xs
xsm
sm
md
lg

อดีตบิ๊ก ตร.พรึ่บ! ถกค้านสังกัดกระทรวงยุติธรรม

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

อดีตบิ๊กกรมปทุมวันต่างทยอยเดินทางไปร่วมระดมความคิดเห็นต้านโครงสร้างใหม่ตำรวจ ที่จะถูกโยกย้ายไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม ตามมติ ครม. ที่สโมสรตำรวจกันอย่างพร้อมหน้า

วันนี้ (5 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องรับรอง (ห้องประชุมเล็ก) สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามกำหนดการจะมีการพบปะปรึกษาหารือถึงกรณีการปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกับการย้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปขึ้นกับกระทรวงยุติธรรม โดยจะมีองค์กรตำรวจ 3 องค์กรเข้าร่วม ประกอบด้วย สมาคมข้าราชการตำรวจ ชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ และสมาคมโรงเรียนนายร้อยตำรวจ โดยการนำของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก

อย่างไรก็ตาม อดีตนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ต่างทยอยเดินทางมายังที่ประชุมแล้ว อาทิ พล.ต.อ.วิสุทธิ์ กิตติวัฒน์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ นายกสมาคมตำรวจ พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ประธานชมรมข้าราชการตำรวจบำนาญ พล.ต.อ.สุนทร ซ้ายขวัญ อดีตรักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.อ.พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.รณรงค์ ยั่งยืน โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน เข้าร่วมประชุมด้วย ขาดเพียง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และพล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีต อ.ตร.ที่ยังเดินทางมาไม่ถึงเท่านั้น ทั้งนี้ เมื่อนายตำรวจดังกล่าวทยอยเดินทางมาถึง ต่างตรงดิ่งเข้าห้องประชุมในทันที พร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่าให้รอผลการประชุมเสร็จสิ้นก่อนจึงจะมีการแถลงข่าวภายหลัง

ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรอง ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว เม็ดต่อไปก็ผิด เพราะทั้งรัฐบาล และสนช.ชุดนี้ มาจากการปฏิวัติ ดังนั้นก็ไม่ได้รับฉันทานุมัติที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงองค์กรใด เพราะเป็นเพียงรัฐบาลชั่วคราวที่มาจากอำนาจรัฐประหาร ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงปรับปรุงองค์กรตำรวจที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลปัจจุบันจึงไม่ชอบธรรม ซึ่งหากย้อนไปดู พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 นั้นผ่านการคิดกรองอย่างรอบคอบที่สุดจากสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากเสียงของประชาชนโดยถูกต้อง ขณะที่คนที่มาทำร่างกฎหมายอันนี้ก็ไม่ใช่คนที่รู้จริงเรื่องตำรวจ

อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตำรวจหนนี้ทำกันแบบรวดเร็ว จนเกินไปและอยู่บนพื้นฐานของความฝันเฟื่อง เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะประเด็นที่จะเพิ่มเงินเดือนผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมให้เทียบเท่าศาล-อัยการนั้น ควรต้องมองย้อนความเป็นไปได้ด้วยว่ารัฐบาลมีงบประมาณมารองรับส่วนนี้จริงหรือไม่

“จะมาทำอะไรในบ้านเขา ไม่ถามคนในบ้านว่าเขาต้องการหรือไม่ พร้อมหรือไม่ แม้แต่มหาวิทยาลัยที่เขาจะเอาออกนอกระบบเขายังต้องถามความพร้อมกันเลย มหาวิทยาลัยไหนไม่พร้อมเข้าก็ไม่ออก แต่ถามว่าตำรวจมีสิทธิ์ปฏิเสธ บ้างหรือไม่ ซึ่งจริงๆตำรวจเรายืดหยุ่นได้อยู่แล้ว แต่เคยมาถามเราบ้างหรือไม่ว่าเราต้องการอะไรบ้าง เห็นมีแต่เอาอำนาจรัฐประหารมาดำเนินการกับเราเท่านั้น” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า การตั้งให้มีองค์กรอิสระมาตรวจสอบตำรวจนั้น ต้องถามว่ามั่นใจหรือว่าองค์กรอิสระนั้น มีอิสระอย่างแท้จริง คงต้องลองย้อนไปดูว่าที่บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ เหตุที่อ้างมาปฏิวัติกัน เพราะองค์กรอิสระที่รัฐสร้างมาตรวจสอบนั้นขาดความเป็นอิสระใช่หรือไม่

“เป็นไปไม่ได้เลยที่ตำรวจถูกครอบงำ ทุกวันนี้ไม่ว่าใคร องค์กรไหนก็อยากสร้างอิทธิพลกับตำรวจทั้งนั้น ไม่ว่ากระทรวง ทบวงกรมไหนก็อยากใช้ตำรวจ ท้าสาบานกันได้เลย คนที่มีอำนาจขณะนี้ก็ยื่นมือมาสั่ง มาใช้ตำรวจทั้งนั้น” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว และว่าก่อนจะมาปรับเปลี่ยนองค์กรตำรวจ ขอให้ไปอ่านกฎหมายให้ละเอียดเสียก่อน เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ควบคุมอำนาจตำรวจในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้วโดย อำนาจไปอยู่ที่ศาล อัยการ และก็กลายเป็นปัญหาที่ทำให้ตำรวจทำงานยาก ตกเป็นรองโจร ผู้ร้าย ก็มีแต่มาจำกัดอำนาจตำรวจ ภายใต้สมมุติฐานเบื้องต้นว่าตำรวจชั่ว ตำรวจไม่ดีไว้ก่อน อย่างเช่นในภาคใต้ก็คิดกันแบบนี้ ตำรวจจับผู้ต้องหามาก็มีคนมาสั่งให้ปล่อยผู้ต้องหา 8 คน แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นความเสียหายตามมา

“ขอเตือนทั้งรัฐบาล และ คมช.อย่าผลักตำรวจเป็นฝ่ายตรงข้าม ใช้ตำรวจทำงาน แต่มารังเกียจตำรวจ มากดดันด้วยข้อจำกัดต่างๆ ต้องบอกไว้เลยว่าหากตำรวจเองไม่มีหลักประกันในชีวิตราชการอย่างนี้ คนที่จะเสียหายคือประชาชน แล้วเรื่องนี้หากเกิดความเสียหาย พล.อ.สุรยุทธ์ ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้นำ เพราะแค่ท่านเข้ามาเปลี่ยนตัวผู้บริหารตำรวจคนเดียวก่อนหน้านี้โดยที่ไม่รอบคอบปัญหาก็เกิดมาแล้วมีความเสียหาย แล้วนี่ท่านจะมาเปลี่ยนตำรวจทั้งองค์กร ก็ควรต้องรอบคอบอย่างที่สุด มิฉะนั้นจะเสียหายมาก” พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

อดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้พบกันครึ่งทางได้หรือไม่ พักร่าง พ.ร.บ.อันนี้ไว้ก่อนรอให้มีรัฐสภา มีผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งเข้ามาพิจารณาเรื่องนี้จะดูสง่างามกว่า การจะมาผ่าตัดอะไร ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทีเดียวทั้งองค์กรหรอก ทำเป็นไพล็อตโปรเจกต์ พื้นที่ทดลองก่อนได้หรือไม่ จะได้รู้ว่าที่คิดจะเปลี่ยนนั้นดีหรือไม่ดี เหมาะสมหรือเปล่า ใจเย็น ใช้เวลา ดูอย่างมาเลเซียกว่าจะเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจให้ลงตัวก็ใช้เวลา 30 ปี

ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ในกรณีดังกล่าว