xs
xsm
sm
md
lg

รถพ่วง 18 ล้อทับเด็กนักเรียนดับคาจักรยาน

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

รถพ่วง 18 ล้อ เฉี่ยวชนและทับเด็กนักเรียน ขณะขี่รถจักรยานไปโรงเรียนเสียชีวิตคาที่ ผู้เป็นแม่ทราบข่าว เป็นลมล้มพับปริ่มจะขาดใจ ส่วนโชเฟอร์ตีนผี ทิ้งรถหลบหนีไป

วันนี้ (6 ก.ค.) เวลา 06.30 น. พ.ต.ท.สุรจิตต์ บวรโชค สน.นิมิตรใหม่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุกเฉี่ยวชนเด็กนักเรียนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าหมู่บ้านเคซี 1 รามอินทรา ถนนหทัยราษฎร์ ซอยหทัยราษฎร์ 39 (วัดแป้นทอง) แขวงคลองสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กทม.จึงรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุ เป็นทางแยกจากถนนซอยทหัยราษฎร์ 39 เข้าหมู่บ้านเคซี 1 รามอินทรา ตำรวจพบศพ ด.ช.ปิยะวัชร บุญเทียม อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนวัดแป้นทอง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 700 เมตร สภาพศพยังสวมชุดนักเรียน นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดติดกับรถจักรยาน โดยตะแกรงหน้ารถเสียบติดกับใบหน้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดเหล็กมาตัดออกก่อนจะนำร่างหนูน้อยออกมาได้ ส่วนรถบรรทุก 18 ล้อ ขับหลบหนี ไปจอดทิ้งไว้ในหมู่บ้านพร้อมพัฒน์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ในขณะที่คนขับรถหลบหนีไป ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้น เป็นรถของบริษัท หจก.สถาพร วัฒนาขนส่ง ทะเบียน 70-2655 ปทุมธานี ตัวพ่วงทะเบียน 70-2661 ปทุมธานี

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อเหตุเหตุ ด.ช.ปิยะวัชร ขี่รถจักรยานออกจากบ้านในซอย 16 หมู่บ้านเคซี 1 รามอินทรา เมื่อไปถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ได้เลี้ยวซ้ายขี่มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนวัดแป้นทอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ รถบรรทุกคันดังกล่าว บรรทุกปูนมาเต็มคันรถ เพื่อนำไปส่งยังไซด์งานในหมู่บ้านพร้อมพัฒน์ โดยวิ่งมาด้วยความเร็ว ทั้งที่เป็นถนนค่อนข้างคับแคบ ประกอบกับก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางโค้งเล็กน้อย ทำให้รถบรรทุก พุ่งชนรถจักรยานที่ด.ช.ปิยะวัชรขี่มาเข้าอย่างจัง ทำให้รถจักรยานล้มลง และรถบรรทุกยังทับร่างหนูน้อยซ้ำ จนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นคนขับรถ ขับรถไปจอดทิ้งไว้และหลบหนีไป

นางวันเพ็ญ บุญเทียม อายุ 31 ปี มารดา ด.ช.ปิยะวัชร หรือ “น้องบิว” กล่าวว่า มีอาชีพเป็นแม่ค้า ครอบครัวมีลูก 2 คน น้องบิว เป็นคนโต คนเล็กอายุ 3 ขวบ ก่อนหน้านี้ น้องบิวไม่ได้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนเอง แต่ได้จ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งและรับลูกชายที่โรงเรียนเป็นประจำ ต่อมาวินจักรยานยนต์รับจ้างคันประจำเสียชีวิต ตนกับสามีจึงทำหน้าที่รับ-ส่งลูกไปโรงเรียนเองในช่วงแรก ต่อมาจึงให้ลูกชายปั่นรถจักรยานไปโรงเรียนเองเพราะเห็นว่าไม่ไกลจากบ้านนัก ซึ่งได้กำชับลูกให้ระมัดระวังตลอด ซึ่งน้องบิวได้ปั่นจักรยานไปโรงเรียนเองมาเป็นเวลา 4-5 เดือนแล้ว

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า วันนี้ หลังจากตื่นเช้ามาไม่ได้พูดอะไรกับลูกชายมากนัก และเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุบางอย่าง เนื่องจากน้องบิวเล่นกับน้องสาวนานผิดปกติก่อนจะปั่นจักรยานไปโรงเรียน เพราะทุกวันน้องบิวจะเล่นกับน้องสาวไม่นาน กระทั่งเวลาต่อมาตนมาทราบจากหลานอีกคนมาบอกตนว่า น้องบิวลูกชายของตนถูกรถชนที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ทำให้ตนแทบใจสลายทำอะไรไม่ถูก จนเป็นลมล้มพับไป

“ดิฉันจำได้ว่าก่อนลูกชายจะเสีย ดิฉันได้พูดคุยกับน้องบิวเมื่อวานนี้เรื่องวันเกิดน้องบิว ซึ่งในวันที่ 10 ก.ค.ที่จะถึงนี้ จะเป็นวันเกิดของน้องบิว และน้องบิวขอเครื่องคอมพิเตอร์กับดิฉัน เพื่อเป็นของขวัญวันเกิด ดิฉันก็รับปากว่าจะซื้อให้ และจะซื้อเค้กวันเกิดมาฉลองกันในครอบครัวด้วย เพราะน้องบิวเป็นเด็กน่ารัก เรียนดี สุภาพเรียบร้อย แต่มาวันนี้ไม่คาดคิดเลยว่าในวันเกิดลูกชายต้องกลายเป็นวันเผาศพลูก” นางวันเพ็ญ กล่าวด้วยความเสียใจ

นางวันเพ็ญ กล่าวด้วยว่า ถนนเส้นนี้คับแคบ มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ที่ผ่านมาเคยมีชาวบ้านร้องทุกข์ที่สำนักงานเขต เพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องรถบรรทุกที่มีวิ่งบนถนนเส้นนี้มากมาย และชาวบ้านในชุมชนไม่อยากให้รถบรรทุกมาวิ่งช่วงเวลาที่ลูกหลานที่เป็นเด็กนักเรียนเดินทาง ไปและกลับจากโรงเรียน เพราะเป็นอันตรายต่อเด็กนักเรียน รวมถึงประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ด้วย แต่หลังจากชาวบ้านร้องเรียนไปจนถึงทุกวันก็ยังมีรถบรรทุกมาวิ่งตลอดเวลา นอกจากนี้อยากให้ขยายช่องถนนให้กว้างขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในด้านการจราจร เผื่อจะช่วยลดอุบัติเหตุลงได้บ้าง นอกจากนี้ยังอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร มาช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เด็กนักเรียนเวลาเช้าและเย็นด้วย

ขณะที่ พ.ต.ท.สุรจิตต์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้นำรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าวไปจอดเก็บไว้ที่ สน.นิมิตรใหม่ และจะเรียกเจ้าของบริษัทมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินการหาตัวผู้ขับรถบรรทุกคันก่อเหตุ มาสอบปากคำและดำเนินคดีตามกฏหมาย โดยจะแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนีความผิด แก่คนขับรถบรรทุกต่อไป