xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ทลายบริษัทเซ็กซ์โฟน พบ 14 สาวคุยสายสำเร็จความใคร่ให้ลูกค้า

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ตำรวจ ปดส.นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบริษัทให้บริการโทรศัพท์ออนไลน์ แชตไลน์สายด่วน หมายเลข 1900-555-556 หลังพบลักลอบให้บริการ เซ็กซ์โฟน โดยมีหญิงสาว 14 คน เป็นพนักงานเพื่อรับโทรศัพท์โต้ตอบเพื่อสำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้า

วันนี้ (26 มิ.ย.) พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.ปดส.สั่งการให้ พ.ต.อ.นรศักดิ์ เหมนิธิ รอง ผบก.ปดส.พร้อมกำลังนำหมายค้น และหมายจับศาลอาญา เข้าตรวจค้นบริษัทไม่มีชื่อ เลขที่ 252/16 ชั้น 12 อาคารเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์ทาวเวอร์ เลขที่ 1 ถ.รัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง หลังสืบทราบว่าเป็นที่ตั้งบริษัทที่ให้บริการโทรศัพท์ออนไลน์ แชตไลน์สายด่วน หมายเลข 1900 555 556 แต่กลับลักลอบให้บริการเซ็กซ์โฟน โดยมีหญิงสาวเป็นพนักงานเพื่อรับโทรศัพท์โต้ตอบเพื่อสำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้า

ผลการตรวจค้นพบพนักงานรับโทรศัพท์เป็นหญิงสาววัยรุ่น จำนวน 14 คน นั่งอยู่ประจำตามโต๊ะที่มีโทรศัพท์วางประจำอยู่โต๊ะละหนึ่งเครื่อง และมีฉากกั้นเหมือนสำนักงานทั่วไป โดยมีนายณัฐพล หรือเบิ้ม เกตุโกมล อายุ 22 ปี อยู่บ้านลขที่ 25/3 หมู่ 4 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี แสดงตัวเป็นหัวหน้างานผู้ดูแล จึงจับกุมตัวตามหมายจับศาลอาญาที่ 1938/2550 ลงวันที่ 25 มิ.ย.ข้อหา เพื่อประสงค์แห่งการค้าเผยแพร่สิ่งลามก และเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไป เพื่อให้บุคคลอื่นกระทำการค้าประเวณี จากนั้นได้ตรวจยึดโทรศัพท์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการมาตรวจสอบ พร้อมกับควบคุมตัวผู้ต้องหาและหญิงสาวทั้งหมดมาสอบสวนที่ บก.ปดส.

พล.ต.ต.วิมล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก บก.ปดส.ได้รับข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงา ว่า มีการโฆษณาให้บริการสายด่วนเบอร์เดียวไม่มีเหงาตลอด 24 ชั่วโมง ที่เบอร์ 1900 555 556 ทางสื่อสิ่งพิมพ์หลายฉบับ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีการลักลอบให้บริการแอบแฝงเป็นเซ็กซ์โฟน ซึ่งจะมีพนักงานสาวพูดจาโต้ตอบในเชิงลามกอนาจารไปจนถึงเรื่องการใช้ถ้อยคำให้เกิดจินตนาการจนสำเร็จความใคร่ให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ พล.ต.ต.วิมล จึงสั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปดส.สืบหาเบาะแส โดยส่งสายลับเข้าไปสมัครงานเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ของบริษัทดังกล่าวจนเป็นที่แน่ชัด จึงรวบรวมหลักฐานขออนุมัติหมายจับเจ้าของบริษัทและหัวหน้างานที่ดูแล ก่อนจะนำหมายศาลเข้าตรวจค้นดังกล่าว

น.ส.ก้อย (นามสมมติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรับโทรศัพท์บริษัท เปิดเผยว่า พนักงานรับโทรศัพท์ส่วนใหญ่ยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ต้องการหารายได้พิเศษ เพราะไม่อยากไปทำงานต้อนรับหรือเชียร์เครื่องดื่มตามสถานบันเทิงในเวลากลางคืน เมื่อมีเพื่อนบอกต่อๆ กันมาจึงสนใจทำงานนี้เพราะไม่ใช่เรื่องที่เสียหายหรือเสี่ยงอันตรายใดๆ

น.ส.ก้อย กล่าวต่อว่า เวลาทำงานทางบริษัทแห่งนี้จะแบ่งเป็น 3 กะๆ ละ 8 ชั่วโมง ได้ค่าแรงวันละ 200-300 บาท ตกเดือนหนึ่งได้เงินประมาณ 6,000 บาท ซึ่งใครจะมาทำงานวันเวลาใดก็ได้เพราะจะมีการบันทึกการเข้างานด้วยการสแกนลายนิ้วมือ ส่วนตนเองจะเข้าทำงานในกะกลางคืน ตั้งแต่เวลา 22.00-06.00 น.เมื่อเลิกงานก็จะได้ไปเรียนหนังสือได้ ส่วนเวลาเข้างานนั้นก็จะมีหน้าที่รับโทรศัพท์จากลูกค้าอย่างเดียว ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 95 ของลูกค้าที่โทร.เข้ามานั้นต้องการให้บริการเซ็กซ์โฟนก็จะทำเสียงครวญครางไปตามประสา แต่พนักงานจะรับสายลูกค้าประเภทนี้หรือไม่ก็ได้ อย่างตนไม่ชอบคุยเรื่องนี้ก็จะบอกลูกค้าไปว่าให้โทร.กลับมาใหม่แล้วจะให้พนักงานคนอื่นรับแทน

น.ส.ก้อย กล่าวด้วยว่า จากการที่ทำงานรับโทรศัพท์มาพอสมควร ก็เชื่อว่าคนที่โทร.เข้ามามีน้ำเสียงเหมือนคนที่มีงานการทำดีทั้งนั้น โดยแต่ละรายจะพูดคุยกับพนักงานไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง สูงสุดที่เคยคุยสายนานถึง 5 ชั่วโมง แต่ทั้งนี้ ก็มีลูกค้าบางรายที่สงสารพนักงานรับโทรศัพท์เพราะต้องทำยอดเวลาให้ถึง 300 นาทีถึงจะได้เงินพิเศษก็โทร.มาหาแต่ไม่ได้คุยอะไรกันแค่ปล่อยสายไว้เฉยๆ พอผ่านไปหลายชั่วโมงก็วางหูไปก็มี อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า พนักงานทั้งหมดไม่มีการให้บริการทางเพศนอกเหนือจากการรับโทรศัพท์แต่อย่างใด เพราะถ้าบริษัททราบเรื่องก็จะไล่ออกทันที

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้เรียกตัว นายเอกอนันต์ สิงห์จำนงค์ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทดังกล่าวให้มาพบ เมื่อ นายเอกอนันต์ มาถึงพนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1936/2550 ลงวันที่ 25 มิ.ย.ในข้อหาเดียวกับ นายณัฐพล แต่ทั้งนี้ นายเอกอนันต์ และนายณัฐพล ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าเปิดให้การบริการพูดคุยโทรศัพท์เป็นเพื่อนเท่านั้น แต่ไม่ทราบว่าลูกน้องจะไปทำเป็นอย่างอื่น นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้ขออนุมัติหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดอีกราย คือ นายวิภาค เกตุโกมล อายุ 26 ปี น้องชาย นายณัฐพล ในข้อเดียวกันด้วย แต่การตรวจค้นไม่พบตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

สำหรับข้อหาเพื่อประสงค์แห่งการค้าเผยแพร่สิ่งอื่นใดอันลามก และเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไป พาไป เพื่อให้บุคคลอื่นกระทำการค้าประเวณีนั้นเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287(1) และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี มาตรา 9 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และจำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาท ตามลำดับ


ลงโฆษณา