอบอื่นๆค่อยตามกันมา....หากทำได้อย่างนี้แม้จะไม่ปฏิรูปตำรวจแต่ก็เชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเป็นที่ยอมรับจากประชาชน และคนดีๆ-ตำรวจดีๆจะมีโอกาสกันมากขึ้น....ส่วนการเพิ่มอำนาจให้กองบัญชาการเป็นคนพิจารณานั้น...ขอโทษษษษ...ระดับกองบัญชาการ ใครเป็นคนส่งมาล่ะ....ท่านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เคารพ....อย่าหลงประเด็นมันจะกลายเป็นกำจัด “ตลาดกลาง”ได้แล้วแต่การซื้อขายตำแหน่งจะมุ่งไปยัง “ตลาด 9 มุมเมือง”แทนนะขอรับ....ต้องว่าด้วยหลักอาวุโสคือ...ได้ก่อน-เป็นก่อน...ไอ้ประเภท “นักวิ่ง”ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมแต่อาศัยเงิน อาศัยเส้นต้องหมดไป......วัดใจกันล่ะขอรับ...ไม่รู้ปัญหาตำรวจก็คือโง่ ...ไม่กล้าแก้ไขปัญหาตำรวจก็คือขี้ขลาด...ที่สุดคนมีอำนาจ-หน้าที่ก็ต้องทั้งรู้ทั้งกล้า ปัญหาจะได้หมดไปซะที

00000.....คดี “ครูจอมทรัพย์” จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬารในแวดวงตำรวจโดยเฉพาะงานสอบสวน...ไม่เชื่อ “บิ๊กเกรียน” คอยดูกันไป เหตุผลเพราะตำรวจ(ไทย)หมดสภาพ ประชาชนไม่ให้ความเชื่อถือ ไม่เกรง-ไม่กลัว อีกต่อไปแล้ว (เว้นถูกดักอุ้ม) บรรยากาศแบบนี้ “นายกฯลุงตู่”จะทนให้เข้าเนื้ออีกเท่าไหร่....ตำรวจยิ่งห่วงภาพพจน์ของรัฐบาลทหารก็ยิ่งแย่....การต่อสู้สืบพยานฝ่ายโจทก์คดีครูจอมทรัพย์ คิดว่าคุณ “ตำหนวด”จะหมดลาย...ที่ไหนได้ท่านขนกันไปหมด-สู้ทุกหยดยิบตาไม่มีถอย...แต่ประเภทไปไหนมาสามวาสองศอก มีแต่คำซัดทอด-บอกเล่า...ขณะที่กระทรวงยุติธรรม เอาพยาน-หลักฐานทั้งหนักและแน่น...1.ว่าด้วยหลักวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าป้ายทะเบียนรถ บค 56 สกลนคร มิได้ผ่านการเฉี่ยวชน ดังนั้นสีเขียวที่ระบุว่ามาจากตัวเลขย่อมผิดไปจากข้อเท็จจริง 2.พยานปากเอกซึ่งเป็นคนกลางยืนยันว่าคนขับรถเป็นชาย....ถามว่าอะไรมันจะถูกต้อง-ชัดเจน ไปมากกว่านี้....แพ้-ชนะ คนที่ระทึก –เสียวสันหลังที่สุดถ้าไม่ใช่ “ตำหนวดไทย”ก็ผิดไปล่ะ....พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.อาจจะ “ลอยตัว”ไปอีกสักพัก...แต่พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจ “คนรับหน้าเสื่อ” คนที่ออกมาบัญชาการรบ สั่งสรรพกำลังตำรวจเดินหน้ากะจะลากคอขบวนการย่ำยีสีกากีมาติดคุกติดตะราง...ถามว่า...ไหนล่ะ!!??...หน้าตาเป็นไงไอ้พวกรับจ้างติดคุกคดีครูจอมทรัพย์เนี่ย “บิ๊กเกรียน”อยากเห็น

00000.....เสื่อมสุดมีให้เห็นอีกเมื่อประชาชนออกอาการ “ดื้อ”ไม่ยอมให้ความร่วมมือ....นโยบาย “ข่มเขาโคขืนให้กลืนหญ้า”...กรณี “บิ๊กนครบาล”จะ “ปรับเพิ่ม”หากคนขับทำผิดจราจร “ดื้อแพ่ง”ไม่ยอมไปเสียค่าปรับตามกำหนด...ไม่มากไม่น้อยอีก 1,000 บาท....โอ้โหอะไรมันจะขะไหนหนาด....ลำพังจะทำมาหากินไปวันๆก็แทบไม่พอยาใส้แล้ว....จริงอยู่การบังคับใช้กฏหมายและการเคารพกฏหมายประชาชนในประเทศที่มีอารยะเขาต้องปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด....แต่นี่ประเทศไทยโว้ยเฮ้ย...ตำรวจไทยโว้ยเฮ้ย....ค่าปรับมันมีส่วนแบ่ง....มีตารางค่าปรับแสดงส่วนได้ส่วนเสียผู้เกี่ยวข้องดังนี้....ค่าปรับ 400 บาท กทม.หรือท้องถิ่นครึ่งหนึ่งคือ 200 บาท ที่เหลือเข้าหลวงร้อยละ 5 คือ 10 บาทนอกนั้นเป็นของตำรวจผู้ออกใบสั่งร้อยละ 60 หรือ 114 บาท งานจราจร 76 บาท.....งามหน้าไหมพระเดชพระคุณท่าน...ค่าปรับ 400 บาทเข้าหลวงแค่ 10 บาท...ถ้าทั้งปีมีค่าปรับรวมแล้ว 400 ล้านบาท กทม.และท้องถิ่นโซ้ยไป 200 ล้าน อีก 190 ล้าน “หมาต๋า”ซดกันคล่องคอ!!??....กติกามันเพี้ยน มันเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบชาวประชาผู้คนเขาจึงลุกมาสู้....ว่ากันตรงๆ...งานจราจรตำรวจน้อย-ใหญ่เขาทำมาหารับทานกันมานานแสนนานแล้ว...นานจนเป็นสันดาน !!??....ตำรวจทางหลวงเอย...ตำรวจ บก.จราจรเอย....สารวัตร จราจรเอย...ล้วนกินนิ่ม-กินนิ่ง กันมาตลอด....และขอโทษ...ใครจะมานั่งเป็นผู้การฯ เป็นผู้กำกับ เป็นสารวัตร ต้องปลอกคอแข็ง...ต้องส่งส่วยเจ้านาย....มัน “ระกำ”กันแบบนี้มาหลายทศวรรษ....ท่านนายกฯลุงตู่...เอาไงดีครับ !!??
กำลังโหลดความคิดเห็น...