xs
sm
md
lg

ปอท.จัดระเบียบสื่อออนไลน์ จัดกิจกรรม “โพสต์ต้องคิด...คลิกเสี่ยงคุก”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ปอท.เปิดงาน “โพสต์ต้องคิด...คลิกเสี่ยงคุก” ให้ความรู้และยกตัวอย่าง 10 พฤติกรรมที่ประชาชนกระทำผิดอาจเสี่ยงติดคุก พร้อมลั่นเอาจริงต่อผู้กระทำผิด อ้างไม่รู้ไม่ได้ ด้าน “บุ๋ม ปนัดดา” เผยเคยโดนตัดต่อภาพโป๊ จับผู้ทำผิดได้อ้างคนแชร์ก็ไม่รอด

วันนี้ (23 ต.ค.) เวลา 13.30 น. ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ต ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พ.ต.อ.สมพร แดงดี รอง ผบก.ปอท. เปิดประธานจัดกิจกรรม “โพสต์ต้องคิด...คลิกเสี่ยงคุก!” ภายใต้โครงการ “ออนไลน์ใสสะอาด...เรารักในหลวง” เพื่อรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย ป้องกันไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีนายเอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ หรือดีเจเอกกี้ ผู้แทนจากกระทรวงไอซีที และ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ดารานักแสดงในฐานะพรีเซ็นเตอร์ ร่วมโครงการดังกล่าว

พ.ต.อ.สมพรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ในฐานะผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เร่งปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ไม่ต้องการให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อเพราะการ กดไลก์ หรือกดแชร์ อาจเข้าข่ายได้ โดยจำนวนผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้นจากคำว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์มาเป็นข้ออ้าง หลังจากนี้เป็นต้นไปจะดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวอย่างจริงจังเพราะทางเทคโนโลยีมีหลักฐานที่ค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น ประชาชนต้องรู้กฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายหมิ่นประมาทซึ่งมีประชาชนเข้ามาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน

ด้าน น.ส.ปนัดดาเผยว่า กฎหมายเกี่ยวกับเทคโนโลยีมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 8 ปี และจะอ้างไม่ทราบกฎหมายไม่ได้ ทั้งนี้ ขอยกตัวอย่างตนเคยโดนนำภาพไปตัดต่อเป็นภาพโป๊ทำให้ได้รับความเสียหายจึงแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วกระทั่งสืบทราบหาตัวผู้กระทำผิดได้ แต่ผู้กระทำผิดบอกว่าเป็นเพียงคนส่งต่อเท่านั้นซึ่งก็มีความผิดเช่นกัน

“ส่วนกรณีเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ยคดีระหว่างคนท้องกับภรรยาทหารเรือ ที่ สน.ทองหล่อ มีบางเพจโพสต์ข้อความต่างๆ ทำให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงและกล่าวหาว่าดิฉันสร้างภาพ จึงอยากขอผู้โพสต์คำนึงถึงจรรยาบรรณที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีบางเพจไม่ออกมาขอโทษก็จะดำเนินการฟ้องร้องให้ถึงที่สุด”

สำหรับข้อมูลที่ทาง ปอท.รวบรวม 10 พฤติกรรมที่ประชาชนกระทำผิดและเสี่ยงทำให้ติดคุก ดังนี้ 1. อัปโหลดรูปลามกอนาจาร โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 2. ตั้งตัวเป็นเจ้ากรมข่าวลือ โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. ใช้ความสามารถในทางที่ผิด ตัดต่อไม่ว่าจะภาพนิ่งหรือวิดีโอแล้วนำมาเผยแพร่ทำให้เกิดความเสียหาย โทษปรับไม่เกิน 60,000 บาท จำคุก 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. แอบเซฟขโมยข้อมูลของบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของตนเอง หากพบจะดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ รวมทั้งความผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 5. ใส่ร้ายป้ายสีบุคคลอื่นโดยการใช้เทคโนโลยี โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 6. ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล การแอบเอาไอดีหรือพาสเวิร์ดผู้อื่นไปใช้ โทษทั้งจำทั้งปรับ

7. การแก้ไขหรือลบไฟล์งานของบุคคลอื่นทำให้เกิดความเสียหาย โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุก 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 8. การส่งอีเมลลูกโซ่ โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท 9. การตั้งสำนักข่าวเป็นของตัวเอง เช่น ในไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ เป็นขอกดแชร์ไว้ก่อนโดยไม่มีการเช็กข้อเท็จจริง และ 10. การโพสต์ข้อความใดๆทั่เป็นการหมิ่นเบื้องสูงหรือทำเว็บไซต์หมิ่นสถาบันมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ถือเป็นความผิดร้ายแรงทั้งกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โทษ จำคุกสูงสุด 15 ปี ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ได้ที่ www.tcsd.in.th

















 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น...