ตำรวจ ปส.ร่วมกับตำรวจปราบปรามยาเสพติดรัฐกลันตัน แถลงจับมาเฟียค้ายาเสพติดเจ้าของเงิน 30 ล้าน “มะยากี ยะโกะ” ขณะที่ตัวเลขเงินของกลางที่ยึดได้ “วงกต” ยอมรับยังไม่มีการยืนยันที่ชัดเจนและอยู่ระหว่างตรวจสอบ
วันนี้( 22 ต.ค.)เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส. นายชาติชาย สุทธิกรม ที่ปรึกษา ป.ป.ส. แถลงข่าวจับกุม นายมะยากี หรือ กีแบล็ก ยะโกะ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว หมายจับศาลอาญาที่ 183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมตัวนายมะยากี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทสมาเลเซียว่า สามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า สำหรับนายมะยากี ถือเป็นผู้ลักลอบนำยาเสพติดทั้งยาบ้าและเฮโรอีนจากพื้นที่ภาคเหนือ ส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้และต่างประเทศ จากการสืบสวนพบว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายมะยากี ได้รับการติดต่อจาก นายกิตติศักดิ์ ดอรอเอ็ง ผู้ต้องขังคดียาเสพติดให้จัดหายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปจำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดนายนายมะยากี ได้ให้นายมะสะอุดี เจะเฮง และนายอาฮามัดสัน ดอเล๊าะ นำเฮโรอีนจำนวน 17.9 ก.ก.และยาบ้า จำนวน 15,400 เม็ด ซุกซ่อนในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน สห – 8823 กทม. ขนยาเสพติดจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปส่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาใต้ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม จ.กำแพงเพชร จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผล ก่อนอนุมัติออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.วงกต กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้สืบสวนขยายผลติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายของนายมะยากี จนสามารถจับกุม นายสรธัญ คีรีบูนแดนไพร อายุ 22 ปี นายรุสลี เจะฮาแม อายุ 36 ปี และนายสุเจนต์ ศรีวิลาศ อายุ 36 ปี ได้ของกลางเป็นเฮโรอีน ชนิดผงขาว น้ำหนัก 4,200 กรัม ซึ่งมีนายมะยากีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับนายมะยากีได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ก่อนเจ้าหน้าที่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ของประเทสมาเลเวียจับกุมตัวได้ในที่สุด
พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเครือข่ายนี้ถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเครือข่ายของนายมะยากี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้วทั้งหมด 14 คน ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่อีก 2 คน ประกอบด้วย นายรอดี หรือดี ยะโกะ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 185/2550 ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี และนายมือซี หรือลี บินมะ ผุ้ต้องหาตามหมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550
รองผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเครือข่ายนี้ได้นำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปฝั่งดินไว้เป็นเวลากว่า 2 ปีและมีการนำออกมาใช้หมุนเวียนตลอด ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดมาได้ โดยนายมะยากีถือเป็นระดับสุดท้าย ที่ทำหน้าที่รักษาและดูแลเงินดังกล่าว เนื่องจากเครือข่ายของนายมะยากีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขชจับกุมตัวจนเกือบหมดแล้ว โดยเงินจำนวนดังกล่าวได้มาจากการค้ายาเสพติดอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากตรวจสอบยังพบอีกว่า เครือข่ายนี้ยังไม่มีการแจกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้กับกลุ่มเครือข่ายเลย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาทที่ตรวจค้นเจอในบ้านของนายมะยากี ส่งให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ โดยทางป.ป.ส.ก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา เพื่ออายัดเงินดังกล่าวเข้าแผ่นดิน ตามคำสั่งของสาล โดยเงินบางส่วนอาจจะมีการแบ่งให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ของเงินทรัพย์สินที่ศาลพิจารณาเป็นของกองทุน นอกจากนี้เงินดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสารเสพติดที่ติดอยู่ตามธนบัตรที่ตรวจยึดมาได้ อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าว ต้องทำตามระเบียบวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินของเครือข่ายนี้มีทั้งหมดเท่าไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากทางคณะกรรมการต้องสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง เมื่อถามอีกว่าเงินที่หายไปจะมีการตรวจสอบอย่างไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ต้องขึ้นตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบและตามเงินดังกล่าวกลับคืนมาทั้งหมด สำหรับนายมะยากีถือว่าให้การเป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ทางนายมะยากียังไม่รับสารภาพ แต่หลักฐานเป็นเงินที่พบในบ้านของนายมะยากี จึงถือว่าผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐาน ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเกี่ยวกับเงินทั้งหมด สำหรับกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่และภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจและจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินส่วนนี้มีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ต้องตรวจสอบและสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง แต่เงินจำนวนนี้พบในบ้านของนายมะยากีจึงต้องมีการสอบสวนพื่อเชื่อมโยงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการค้ายาเสพติด บางส่วนมีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สำหรับเครือข่ายนี้เบื้องต้นยังไม่พบว่านำไปใช้ในการก่อความไม่สงบ เนื่องจากยังไม่มีพยาน จึงยังไม่ขอยืนยันและอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สอบสวนในส่วนนี้อีกครั้ง
สำหรับเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จะมีนายกิตติศักดิ์ หรือรีแซ หรืออาเย๊าะ ดอรอเอ็ง เป็นหัวหน้าเครือข่าย ซึ่งขณะนี้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยถูกกักขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2548 พร้อมของกลางยาบ้า 198,000 เม็ด สำหรับการจับกุมในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องขังชาย(ขช.)ทรงศักดิ์ น้อยสร้าง ขช.ชัยณรวค์ แก้วประสิทธิ์ จับกุมได้ที่ อ.บรรพตพิสัย และขช.สุทรรศน์ อาแซ จับกุมได้ที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง สำหรับการทำงานของเครือข่ายนี้นายมะยากีจะรับคำสั่งจากนายดอรอเอ็ง ที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจำว่าต้องนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าที่ใด
ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2550 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม สามารถจับกุมเครือข่ายของนายดอรอเอ็งได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.มะสะอูดี เจะเฮง และขช.อาฮามัดสัน คอเล๊าะ พร้อมของกลางเฮโรอีนแบบผงจำนวน 36 ถุง แบบอัดจำนวน 9 แท่ง น้ำหนักประมาณ 17.9 ก.ก. ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างศาลชั้นตอนพิจารณาตัดสิน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติมอีก 3 คน ประกอบด้วย ขช.อิลยะห์ หรือยะ คอเล๊าะ จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2550 ขช.จะเสือหรืออาซือกะ หรืออะสุกะ แสงคือ จับกุมได้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2550 และขญ.ยุพาพรหรือยุ พรหมสาร จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2550 ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงขยายผลออกหมายจับนายมะยากี หมายจับที่145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 และนายมือซี หรือลี บินมะ หมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว สำหรับนายมือซีตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.2550 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและสามารถจับกุมสมาชิกของเครือข่ายได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.สรธัญ คีรีบูนแดนไพร ขช.รุสสี เจาะฮาแม และขช.สุเจนต์ ศรีวิลาศ พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนัก 4.2 ก.ก. โดยสามารถจับกุมได้ที่ จ.ชียงใหม่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานข่าวจากผู้แจ้งเบาะแสว่า ภายในบ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.มูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ได้มีการซุกซ้อนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด จำนวนกว่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบเงินจำนวนกว่า 30 ล้านบาท ที่ซุกซ้อนไว้ในท่อพีวีซีจำนวน 7 ท่อ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกลับมาตรวจสอบ พร้อมกับควบคุมตัวนายอีซอ ยะโกะ ซึ่งเป็นพ่อของนายมะยากีมาสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับนายรอดี หรือดี ยะโกะ ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี หมายจับที่ 185/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 และนายมะยากี หมายจับที่183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทศมาเลเซียและสามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก่อนส่งตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศไทย ส่วนนายรอดี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม



วันนี้( 22 ต.ค.)เมื่อเวลา 08.00 น.ที่ บช.ปส. พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส. นายชาติชาย สุทธิกรม ที่ปรึกษา ป.ป.ส. แถลงข่าวจับกุม นายมะยากี หรือ กีแบล็ก ยะโกะ อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 5 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว หมายจับศาลอาญาที่ 183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมตัวนายมะยากี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ประสานงานไปยังสำนักงานตำรวจปราบปรามยาเสพติดของประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทสมาเลเซียว่า สามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า สำหรับนายมะยากี ถือเป็นผู้ลักลอบนำยาเสพติดทั้งยาบ้าและเฮโรอีนจากพื้นที่ภาคเหนือ ส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้และต่างประเทศ จากการสืบสวนพบว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นายมะยากี ได้รับการติดต่อจาก นายกิตติศักดิ์ ดอรอเอ็ง ผู้ต้องขังคดียาเสพติดให้จัดหายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือไปจำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดนายนายมะยากี ได้ให้นายมะสะอุดี เจะเฮง และนายอาฮามัดสัน ดอเล๊าะ นำเฮโรอีนจำนวน 17.9 ก.ก.และยาบ้า จำนวน 15,400 เม็ด ซุกซ่อนในรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน สห – 8823 กทม. ขนยาเสพติดจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ไปส่งใน 3 จังหวัดชายแดนภาใต้ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม จ.กำแพงเพชร จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนขยายผล ก่อนอนุมัติออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว เมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา
พล.ต.อ.วงกต กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้สืบสวนขยายผลติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายของนายมะยากี จนสามารถจับกุม นายสรธัญ คีรีบูนแดนไพร อายุ 22 ปี นายรุสลี เจะฮาแม อายุ 36 ปี และนายสุเจนต์ ศรีวิลาศ อายุ 36 ปี ได้ของกลางเป็นเฮโรอีน ชนิดผงขาว น้ำหนัก 4,200 กรัม ซึ่งมีนายมะยากีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เจ้าหน้าที่จึงได้ออกหมายจับนายมะยากี ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับนายมะยากีได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในประเทศมาเลเซีย ก่อนเจ้าหน้าที่ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.ของประเทสมาเลเวียจับกุมตัวได้ในที่สุด
พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเครือข่ายนี้ถือเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สำหรับเครือข่ายของนายมะยากี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้แล้วทั้งหมด 14 คน ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่อีก 2 คน ประกอบด้วย นายรอดี หรือดี ยะโกะ ผู้ต้องหาตามหมายจับที่ 185/2550 ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี และนายมือซี หรือลี บินมะ ผุ้ต้องหาตามหมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550
รองผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเครือข่ายนี้ได้นำเงินที่ได้จากการขายยาเสพติดไปฝั่งดินไว้เป็นเวลากว่า 2 ปีและมีการนำออกมาใช้หมุนเวียนตลอด ก่อนเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดมาได้ โดยนายมะยากีถือเป็นระดับสุดท้าย ที่ทำหน้าที่รักษาและดูแลเงินดังกล่าว เนื่องจากเครือข่ายของนายมะยากีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขชจับกุมตัวจนเกือบหมดแล้ว โดยเงินจำนวนดังกล่าวได้มาจากการค้ายาเสพติดอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากตรวจสอบยังพบอีกว่า เครือข่ายนี้ยังไม่มีการแจกจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้กับกลุ่มเครือข่ายเลย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาทที่ตรวจค้นเจอในบ้านของนายมะยากี ส่งให้ ป.ป.ส.ตรวจสอบ โดยทางป.ป.ส.ก็จะมีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาพิจารณา เพื่ออายัดเงินดังกล่าวเข้าแผ่นดิน ตามคำสั่งของสาล โดยเงินบางส่วนอาจจะมีการแบ่งให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสจำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ เจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำนวน 25 เปอร์เซ็นต์ของเงินทรัพย์สินที่ศาลพิจารณาเป็นของกองทุน นอกจากนี้เงินดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบหาสารเสพติดที่ติดอยู่ตามธนบัตรที่ตรวจยึดมาได้ อย่างไรก็ตามการตรวจสอบเงินจำนวนดังกล่าว ต้องทำตามระเบียบวิธีการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินของเครือข่ายนี้มีทั้งหมดเท่าไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากทางคณะกรรมการต้องสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง เมื่อถามอีกว่าเงินที่หายไปจะมีการตรวจสอบอย่างไร พล.ต.อ.วงกต กล่าวต่อว่า ในส่วนนี้ต้องขึ้นตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบและตามเงินดังกล่าวกลับคืนมาทั้งหมด สำหรับนายมะยากีถือว่าให้การเป็นประโยชน์กับทางเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ทางนายมะยากียังไม่รับสารภาพ แต่หลักฐานเป็นเงินที่พบในบ้านของนายมะยากี จึงถือว่าผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐาน ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีการสอบปากคำผู้ต้องหาเกี่ยวกับเงินทั้งหมด สำหรับกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่และภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจและจะเร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเงินส่วนนี้มีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.ต.อ.วงกต กล่าวว่า ต้องตรวจสอบและสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง แต่เงินจำนวนนี้พบในบ้านของนายมะยากีจึงต้องมีการสอบสวนพื่อเชื่อมโยงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่า เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการค้ายาเสพติด บางส่วนมีการนำไปใช้ในการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สำหรับเครือข่ายนี้เบื้องต้นยังไม่พบว่านำไปใช้ในการก่อความไม่สงบ เนื่องจากยังไม่มีพยาน จึงยังไม่ขอยืนยันและอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่สอบสวนในส่วนนี้อีกครั้ง
สำหรับเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายมะยากี จะมีนายกิตติศักดิ์ หรือรีแซ หรืออาเย๊าะ ดอรอเอ็ง เป็นหัวหน้าเครือข่าย ซึ่งขณะนี้ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต โดยถูกกักขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2548 พร้อมของกลางยาบ้า 198,000 เม็ด สำหรับการจับกุมในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังสามารถจับกุมผู้ต้องขังชาย(ขช.)ทรงศักดิ์ น้อยสร้าง ขช.ชัยณรวค์ แก้วประสิทธิ์ จับกุมได้ที่ อ.บรรพตพิสัย และขช.สุทรรศน์ อาแซ จับกุมได้ที่ อ.สบปราบ จ.ลำปาง สำหรับการทำงานของเครือข่ายนี้นายมะยากีจะรับคำสั่งจากนายดอรอเอ็ง ที่ถูกกักขังอยู่ในเรือนจำว่าต้องนำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าที่ใด
ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2550 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ต.ทรงธรรม สามารถจับกุมเครือข่ายของนายดอรอเอ็งได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.มะสะอูดี เจะเฮง และขช.อาฮามัดสัน คอเล๊าะ พร้อมของกลางเฮโรอีนแบบผงจำนวน 36 ถุง แบบอัดจำนวน 9 แท่ง น้ำหนักประมาณ 17.9 ก.ก. ซึ่งตอนนี้คดีอยู่ระหว่างศาลชั้นตอนพิจารณาตัดสิน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการได้เพิ่มเติมอีก 3 คน ประกอบด้วย ขช.อิลยะห์ หรือยะ คอเล๊าะ จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2550 ขช.จะเสือหรืออาซือกะ หรืออะสุกะ แสงคือ จับกุมได้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.2550 และขญ.ยุพาพรหรือยุ พรหมสาร จับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2550 ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงขยายผลออกหมายจับนายมะยากี หมายจับที่145/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 และนายมือซี หรือลี บินมะ หมายจับที่ 144/2550 ลงวันที่ 12 ส.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน,เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้กระทำผิดตามที่ได้สมคบกันแล้ว สำหรับนายมือซีตอนนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีการจับกุม ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.2550 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและสามารถจับกุมสมาชิกของเครือข่ายได้เพิ่มเติม ประกอบด้วย ขช.สรธัญ คีรีบูนแดนไพร ขช.รุสสี เจาะฮาแม และขช.สุเจนต์ ศรีวิลาศ พร้อมของกลางเฮโรอีนน้ำหนัก 4.2 ก.ก. โดยสามารถจับกุมได้ที่ จ.ชียงใหม่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานข่าวจากผู้แจ้งเบาะแสว่า ภายในบ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.มูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ได้มีการซุกซ้อนเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด จำนวนกว่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจค้น พบเงินจำนวนกว่า 30 ล้านบาท ที่ซุกซ้อนไว้ในท่อพีวีซีจำนวน 7 ท่อ เจ้าหน้าที่จึงได้นำกลับมาตรวจสอบ พร้อมกับควบคุมตัวนายอีซอ ยะโกะ ซึ่งเป็นพ่อของนายมะยากีมาสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงออกหมายจับนายรอดี หรือดี ยะโกะ ซึ่งเป็นน้องชายของนายมะยากี หมายจับที่ 185/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 และนายมะยากี หมายจับที่183/2550 ลงวันที่ 12 ต.ค.2550 ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะประสานขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ของประเทศมาเลเซียและสามารถจับกุมตัวนายมะยากี ได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ก่อนส่งตัวกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายในประเทศไทย ส่วนนายรอดี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม


