ตำรวจภูธรภาค 1 แถลงจับกุม 3 ผู้ต้องหา ร่วมปล้นทรัพย์ธนาคาร พร้อมยึดเงิดสดของกลางกว่า 1 ล้านบาท สอบสวนพบประวัติเคยติดคุก ก่อคดีมาแล้วหลายครั้ง
วันนี้ (1 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ บช.ภ.1 พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ แถลงข่าวจับกุม นายวิเชียร การวิธี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/172 ม.6 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายประสบสุข ศิริกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ม.4 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ นายสัพชัย การวิธี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/172 ม.6 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางเงิดสดจำนวน 1,295,000 บาท อาวุธปืนสั้น ออโตเมติก .38 1 กระบอก สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง จำนวน 2 เส้น โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ตั่วรับจำนำ 7 ใบ และกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ท.รชต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายวิเชียร และนายประสบสุข ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารนครหลวงไทย สาขาถนนเทพารักษ์ ท้องที่ สภ.ต.สำโรงเหนือ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 120,000 บาท ต่อมาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารนครหลวงไทย สาขาบางโคล่ ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 170,000 บาท ต่อมาคนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารทหารไทย สาขาถนนเทพารักษ์ ท้องที่ สภ.ต.สำโรงเหนือ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 520,000 บาท และครั้งล่าสุดคนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนศรีนครินทร์ ท้องที่ สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ที่สถานีรถไฟบางซื่อ ขณะที่ นายวิเชียร และนายประสบสุข คนกำลังนำเงินหลบหนีไปที่ จ.อุบลราชธานี
พล.ต.ท.รชต กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า นำเงินที่ได้มาไปใช้เที่ยวเตร่ ใช้หนี้และซื้อสิ่งของต่างๆ ซึ่งมี นายวิเชียร เป็นหัวหน้าแก๊ง สำหรับนายวิเชียรเคยต้องโทษคดีชิงทรัพยที่ สน.หัวหมาก และถูกจับคุกมา 11 ปี เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ พ.ศ.2546 ออกจากคุกมาก็ได้ชักชวน นายประสบสุข ให้มาร่วมกันก่อเหตุ โดย นายวิเชียร ได้ยืมรถจักรยานที่ใช้ก่อเหตุจาก นายสัพชัย โดย นายวิเชียร มีหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานดูลาดเลาตระเวนดูก่อนที่จะลงมือ 1 วัน จากนั้น นายประสบสุข เป็นคนลงมือชิงทรัพย์ หลังจากนั้น คนร้ายใช้ความชำนาญทางในพื้นที่ขับรถหลบหนี หลังก่อเหตุคนร้ายนำเงินไปฝากกับนางพิศมัย ศิริกุล พี่สาวของนายประสบสุข เป็นเงิน 342,000 บาท ส่วน นายวิเชียร นำเงินไปฝากกับนางกาญจนา การวิธี ภรรยา เป็นเงิน 100,000 บาท และอีกส่วนนำไปฝากกับนางสาวกนกวรรณ เข็มวิชัย นักร้องที่ไปติดพันจำนวน 30,000 บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเป็นคนลงมือก่อเหตุทั้ง 4 ครั้ง เจ้าหน้าจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์


วันนี้ (1 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ บช.ภ.1 พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ แถลงข่าวจับกุม นายวิเชียร การวิธี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/172 ม.6 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายประสบสุข ศิริกุล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 ม.4 ต.โคกกระชาย อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา และ นายสัพชัย การวิธี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/172 ม.6 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ธนาคารในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางเงิดสดจำนวน 1,295,000 บาท อาวุธปืนสั้น ออโตเมติก .38 1 กระบอก สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง จำนวน 2 เส้น โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ตั่วรับจำนำ 7 ใบ และกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ท.รชต กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากนายวิเชียร และนายประสบสุข ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารนครหลวงไทย สาขาถนนเทพารักษ์ ท้องที่ สภ.ต.สำโรงเหนือ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 120,000 บาท ต่อมาได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารนครหลวงไทย สาขาบางโคล่ ท้องที่ สน.วัดพระยาไกร เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 170,000 บาท ต่อมาคนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารทหารไทย สาขาถนนเทพารักษ์ ท้องที่ สภ.ต.สำโรงเหนือ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เงินสดไป 520,000 บาท และครั้งล่าสุดคนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนศรีนครินทร์ ท้องที่ สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ที่สถานีรถไฟบางซื่อ ขณะที่ นายวิเชียร และนายประสบสุข คนกำลังนำเงินหลบหนีไปที่ จ.อุบลราชธานี
พล.ต.ท.รชต กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า นำเงินที่ได้มาไปใช้เที่ยวเตร่ ใช้หนี้และซื้อสิ่งของต่างๆ ซึ่งมี นายวิเชียร เป็นหัวหน้าแก๊ง สำหรับนายวิเชียรเคยต้องโทษคดีชิงทรัพยที่ สน.หัวหมาก และถูกจับคุกมา 11 ปี เพิ่งพ้นโทษมาเมื่อ พ.ศ.2546 ออกจากคุกมาก็ได้ชักชวน นายประสบสุข ให้มาร่วมกันก่อเหตุ โดย นายวิเชียร ได้ยืมรถจักรยานที่ใช้ก่อเหตุจาก นายสัพชัย โดย นายวิเชียร มีหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานดูลาดเลาตระเวนดูก่อนที่จะลงมือ 1 วัน จากนั้น นายประสบสุข เป็นคนลงมือชิงทรัพย์ หลังจากนั้น คนร้ายใช้ความชำนาญทางในพื้นที่ขับรถหลบหนี หลังก่อเหตุคนร้ายนำเงินไปฝากกับนางพิศมัย ศิริกุล พี่สาวของนายประสบสุข เป็นเงิน 342,000 บาท ส่วน นายวิเชียร นำเงินไปฝากกับนางกาญจนา การวิธี ภรรยา เป็นเงิน 100,000 บาท และอีกส่วนนำไปฝากกับนางสาวกนกวรรณ เข็มวิชัย นักร้องที่ไปติดพันจำนวน 30,000 บาท โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเป็นคนลงมือก่อเหตุทั้ง 4 ครั้ง เจ้าหน้าจึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์


