xs
xsm
sm
md
lg

รวบยกแก๊งปล้นรถขนเงิน 13 ล้าน แบงก์กสิกร อ้างเลียนแบบ “มาเฟีย 4 คิงส์”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


บช.น. จับมือ บช.ก. ติดตามจับกุมแก๊งปล้นรถขนเงินธนาคารกสิกรไทย บริเวณลานจอดรถ ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาถนนพระราม 1 เชิดเงินกว่า 13 ล้านบาท ก่อนหลบหนี สารภาพเลียนแบบคดีอาชญากรข้ามชาติแก๊งมาเฟีย 4 คิงส์

วันนี้ (7 ก.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พ.ต.อ.อัครเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป. พ.ต.อ.ฉัตรชัย นันทมงคล นักวิทยาศาสตร์ (สบ 4) กลุ่มงานอาวุธปืนและเครื่องกระสุน พฐก. สพฐ.ตร. พ.ต.ท.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน รองผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนากร อ่อนทองคำ สว.กก.3 บก.สส.บช.น. ร.ต.ท.ชนทัช เฉลาประโคน สว.สส.บก.น.6 และชุดสืบสวน แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา นายทวีวงศ์ หอมเนียม หรือ ตูน อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/71 ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ. 456/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค. 58 ทำหน้าที่ซ้อนท้ายและลงมือยิง นายมารุต แก่นคำหล่อ หรือ เบส อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/36 ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ. 458/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค. 2558 ทำหน้าที่ขับรถรับส่งคนร้าย นางสาวอารยา ผลารักษ์ หรือ กระแตอายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 279/53 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ. 457/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค. 2558 พร้อมของกลาง อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด.38 ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสันสีดำ จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด.38 ยี่ห้อทอรัส สีเงิน จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนประดิษฐเองขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนอาวุธปืน king colora สีน้ำเงิน กระสุน.38 SPL (ปลอกสีเงินหัวตะกั่ว) หมวกนิรภัย ชนิดเต็มใบ แบบเปิดหน้า สีดำ จำนวน 1 ใบ รองเท้าแบบผู้ชาย สีเทา จำนวน 1 คู่ เสื้อคลุมแบบผู้ชายจำนวน 2 ตัว โฉนดที่ดินเลขที่ 174657 เล่มที่ 1747 หน้า 57 อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จดทะเบียนเมื่อ 3 ก.ค. 2558 ผู้ถือกรรมสิทธิ์ นางสาวมาลี ผลารักษ์ จำนวน 1 ฉบับ จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ ชุมชนป้าย 7 ถนนสวรรคโลก แขวงสวนจิตลดา เขตดุสิต กทม. ในข้อหาแจ้งข้อหาความผิดข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืนยิง และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือ พาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุมฯ

พล.ต.ต.ชยะพล กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เวลาประมาณ 17.09 น. มีคนร้ายจำนวน 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ปล้นถุงเงินสดจากพนักงานควบคุมรถขนเงินหมายเลข 134 ของบรัษัท โพรเกส กันภัย จำกัด บริเวณลานจอดรถชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาถนนพระราม 1 ได้เงินสดธนาคารกสิกรไทยสกุลเงินไทย และสกุลเงินต่างประเทศ รวม 13,165,387.29 บาท หลบหนี จากการสืบสวนร่วมกับ บก.ป. บก.สส.บช.น. บก.น.6 ซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เบื้องต้นจำนวนทรัพย์สินที่ทำการตรวจยึดได้จากโฉนดที่ดินมูลค่าประมาณ 2.7 ล้านบาท เงินสดอีกจำนวนหนึ่ง และของกลางสร้อยคอและนาฬิกาโรเล็กซ์อีกจำนวนหนึ่ง

ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ กล่าวว่า ภายหลังจากได้รวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ นายทวีวงศ์ หอมเนียม หรือ ตูน ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุซ้อนท้ายปล้นทรัพย์แล้วใช้อาวุธปืนยิง โดยได้ส่วนแบ่งเป็นเงินจำนวน 10,000 บาท และ นางสาวอารยา ผลารักษ์ หรือ กระแต ภรรยาของนายทวีวงศ์ มอบเงินให้ภรรยาไปซื้อบ้านจำนวน 2.7 ล้านบาท โดยได้วางแผนร่วมกันประมาณ 1 ปี ซึ่งได้ไปดูลาดเลาตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. วันที่ 18 มิ.ย. และก่อเหตุวันที่ 19 มิ.ย. ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 คน ทราบชื่อคือ นายศาสตรา สุขสม หรือ ตั้ม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 1 ตำบลหนองโอ่ง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ. 455/2558 ลงวันที่ 6 ก.ค. 2558 ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์พานายทวีวงศ์หลบหนี ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี

ด้าน พ.ต.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับอาวุธปืนของกลาง 4 กระบอก ตรวจสอบแล้วพบว่า ของกลางหัวกระสุนตะกั่วขนาด .38 ที่ตกในจุดเกิดเหตุ ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อทอรัส สีเงิน เพราะร่องเกลียวจากลำกล้องปืนตรงกับร่องรอยที่พบจากหัวกระสุน

ด้าน นายทวีวงศ์ ให้การว่า ตนเป็นคนนั่งซ้อนท้ายถือปืนยิงออกไปในวันเกิดเหตุ เพื่อเปิดทางหลบหนี โดยที่ นายมารุต และ นางสาวอารยา ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนเงินสดที่ได้มายังไม่ได้มีการแบ่งกันชัดเจน ตนได้มาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ที่เหลืออยู่ที่นายศาสตรา เก็บไว้ที่นายศาสตราก็น่าจะปลอดภัยกว่า ส่วนรูปแบบการก่อเหตุนั้น ดูมาจากหนังตามอินเทอร์เน็ต จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร หรือก่อเหตุเลียนแบบคดีอาชญากรข้ามชาติแก๊งมาเฟีย 4 คิงส์ คดีปล้นร้านทอง เมื่อปี 2529 หรือไม่ ไม่เกี่ยวกับการลงมือปล้น แต่เป็นความชอบส่วนตัว ทีแรกคุยกันเล่นๆ กับนายศาสตรา ว่า จะก่อเหตุเท่านั้น เพราะตนรู้จักกับนายศาสตรามานานแล้ว และอาศัยในละแวกเดียวกัน จึงมักจะพูดคุยกันตามปกติ ไม่ได้เจาะจงเรื่องการก่อเหตุเป็นหลัก ตนตกลงกับนายศาสตราว่าหลังจากเรื่องเงียบไปแล้ว ค่อยมาแบ่งจำนวนเงินที่ปล้นมา เพราะคนที่ร่วมลงมือก่อเหตุกัน ก็ต้องไว้ใจกัน