ตามดูคดีดัง สัปดาห์นี้จะพาท่านผู้อ่านย้อนกลับไปติดตามคดีประวัติศาสตร์ ที่นำไปสู่ปมบาดหมางที่ยากประสานระหว่างประเทศไทย กับซาอุดิอาระเบีย จะเป็นคดีอื่นใดไปไม่ได้นอกเสียจาก “ คดีเพชรซาอุฯ” เพชรอาถรรพ์ อัญมณีล้ำค่าแห่งราชวงศ์ไฟซาล ที่ทำให้ผู้เข้าไปเกี่ยวข้อง ครอบครอง ต้องพบกับความสูญเสีย และพบจุดจบที่แสนเจ็บปวด
จุดเริ่มของคดีเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน เมื่อนายเกรียงไกร เตชะโม่ง หนุ่มแรงงานไทยจากเมืองรถม้าที่เดินทางไปขุดทองท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่แล้วโชคชะตาก็ชักพาให้เขาเข้าไปทำงานในพระราชวังอันหรูหราของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย แต่สุดท้ายนายเกรียงไกร กลับฉวยโอกาสขโมยเอาเครื่องเพชรมูลค่ามหาศาลหนีกลับมาเมืองไทย หลังจากทางการซาอุฯ รู้เรื่อง ก็รีบประสานรัฐบาลไทยให้ช่วยติดตามหา โดยเฉพาะ“ บลูไดมอนด์” เพชรล้ำค่าประจำราชวงศ์ โดย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อธิบดีกรมตำรวจ ขณะนั้นมอบหมายให้ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ เจ้าของฉายา“สิงห์เหนือ” เป็นหัวหน้าชุดติดตามเพชรคืน
การทำงานของ พล.ต.ท.ชลอ และทีมงานทำท่าจะเวิร์คในช่วงแรก เมื่อสามารถรวบตัวนายเกรียงไกร ได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นก็ลากตัวไปสอบเครียดจนยอมคายเพชรออกมา แถมยังสารภาพอย่างหมดเปลือกด้วยว่าใครรับซื้อเพชรไปบ้าง จนสามารถติดตามเครื่องเพชรล้ำค่ากลับคืนมาได้จำนวนหนึ่ง ผลงานในครั้งนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ไทย - ซาอุฯ ดูจะกระเตื้องขึ้น และยังทำให้โดย พล.ต.ท.ชลอ ได้รับการยกย่องจากทางการซาอุฯ ให้เป็นถึง “ ชี้ค” เลยทีเดียว ส่วนนายเกรียงไกรนั้น ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ฯ ก่อนถูกลงโทษจำคุก 7 ปี
แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ เพราะเมื่อนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ รมว.ต่างประเทศ ในขณะนั้นขันอาสา เสนอหน้านำเพชรประจำราชวงศ์ ไปคืนถึงแผ่นดินตะวันออกกลาง แต่กลับกลายเป็นว่าเครื่องเพชรเกือบครึ่งเป็นของปลอม ทำเอารัฐบาลไทยถึงกับหน้าแหกจนแทบ
จะต้องแทรกแผ่นดินหนี ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็แทบขาดสะบั้น รัฐบาลต้องตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมาพลิกแผ่นดินสืบหาว่าเพชรไปอยู่ในมือใคร โดยมุ่งเน้นสืบสวนไปที่เส้นทางการซื้อขาย ซึ่งโยงใยไปถึงกลุ่มคนในสังคมชั้นสูงมากมาย
ทั้งนักการเมือง คุณหญิงคุณนาย ตลอดจนคนมีสี
ขณะเดียวกันรัฐบาลซาอุฯ ก็มีการว่าจ้างชุดสืบสวนพิเศษติดตามแกะรอยสืบหาอย่างลับๆเช่นกัน โดยเฉพาะ “บลูไดมอนด์” ซึ่งราชวงศ์ซาอุฯ ต้องการได้คืนมากที่สุด เพราะเป็น “เพชรอาถรรพ์” ที่มีชุดเดียวในโลก ขณะที่ข่าวการสืบหาของฝ่ายไทยกลับเริ่มเงียบหายไป เพราะเป็นที่รู้กันว่าผู้ที่ครอบครองเครื่องเพชรล้ำค่านั้นต่างเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแตะ มิหนำซ้ำระหว่างที่ทุกฝ่ายกำลังตามหาเพชรกันอยู่นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างไทย -ซาอุฯ กลับต้องเลวร้ายลงไปอีก เมื่อเกิดคดี "ฆ่านักการทูตและนักธุรกิจซาอุฯ" ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
จนต่อมาเมื่อถึงยุค พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อธิบดีกรมตำรวจ จึงมีการแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ชลอ กลับมาเป็นหัวหน้าชุดติดตามไล่ล่าสืบหาเพชรอีกครั้ง จนนำมาสู่คดีสะเทือนขวัญ “ อุ้มฆ่านางดาราวดี และ ด.ช.เสรี สองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ ”ในครั้งนั้นทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.ชลอ ใช้วิธี “ อุ้ม” ลูกเมีย ของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ พ่อค้าเพชรซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ครอบครอง “บลูไดมอนด์” ไปกักไว้เพื่อสอบสวนและต่อรองให้นายสันติ นำเพชรมาคืน แต่เมื่อนายสันติ หาเพชรมาคืนไม่ได้ สุดท้ายการ “ อุ้มไปสอบ” ก็กลับกลายเป็นการ “อุ้มฆ่า” สองแม่ลูกถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต แล้วนำศพยัดใส่รถเบนซ์ไป“จัดฉาก” ให้รถบรรทุกพุ่งชนที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
อย่างไรก็ดีต่อมามีการดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.ชลอ กับพวกรวม 9 คนเป็นจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง และความผิดอื่นรวม 7 ข้อหา คดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ในความผิดฐานสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ส่วนลูกน้องในทีมอุ้มก็โดนจำคุกกันเกือบยกทีม ขณะที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ให้ประหารชีวิตสถานเดียวฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ส่วนจำเลยคนอื่นให้ยืนตามศาลชั้นต้น
ผลพวงจากบ่วงกรรมที่ทำไว้ยังส่งผลให้ พล.ต.ท.ชลอ กับพวกต้องตกเป็นจำเลยในอีกหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับ พ.ต.ต.ธานี สีดอกบวบ ลูกน้องคนสนิท ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใดให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและเสรีภาพ กรณีอุ้มตัวนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ มาสอบหาเพชรซาอุฯ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลฎีกา ภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี นอกจากนี้ยังถูกจำคุกอีก 20 ปี ในคดีร่วมกับพวกรวม 8 คนเบียดบังยักยอกเพชรของกลาง ในส่วนของการสืบหาเพชร “บลูไดมอนด์” แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 13 ปี กลับไม่มีความคืบหน้า แม้จะมีการบรรจุ “คดีเพชรซาอุฯ” ซึ่งรวมไปถึงคดีฆ่านักการทูตและนักธุรกิจชาวซาอุฯเข้าเป็นคดีพิเศษในยุคที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม แต่จนแล้วจนรอดการสืบสวนก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนล่าสุดในช่วงต้นรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการส่งทีมพนักงานสอบสวนดีเอสไอเดินทางไปประชุม ร่วมกับทีมสอบสวนฝ่ายซาอุฯ ถึงตะวันออกกลาง
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทย และกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และพยายามอย่างสุดความสามารถในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ โดยมุ่งมั่นคลี่คลายคดีที่เป็นปมคาใจระหว่างประเทศ ซึ่งจากที่ได้หารือกับ
อุปทูตซาอุฯแสดงความพอใจต่อการดำเนินงานของไทย และเข้าใจความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ขณะที่นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดในการสืบสวนว่าเพิ่งลงนามคำสั่งเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีสังหารอุปทูตและอุ้มนักธุรกิจชาวซาอุฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเดิมส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่โอนย้ายมาสังกัดดีเอสไอ แต่จากในการสืบสวนคดีพบว่าอาจมีนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวพันด้วยจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนชุดใหม่กำลังเร่งศึกษาสำนวนการสอบสวน ตลอดจนคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อนำส่วนที่เป็นประโยชน์มาประกอบหลักฐานใหม่ โดยทุกคนมุ่งมั่นจะทำให้คดีเกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุดเพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
อาถรรพ์“ เพชรซาอุฯ” ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างตำนาน และคำถามเอาไว้มากมาย ท้ายที่สุด จุดจบของ พล.ต.ท.ชลอ จะเป็นอย่างไร ? ทางการไทยจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้หรือไม่ ?? ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ซาอุฯจะมีโอกาสประสานให้ดีเหมือนเดิมหรือไม่?? เพชรบลูไดมอนด์อยู่ในมือใคร?!? ยังคงเป็นคำถามที่รอคำตอบ.....












จุดเริ่มของคดีเกิดขึ้นเมื่อ 13 ปีก่อน เมื่อนายเกรียงไกร เตชะโม่ง หนุ่มแรงงานไทยจากเมืองรถม้าที่เดินทางไปขุดทองท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ แต่แล้วโชคชะตาก็ชักพาให้เขาเข้าไปทำงานในพระราชวังอันหรูหราของกษัตริย์ซาอุดีอาระเบีย แต่สุดท้ายนายเกรียงไกร กลับฉวยโอกาสขโมยเอาเครื่องเพชรมูลค่ามหาศาลหนีกลับมาเมืองไทย หลังจากทางการซาอุฯ รู้เรื่อง ก็รีบประสานรัฐบาลไทยให้ช่วยติดตามหา โดยเฉพาะ“ บลูไดมอนด์” เพชรล้ำค่าประจำราชวงศ์ โดย พล.ต.อ.แสวง ธีระสวัสดิ์ อธิบดีกรมตำรวจ ขณะนั้นมอบหมายให้ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ เจ้าของฉายา“สิงห์เหนือ” เป็นหัวหน้าชุดติดตามเพชรคืน
การทำงานของ พล.ต.ท.ชลอ และทีมงานทำท่าจะเวิร์คในช่วงแรก เมื่อสามารถรวบตัวนายเกรียงไกร ได้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นก็ลากตัวไปสอบเครียดจนยอมคายเพชรออกมา แถมยังสารภาพอย่างหมดเปลือกด้วยว่าใครรับซื้อเพชรไปบ้าง จนสามารถติดตามเครื่องเพชรล้ำค่ากลับคืนมาได้จำนวนหนึ่ง ผลงานในครั้งนั้น ทำให้ความสัมพันธ์ไทย - ซาอุฯ ดูจะกระเตื้องขึ้น และยังทำให้โดย พล.ต.ท.ชลอ ได้รับการยกย่องจากทางการซาอุฯ ให้เป็นถึง “ ชี้ค” เลยทีเดียว ส่วนนายเกรียงไกรนั้น ถูกดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ฯ ก่อนถูกลงโทษจำคุก 7 ปี
แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ เพราะเมื่อนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ รมว.ต่างประเทศ ในขณะนั้นขันอาสา เสนอหน้านำเพชรประจำราชวงศ์ ไปคืนถึงแผ่นดินตะวันออกกลาง แต่กลับกลายเป็นว่าเครื่องเพชรเกือบครึ่งเป็นของปลอม ทำเอารัฐบาลไทยถึงกับหน้าแหกจนแทบ
จะต้องแทรกแผ่นดินหนี ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็แทบขาดสะบั้น รัฐบาลต้องตั้งคณะทำงานชุดใหม่ขึ้นมาพลิกแผ่นดินสืบหาว่าเพชรไปอยู่ในมือใคร โดยมุ่งเน้นสืบสวนไปที่เส้นทางการซื้อขาย ซึ่งโยงใยไปถึงกลุ่มคนในสังคมชั้นสูงมากมาย
ทั้งนักการเมือง คุณหญิงคุณนาย ตลอดจนคนมีสี
ขณะเดียวกันรัฐบาลซาอุฯ ก็มีการว่าจ้างชุดสืบสวนพิเศษติดตามแกะรอยสืบหาอย่างลับๆเช่นกัน โดยเฉพาะ “บลูไดมอนด์” ซึ่งราชวงศ์ซาอุฯ ต้องการได้คืนมากที่สุด เพราะเป็น “เพชรอาถรรพ์” ที่มีชุดเดียวในโลก ขณะที่ข่าวการสืบหาของฝ่ายไทยกลับเริ่มเงียบหายไป เพราะเป็นที่รู้กันว่าผู้ที่ครอบครองเครื่องเพชรล้ำค่านั้นต่างเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแตะ มิหนำซ้ำระหว่างที่ทุกฝ่ายกำลังตามหาเพชรกันอยู่นั้น ความสัมพันธ์ระหว่างไทย -ซาอุฯ กลับต้องเลวร้ายลงไปอีก เมื่อเกิดคดี "ฆ่านักการทูตและนักธุรกิจซาอุฯ" ซึ่งจนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
จนต่อมาเมื่อถึงยุค พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อธิบดีกรมตำรวจ จึงมีการแต่งตั้งให้ พล.ต.ท.ชลอ กลับมาเป็นหัวหน้าชุดติดตามไล่ล่าสืบหาเพชรอีกครั้ง จนนำมาสู่คดีสะเทือนขวัญ “ อุ้มฆ่านางดาราวดี และ ด.ช.เสรี สองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ ”ในครั้งนั้นทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.ชลอ ใช้วิธี “ อุ้ม” ลูกเมีย ของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ พ่อค้าเพชรซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ครอบครอง “บลูไดมอนด์” ไปกักไว้เพื่อสอบสวนและต่อรองให้นายสันติ นำเพชรมาคืน แต่เมื่อนายสันติ หาเพชรมาคืนไม่ได้ สุดท้ายการ “ อุ้มไปสอบ” ก็กลับกลายเป็นการ “อุ้มฆ่า” สองแม่ลูกถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต แล้วนำศพยัดใส่รถเบนซ์ไป“จัดฉาก” ให้รถบรรทุกพุ่งชนที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
อย่างไรก็ดีต่อมามีการดำเนินคดีกับ พล.ต.ท.ชลอ กับพวกรวม 9 คนเป็นจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง และความผิดอื่นรวม 7 ข้อหา คดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ในความผิดฐานสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ ส่วนลูกน้องในทีมอุ้มก็โดนจำคุกกันเกือบยกทีม ขณะที่ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ให้ประหารชีวิตสถานเดียวฐานเป็นตัวการร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อปกปิดความผิดของตนเอง ส่วนจำเลยคนอื่นให้ยืนตามศาลชั้นต้น
ผลพวงจากบ่วงกรรมที่ทำไว้ยังส่งผลให้ พล.ต.ท.ชลอ กับพวกต้องตกเป็นจำเลยในอีกหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับ พ.ต.ต.ธานี สีดอกบวบ ลูกน้องคนสนิท ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการใดให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อทรัพย์สินและเสรีภาพ กรณีอุ้มตัวนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ มาสอบหาเพชรซาอุฯ ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลฎีกา ภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 3 ปี นอกจากนี้ยังถูกจำคุกอีก 20 ปี ในคดีร่วมกับพวกรวม 8 คนเบียดบังยักยอกเพชรของกลาง ในส่วนของการสืบหาเพชร “บลูไดมอนด์” แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 13 ปี กลับไม่มีความคืบหน้า แม้จะมีการบรรจุ “คดีเพชรซาอุฯ” ซึ่งรวมไปถึงคดีฆ่านักการทูตและนักธุรกิจชาวซาอุฯเข้าเป็นคดีพิเศษในยุคที่ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ยุติธรรม แต่จนแล้วจนรอดการสืบสวนก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนล่าสุดในช่วงต้นรัฐบาลชุดปัจจุบัน มีการส่งทีมพนักงานสอบสวนดีเอสไอเดินทางไปประชุม ร่วมกับทีมสอบสวนฝ่ายซาอุฯ ถึงตะวันออกกลาง
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวย้ำว่า รัฐบาลไทย และกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญ และพยายามอย่างสุดความสามารถในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุฯ โดยมุ่งมั่นคลี่คลายคดีที่เป็นปมคาใจระหว่างประเทศ ซึ่งจากที่ได้หารือกับ
อุปทูตซาอุฯแสดงความพอใจต่อการดำเนินงานของไทย และเข้าใจความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน
ขณะที่นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดในการสืบสวนว่าเพิ่งลงนามคำสั่งเปลี่ยนชุดพนักงานสอบสวนคดีสังหารอุปทูตและอุ้มนักธุรกิจชาวซาอุฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนเดิมส่วนใหญ่เป็นตำรวจที่โอนย้ายมาสังกัดดีเอสไอ แต่จากในการสืบสวนคดีพบว่าอาจมีนายตำรวจเข้าไปเกี่ยวพันด้วยจึงจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนชุดใหม่กำลังเร่งศึกษาสำนวนการสอบสวน ตลอดจนคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด เพื่อนำส่วนที่เป็นประโยชน์มาประกอบหลักฐานใหม่ โดยทุกคนมุ่งมั่นจะทำให้คดีเกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุดเพื่อนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
อาถรรพ์“ เพชรซาอุฯ” ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่สร้างตำนาน และคำถามเอาไว้มากมาย ท้ายที่สุด จุดจบของ พล.ต.ท.ชลอ จะเป็นอย่างไร ? ทางการไทยจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้หรือไม่ ?? ความสัมพันธ์ระหว่างไทย – ซาอุฯจะมีโอกาสประสานให้ดีเหมือนเดิมหรือไม่?? เพชรบลูไดมอนด์อยู่ในมือใคร?!? ยังคงเป็นคำถามที่รอคำตอบ.....


