xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวเด่น!! ปิดฉากคดี “ หมอวิสุทธิ์ ”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ในปี 2550 ที่ผ่านมา มีคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่ศาลได้มีคำพิพากษาไปหลายคดี แต่ที่อยู่ในความสนใจที่สุดคงต้องยกให้คดีที่ ศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิต “ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ” อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.จุฬาฯ จำเลยคดีฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร (รพ.รถไฟ) ภรรยาตัวเอง ปิดฉาก “ คดีพิศวาสฆาตกรรม ” ที่สังคมไทยเฝ้าติดตามมานานกว่า 6 ปี

จุดเริ่มของคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 44 เมื่อนพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน. พญาไทว่า พญ.ผัสพร ภรรยาหายตัวไปอย่างไร้ร่องลอย จนกลายเป็นคดีครึกโครมผ่านหน้าสื่อมวลชน โดยตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่า นพ.วิสุทธิ์ เป็นคนสุดท้ายที่พบกับพญ.ผัสพร โดยไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันที่ร้านโออิชิ ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งมีหลักฐานจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่นพ.วิสุทธิ์เดินประคองภรรยาที่มีอาการสะลึมสะลือคล้ายถูกมอมยา

นอกจากนี้ในทางสอบสวนยังได้ข้อมูลสำคัญว่า นพ.วิสุทธิ์ มีปัญหาขัดแย้งกับภรรยา ถึงขั้นฝ่ายหญิงต้องฟ้องหย่า และร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมต่อแพทยสภา ซึ่งอาจเป็นปมสำคัญที่ทำให้ นพ.วิสุทธิ์ โกรธแค้นจนต้องลงมือฆ่า และยังได้เบาะแสสำคัญเป็นหลักฐานการใช้โทรศัพท์ ที่ นพ.วิสุทธิ์ ติดต่ออาคารวิทยนิเวศน์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาทราบว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ลงมือฆ่าและชำแหละศพอดีตภรรยา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จึงระดมกำลังเข้าตรวจสอบห้องพักในทันที โชคดีที่ยังหลงเหลือคราบเลือดอยู่ในห้องน้ำและอ่างล้างหน้า และเมื่อตรวจสอบภายใน “บ่อเกรอะ” ของอาคารดังกล่าว จนพบเศษชิ้นเนื้อของมนุษย์จำนวนมากถูกชำแหละทิ้งเอาไว้ ทำให้ชุดสอบสวนคลี่คลายคดีมั่นใจว่า นี่คือ “ คดีพิศวาสฆาตกรรม” ที่จะพลิกประวัติศาสตร์งานนิติวิทยาศาสตร์ไทย

เมื่อได้หลักฐานชุดสืบสวนจึงควบคุมตัว นพ.วิสุทธิ์ มาสอบปากคำ แต่นพ.วิสุทธิ์ กลับปฏิเสธที่จะตอบทุกคำถาม ด้วยสีหน้าสุดเย็นชา แววตาดุจดั่งเพชรฆาต ต่อมามีการรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนการสอบสวนส่งต่อให้อัยการ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ญาติผู้ตาย และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีถึงกับ ช๊อก !!ไปตามๆกัน เมื่อ“ พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง นพ.วิสุทธิ์ ”

โดย นายเสริมเกียรติ วรดิษฐ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 (ในขณะนั้น) อ้างเหตุผลว่าคดีไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีศพผู้ตาย ทำให้นายโชติ วัฒนเชษฐ์ บิดาของ พ.ญ.ผัสพร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.วิสุทธิ์ เป็นจำเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ในความผิดฐานฆ่า พญ.ผัสพร ภรรยาตนเองโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซ่อนเร้น ทำลายศพ กักขังหน่วงเหนี่ยว ปลอมเอกสาร จนเมื่อศาลเห็นคว่าดีมีมูลและมีคำสั่งประทับรับฟ้องแล้ว พนักงานอัยการจึงบากหน้าเขามาขอเป็นโจทก์ร่วมในคดี

คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 7 มี.ค.46 ให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์ แม้คดีไม่มีประจักษ์พยานเห็นในขณะลงมือฆ่า แต่พยานแวดล้อมกรณีรวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ มีความสอดคล้องเชื่อมโยงเป็นขั้นเป็นตอนมีน้ำหนักให้ศาลเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นผู้ฆ่าผู้ตายจริง ต่อมาศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4 ก.ค.48 ยืนตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเป็นที่สิ้นสุดในวันที่ 26 ก.ค.50 ที่ผ่านมา ยืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิต นพ.วิสุทธิ์ สถานเดียว ปิดฉากตำนาน “หมอฆ่าเมีย” ที่สังคมเฝ้าติดตามมายาวนานกว่า 6 ปี

หลังถูกศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิต หนทางดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของ นพ.วิสุทธิ์ คือการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ในการยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ และเมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2550 มีผลใช้บังคับ นพ.วิสุทธิ์ ก็ได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานอภัยโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิตในครั้งนี้ด้วย

คดี “ ฆ่าหั่นศพ พญ.ผัสพร” ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการยุติปัญหาครอบครัว ด้วยความรุนแรง ซึ่งนอกจากจะจะแก้ปัญหาอะไรได้แล้ว ยังซ้ำเติมปัญหาให้ลุกลามมากขึ้น และท้ายที่สุดแม้ว่า นพ.วิสุทธิ์ จะได้รับการยกเว้นโทษตาย แต่ผลกรรมที่ได้ทำไว้ ก็ส่งผลให้เค้าต้องใช้ชีวิตอยู่ในรั้วเรือนจำแบบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันไปตลอดชีวิต
นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.จุฬาฯ - พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร (รพ.รถไฟ)
นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.จุฬาฯ
พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร (รพ.รถไฟ)
ภาพวันหาหลักฐานชิ้นเนื้อ
ชิ้นเนื้อที่พบ
ในขณะนำตัวหมอวิสุทธิ์ มาขึ้นศาล





กำลังโหลดความคิดเห็น