xs
sm
md
lg

“บิ๊กต๊อก” รับ “หมอหยอง” ติดเชื้อในกระแสเลือดตายที่ รพ.ราชทัณฑ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:

รมว.ยุติธรรมแถลงยอมรับ “หมอหยอง” ติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิตที่ รพ.ราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. เวลา 22.00 น. ผ่านขั้นตอนชันสูตรศพ ออกใบมรณบัตร แจ้งญาติรับศพ

วันนี้ (9 พ.ย.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวยอมรับว่านายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือหมอหยอง ผู้ต้องหาคดีกระทำความผิดตามมาตรา 112 ฐานแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ได้เสียชีวิตแล้วจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่ รพ.ราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. เวลา 22.00 น. หลังจากผ่านขั้นตอนการชันสูตรศพได้ออกใบมรณบัตร และแจ้งญาติให้มารับศพต่อไป

ทางด้านกรมราชทัณฑ์ได้เผยแพร่เอกสารการแถลงข่าวเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนายสุริยัน ตามรายละเอียดดังนี้

กรณีผู้ต้องขังเสียชีวิตในขณะถูกคุมขัง


เมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2558 กรมราชทัณฑ์ ได้รับรายงานจากเรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00น. ข.ช.สุริยัน สุจริตพลวงค์ ผู้ต้องขังคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างฝากขังผลัดที่ 2 เวรรักษาการณ์ไปตรวจพบ ขณะนอนอยู่ในห้องขัง เรียกชื่อไม่ขานตอบ มองจากภายนอกห้องขัง เห็นว่ามีอาการหายใจเฮือก จึงได้รีบแจ้งให้หน่วยเสนารักษ์ประจำ มทบ.11 มาตรวจสอบพบว่า ชีพจรอ่อน ไม่รู้สึกตัว จึงได้รีบนำตัวส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร

เมื่อไปถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เวลา 22.20น. ห้องฉุกเฉินแรกรับพบว่าผู้ต้องขังดังกล่าวไม่รู้สึกตัว ไม่ตอบสนองใดๆ วัดสัญญาณชีพจรไม่ได้ ม่านตาขยาย 4 มม. ไม่ตอบสนองต่อแสงทั้งสองข้าง โรงพยาบาลฯ ได้ดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพเป็นเวลาชั่วโมงเศษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แพทย์เวรลงความเห็นว่าเสียชีวิต

การเสียชีวิตครั้งนี้เป็นการเสียชีวิตระหว่างถูกควบคุมตัว เจ้าพนักงานมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือต้องแจ้งให้พนักงานสอบสวน แพทย์ พนักงานอัยการ และพนักงานฝ่ายปกครอง รวม 4 ฝ่าย มาชันสูตรพลิกศพ ซึ่งในกรณีนี้ได้แจ้งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ซึ่งเป็นท้องที่ที่พบศพ เข้ามาดำเนินการ

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งชันสูตรโดยสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ทำการตรวจสพิสูจน์ศพเรียบร้อย เอกสารลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 ปรากฎสาเหตุการเสียชีวิต "สันนิษฐานว่า ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลวจากติดเชื้อในกระแสโลหิต" เรือนจำได้แจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้มาขอรับศพ เพื่อไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

สำหรับการดำเนินการภายหลังการเสียชีวิต เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อรายงานผลมาให้กรมราชทัณฑ์พิจารณา ส่วนการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีเสียชีวิตในสถานที่คุมขังนั้น พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น จะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการไต่สวนการเสียชีวิตต่อไป

สรุปเหตุการณ์

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2558 ต่อเนื่องถึงวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ผู้ต้องขังมีอาการไข้สูง กระสับกระส่าย ไอ พยาบาลเสนารักษ์ประจำเรือนจำ ได้จ่ายยาลดไข้ ยาลดอาการไอ แล้วให้นอนพัก

ต่อมาในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2558 เวลาประมาณ 21.00น. เจ้าหน้าที่เวรไปตรวจ พบว่าผู้ต้องขังมีอาการเรียกไม่รู้สึกตัว หายใจเฮือกยาว เสนารักษ์จึงแจ้งให้นำส่งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทันที

เมื่อไปถึงทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์เวรได้พยายามช่วยชีวิตตามหลักเกณฑ์และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ ทำกระบวนการฟื้นคืนชีพ (Advanced CPR : Cardio Pulmonary Resuscitation) ใช้เวลาดำเนินกระบวนการ ตั้งแต่แรกพบตัว โดยใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ ให้ยากระตุ้นหัวใจและความดันโลหิต ฯลฯ โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงเศษ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้แจ้งพนักงานสอบสวนท้องที่มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

มีความเป็นไปได้หรือไม่ว่า มีเชื้อใด ที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตทันทีได้อย่างรวดเร็ว

เท่าที่สอบถามกับแพทย์ พบว่า มีเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุทำให้ระบบหายใจล้มเหลวแล้วเสียชีวิตอย่างรวดเร็วได้ เช่น เชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเดินหายใจ สายพันธุ์รุนแรง ผู้รับเชื้อจะเกิดอาการอย่างเฉียบพลัน ยากแก่การประเมินหรือรักษาไม่ทันการณ์ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับสารสเตียรอยด์เพื่อกดภูมิต้านทาน หรือผู้เป็นโรคที่ยังไม่ได้ระบุการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานอ่อนแอจากการเป็นโรคประจำตัวบางอย่าง หรือภาวะภูมิต้านทานบกพร่องจากโรคเฉพาะตัวที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ หากได้รับเชื้อไวรัสดังกล่าว จะมีอาการรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่รุนแรง

ซึ่งในกรณี ข.ช.สุริยันฯ มีความเป็นไปได้ที่ผู้ต้องขังอาจมีภูมิต้านทานอ่อนแอ โดยตรวจพบจากการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2558 ว่า มีภาวะไขมันสะสมในตับสูง ประกอบกับผลการตรวจเลือดในขณะช่วยฟื้นชีพ เมื่อคืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 พบมีเอนไซม์การทำงานของตับสูง ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดพบว่า มีภาวะเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ มีเพียง 60,000 คิวบิกมิลลิเมตร (ค่าปกติ ตั้งแต่ 140,000-400,000/คิวบิกมิลลิเมตร) สันนิษฐานได้ว่าเมื่อได้รับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือดเข้าไป จึงอาจทำให้ระบบหายใจล้มเหลวและนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน









กำลังโหลดความคิดเห็น...