xs
xsm
sm
md
lg

จับแล้ว! พ่อค้ายาเจ้าของเงินท่อพีวีซี 30 ล.

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ตำรวจ ปส.ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดรัฐกลันตัน แถลงจับมาเฟียค้ายาเสพติดเจ้าของเงิน 30 ล้าน “มะยากี ยะโกะ” ขณะที่ตัวเลขเงินของกลางที่ยึดได้ “วงกต” ยอมรับยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนและอยู่ระหว่างตรวจสอบ



วันนี้( 22 ต.ค.)เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส. นายชาติชาย สุทธิกรม ที่ปรึกษา ป.ป.ส. แถลงข่าวจับกุม นายมะยากี หรือ กีแบล็ก ยะโกะ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว หมายจับศาลอาญาที่ 183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมตัวนายมะยากี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทสมาเลเซียว่า สามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า สำหรับนายมะยากี ถือเป็นผู้ลักลอบนำยาเสพติดทั้งยาบ้าและเฮโรอีนจากพื้นที่ภาคเหนือ ส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้และต่างประเทศ จากการสืบสวนพบว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายมะยากี ได้รับการติดต่อจาก นายกิตติศักดิ์ ดอรอเอ็ง ผู้ต้องขังคดียาเสพติดให้จัดหายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปจำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดนายนายมะยากี ได้ให้นายมะสะอุดี เจะเฮง และนายอาฮามัดสัน ดอเล๊าะ นำเฮโรอีนจำนวน 17.9 ก.ก.และยาบ้า จำนวน 15,400 เม็ด ซุกซ่อนในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน สห – 8823 กทม. ขนยาเสพติดจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปส่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาใต้ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม จ.กำแพงเพชร จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผล ก่อนอนุมัติออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.วงกต กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้สืบสวนขยายผลติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายของนายมะยากี จนสามารถจับกุม นายสรธัญ คีรีบูนแดนไพร อายุ 22 ปี นายรุสลี เจะฮาแม อายุ 36 ปี และนายสุเจนต์ ศรีวิลาศ อายุ 36 ปี ได้ของกลางเป็นเฮโรอีน ชนิดผงขาว น้ำหนัก 4,200 กรัม ซึ่งมีนายมะยากีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับนายมะยากีได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ก่อนเจ้าหน้าที่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ของประเทสมาเลเวียจับกุมตัวได้ในที่สุด

พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเครือข่ายนี้ถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเครือข่ายของนายมะยากี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้วทั้งหมด 14 คน ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่อีก 2 คน ประกอบด้วย นายรอดี หรือดี ยะโกะ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 185/2550 ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี และนายมือซี หรือลี บินมะ ผุ้ต้องหาตามหมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550

รองผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเครือข่ายนี้ได้นำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปฝั่งดินไว้เป็นเวลากว่า 2 ปีและมีการนำออกมาใช้หมุนเวียนตลอด ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดมาได้ โดยนายมะยากีถือเป็นระดับสุดท้าย ที่ทำหน้าที่รักษาและดูแลเงินดังกล่าว เนื่องจากเครือข่ายของนายมะยากีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขชจับกุมตัวจนเกือบหมดแล้ว โดยเงินจำนวนดังกล่าวได้มาจากการค้ายาเสพติดอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากตรวจสอบยังพบอีกว่า เครือข่ายนี้ยังไม่มีการแจกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้กับกลุ่มเครือข่ายเลย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาทที่ตรวจค้นเจอในบ้านของนายมะยากี ส่งให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ โดยทางป.ป.ส.ก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา เพื่ออายัดเงินดังกล่าวเข้าแผ่นดิน ตามคำสั่งของสาล โดยเงินบางส่วนอาจจะมีการแบ่งให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ของเงินทรัพย์สินที่ศาลพิจารณาเป็นของกองทุน นอกจากนี้เงินดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสารเสพติดที่ติดอยู่ตามธนบัตรที่ตรวจยึดมาได้ อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าว ต้องทำตามระเบียบวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินของเครือข่ายนี้มีทั้งหมดเท่าไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากทางคณะกรรมการต้องสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง เมื่อถามอีกว่าเงินที่หายไปจะมีการตรวจสอบอย่างไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ต้องขึ้นตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบและตามเงินดังกล่าวกลับคืนมาทั้งหมด สำหรับนายมะยากีถือว่าให้การเป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ทางนายมะยากียังไม่รับสารภาพ แต่หลักฐานเป็นเงินที่พบในบ้านของนายมะยากี จึงถือว่าผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐาน ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเกี่ยวกับเงินทั้งหมด สำหรับกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่และภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจและจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินส่วนนี้มีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ต้องตรวจสอบและสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง แต่เงินจำนวนนี้พบในบ้านของนายมะยากีจึงต้องมีการสอบสวนพื่อเชื่อมโยงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการค้ายาเสพติด บางส่วนมีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สำหรับเครือข่ายนี้เบื้องต้นยังไม่พบว่านำไปใช้ในการก่อความไม่สงบ เนื่องจากยังไม่มีพยาน จึงยังไม่ขอยืนยันและอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สอบสวนในส่วนนี้อีกครั้ง

สำหรับเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จะมีนายกิตติศักดิ์ หรือรีแซ หรืออาเย๊าะ ดอรอเอ็ง เป็นหัวหน้าเครือข่าย ซึ่งขณะนี้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยถูกกักขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2548 พร้อมของกลางยาบ้า 198,000 เม็ด สำหรับการจับกุมในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องขังชาย(ขช.)ทรงศักดิ์ น้อยสร้าง ขช.ชัยณรวค์ แก้วประสิทธิ์ จับกุมได้ที่ อ.บรรพตพิสัย และขช.สุทรรศน์ อาแซ จับกุมได้ที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง สำหรับการทำงานของเครือข่ายนี้นายมะยากีจะรับคำสั่งจากนายดอรอเอ็ง ที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจำว่าต้องนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าที่ใด

ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2550 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม สามารถจับกุมเครือข่ายของนายดอรอเอ็งได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.มะสะอูดี เจะเฮง และขช.อาฮามัดสัน คอเล๊าะ พร้อมของกลางเฮโรอีนแบบผงจำนวน 36 ถุง แบบอัดจำนวน 9 แท่ง น้ำหนักประมาณ 17.9 ก.ก. ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างศาลชั้นตอนพิจารณาตัดสิน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติมอีก 3 คน ประกอบด้วย ขช.อิลยะห์ หรือยะ คอเล๊าะ จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2550 ขช.จะเสือหรืออาซือกะ หรืออะสุกะ แสงคือ จับกุมได้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2550 และขญ.ยุพาพรหรือยุ พรหมสาร จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2550 ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงขยายผลออกหมายจับนายมะยากี หมายจับที่145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 และนายมือซี หรือลี บินมะ หมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว สำหรับนายมือซีตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.2550 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและสามารถจับกุมสมาชิกของเครือข่ายได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.สรธัญ คีรีบูนแดนไพร ขช.รุสสี เจาะฮาแม และขช.สุเจนต์ ศรีวิลาศ พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนัก 4.2 ก.ก. โดยสามารถจับกุมได้ที่ จ.ชียงใหม่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานข่าวจากผู้แจ้งเบาะแสว่า ภายในบ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.มูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ได้มีการซุกซ้อนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด จำนวนกว่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบเงินจำนวนกว่า 30 ล้านบาท ที่ซุกซ้อนไว้ในท่อพีวีซีจำนวน 7 ท่อ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกลับมาตรวจสอบ พร้อมกับควบคุมตัวนายอีซอ ยะโกะ ซึ่งเป็นพ่อของนายมะยากีมาสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับนายรอดี หรือดี ยะโกะ ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี หมายจับที่ 185/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 และนายมะยากี หมายจับที่183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทศมาเลเซียและสามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก่อนส่งตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศไทย ส่วนนายรอดี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม