อัยการนำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน – พงส.เจ้าของคดี ไต่สวนการชันสูตรฆ่าตัดตอน คดี “น้องฟลุ๊ค” เจ้าหน้าที่ยันผลพิสูจน์หัวกระสุนที่พบจำนวน 3 นัด ไม่ตรงกับปืนตำรวจชุดจับกุม ศาลนัดไต่สวนพยานอีก 2 ปาก 26 ต.ค.นี้
วันนี้ (25 ต.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 707 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลไต่สวนคำร้อง ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เพื่อพิสูจน์การเสียชีวิตของ ด.ช.จักรพันธ์ ศรีสอาด หรือ น้องฟลุ๊ค อายุ 9 ปี ซึ่งเสียชีวิตขณะเจ้าหน้าที่ สน.บางชัน ล่อซื้อยาบ้าจาก นายสถาพร บิดา บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ปารีส ตลาดสะพานขาว แต่ นางพรวิภา เกิดรุ่งเรือง มารดา ด.ช.จักรพันธ์ ได้ขับรถยนต์หลบหนี ทำให้ตำรวจชุดจับกุมยิงสกัดการหลบหนี จนเป็นเหตุให้กระสุนพลาดไปโดน ด.ช.จักรพันธ์ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 25 ก.พ.2546 เวลา 21.00 น.
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา อัยการนำผู้ค้าแผงลอยบริเวณริมทางเท้าใกล้ที่เกิดเหตุ ขึ้นเบิกความแล้วรวม 5 ปาก ซึ่งพยานผู้ค้าแผงลอยส่วนใหญ่ ยืนยันว่า ไม่เห็นเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยิงสกัดรถยนต์จนเป็นเหตุให้ ด.ช.จักรพันธ์ เสียชีวิต แต่ได้ยินเพียงเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด
อย่างไรก็ดี วันนี้ อัยการนำพยานข้าไต่สวนเพิ่มเติมอีกรวม 2 ปาก คือ พ.ต.ท.นิรันดร์ ทองฤทธิ์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งตรวจคราบเขม่าดินปืน อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และวิถีกระสุน เบิกความยืนยันว่า ผลการตรวจหัวกระสุนปืน ขนาด .38 จำนวน 3 หัว ที่พบในที่เกิดเหตุและนำมาตรวจพิสูจน์นั้น ไม่ตรงกับอาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก ที่พนักงานสอบสวนยึดได้จากตำรวจชุดจับกุมของ สน.บางชัน และไม่ตรงกับอาวุธปืนอีก 1 กระบอกที่ตกอยู่ในรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แอคคอร์ด สีน้ำตาลทอง ทะเบียน วม 6171 กทม.ซึ่งเป็นรถของกลางที่จอดอยู่ที่เกิดเหตุ
ขณะที่ พ.ต.ท.ปกรณ์ ภาวิไล พนักงานสอบสวน สบ 2 เจ้าของสำนวนคดี พยานอีกปากเบิกความว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น.ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ว่า มีเหตุยิงต่อสู้กันบริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ปารีส จึงไปตรวจสอบพบรถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ด คันดังกล่าว จอดอยู่กลางถนน โดยมีร่องรอยถูกกระสุนปืนหลายแห่ง ต่อมาได้รับแจ้งว่า มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมิชชั่น จึงส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ นอกจากนี้ จากการสอบสวนขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมนายสถาพร ส่วนภรรยาพยายามขับรถยนต์แอคคอร์ดหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้ขับรถยนต์ฮอนด้าซิตี้ไปขวางด้านหน้า ระหว่างนั้นมีคนร้ายจำนวน 2 คน สวมหมวกกันน็อก ขี่รถจักรยานยนต์มาทางด้านหลังและยิงไปที่รถยนต์ฮอนด้าแอคคอร์ด จำนวนหลายนัด ก่อนที่จะเร่งเครื่องหนีไป ส่วนนางพรวิภานั้น เจ้าหน้าที่ค้นหาไม่พบ เชื่อว่าหลบหนีไปเองเช่นกัน
ทั้งนี้ เมื่อพยานทั้ง 2 ปากเบิกความเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนพยานปากต่อไปในวันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งอัยการจะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชัน ที่เป็นหัวหน้าชุดจับกุม และพนักงานสอบสวนขึ้นเบิกความรวม 2 ปาก


