xs
xsm
sm
md
lg

สินบนพ่นพิษ! “ไกรฤกษ์” แจ้ง ก.ต.พิจารณาการทำหน้าที่ “โฆษกศาล”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


“ม.ล.ไกรฤกษ์” ทำหนังสือถึง ก.ต.ร้อง “โฆษกศาล” ให้ข่าวคลาดเคลื่อน หลังสื่อเสนอข่าวบันทึกสินบนคดียุบพรรค ขณะที่ “โฆษก” ออกโรงแจง ไม่เคยให้สัมภาษณ์ตามที่สื่อตีพิมพ์ ส่วนการสอบข้อเท็จจริง ประธานลงนามตั้ง 3 ผู้พิพากษาสั่งสรุปผลสอบมีมูลหรือไม่ภายใน 30 วัน

วันนี้ (20 มิ.ย.) ที่สำนักงานศาลยุติธรรม นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะโฆษกศาลยุติธรรม แถลงข่าวปฏิเสธกรณีที่เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ลงข่าวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2550 ถึงคำให้สัมภาษณ์ของตนผ่านรายการ “สภาท่าพระอาทิตย์” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี โดยระบุคำให้สัมภาษณ์ของตนว่า “ในที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ตุลาการรัฐธรรมนูญ (ตัวแทนจากศาลฎีกา) ได้หยิบยกเรื่องสินบนตุลาการฯ มาหารือในที่ประชุม ซึ่งนายปัญญาได้สอบถามเรื่องการทำหนังสือเปิดเผยเกี่ยวกับการวิ่งเต้นจ่ายสินบน แต่ ม.ล.ไกรฤกษ์ บอกว่า ไม่เคยทำหนังสือดังกล่าว” และกรณีหนังสือพิมพ์มติชน ลงข่าวคำให้สัมภาษณ์ของตนว่า “เมื่อวานนี้ (18 มิ.ย.) นายปัญญา ประธานศาลฎีกา ได้ชี้แจงยืนยันต่อที่ประชุม ก.ต.แล้วว่า ไม่เคยปรากฏว่ามีบันทึกดังกล่าว ขณะที่ประธานศาลฎีกา ได้สอบถาม ม.ล.ไกรฤกษ์ รองประธานศาลฎีกา ที่มีชื่อปรากฏในบันทึกนั้นแล้วว่า มีผู้เสนอยื่นบันทึกให้ และได้เป็นลงลายมือชื่อรับบันทึกหรือไม่ ซึ่ง ม.ล.ไกรฤกษ์ ปฏิเสธกลางที่ประชุม ก.ต.ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับบันทึกและไม่ได้ลงลายมือชื่อรับบันทึก ดังนั้น ข้อเท็จจริงเรื่องการรับบันทึกที่ว่าประธานศาลฎีกา รับทราบเรื่องความพยายามเสนอให้สินบนแล้วตั้งแต่ 1 พ.ย.2549 จึงยังมีความคลาดเคลื่อนที่ข้อเท็จจริงขัดกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการสอบสวนฯ จะได้พิจารณาสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป”

โดยนายสราวุธ ยืนยันว่า ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ ซึ่งการลงข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และเรื่องนี้เป็นเหตุให้ ม.ล.ไกรฤกษ์ ทำหนังสือถึงประธาน ก.ต.เพื่อให้พิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของตนในฐานะโฆษกศาลยุติธรรม ซึ่งนายสราวุธ กล่าวชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงในการประชุม ก.ต.วันที่ 18 มิ.ย.ดังกล่าว นายพิชัยวัฒน์ อุตะเดช อธิบดีผู้พิพากษา ภาค 5 ได้หยิบยกเรื่องสินบนขึ้นมาสอบถามก่อนเข้าสู่วาระการประชุมปกติ โดยได้สอบถามกับนายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกา เรื่องที่มีการเสนอข่าวสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญคดียุบพรรค ที่เหมือนกับว่าศาลและบุคลากรของศาลเข้าไปเกี่ยวข้อง

โดย นายปัญญา ในฐานะประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงโดยยืนยันว่า ประธานฯไม่เคยได้รับหนังสือบันทึกใดๆ ที่ให้มีการสืบสวนสอบสวนเกี่ยวกับการให้สินบนตุลาการ ตามที่มีผู้กล่าวหาแต่อย่างใด เพราะหากมีตัวประธานศาลฎีกาก็ต้องดำเนินการไปนานแล้ว และระหว่างการชี้แจงเพื่อไม่ให้ ม.ล.ไกรฤกษ์ เสียหาย ประธานศาลฎีกาจึงได้สอบถาม ม.ล.ไกรฤกษ์ ในที่ประชุม ก.ต.เพื่อให้มีการยืนยันต่อที่ประชุมว่า ม.ล.ไกรฤกษ์ เคยได้รับหนังสือหรือบัตรสนเท่ห์ที่มีข้อความระบุ “นิติศาสตร์ 09” ส่งถึงประธานศาลฎีกาหรือไม่ ซึ่ง ม.ล.ไกรฤกษ์ ยืนยันว่า ไม่เคยมีและได้รับบัตรสนเท่ห์ ที่มีข้อความ “นิติศาสตร์ 09” ส่งถึงประธานศาลฎีกาว่ามีการวิ่งเต้น ตามที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมาให้ข่าวว่ามีลายมือเขียน จากนั้นประธานศาลฎีกายังได้สอบถาม ม.ล.ไกรฤกษ์ ว่า เคยทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกาในฐานะประธานตุลาการรัฐธรรมนูญว่าขอให้ดำเนินการสอบสวนเรื่องที่มีผู้วิ่งเต้นตุลาการหรือไม่ ม.ล.ไกรฤกษ์ ได้ยืนยันว่าไม่มีและไม่เคย

นายสราวุธ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีร้องเรียนว่ามีข้าราชการพยายามติดสินบนตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรค ว่า ในวันนี้ประธานศาลฎีกาได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ ที่ประกอบด้วยผู้พิพากษา 3 คนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้ดำเนินการสอบสวนและสรุปผลให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ซึ่งตามระเบียบจะต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว

เมื่อถามว่า การสอบสวนคณะกรรมการจะต้องเชิญนายจรัญ หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องและมีข้อมูลมาสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่ เพราะเอกสารหลักฐานที่นายจรัญส่งถึงสำนักประธานศาลฎีกาไม่มีการระบุถึงชื่อผู้เสนอสินบนและตุลาการฯ ที่ถูกเสนอให้สินบน นายสราวุธ กล่าวว่าเมื่อขณะนี้ประธานศาลฎีกาได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการฯ ที่จะดำเนินการใดๆ ต่อไป ส่วนตัวไม่อาจแสดงความเห็นได้ เพราะจะเป็นการก้าวล่วงการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ มีประเด็นให้สอบสวนว่าคดีมีมูลเป็นความผิดทางวินัยหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีมูลจริงก็ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้พิพากษา 3 คนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ประกอบด้วย 1.นายวิรัช ลิ้มวิชัย รองประธานศาลฎีกา 2.นายทองหล่อ โฉมงาน รองประธานศาลฎีกา และ 3.นายชัยยุทธ ศรีจำนงค์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับเอกสารหลักฐานที่นายจรัญ ยื่นให้ต่อ ป.ป.ช.และสำนักประธานศาลฎีกา ซึ่งอ้างว่าเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อตุลาการรัฐธรรมนูญท่านหนึ่ง เสนอต่อประธานศาลฎีกาในฐานะประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทราบ ซึ่งมีข้อความ 4 ข้อ ระบุ ดังนี้

1.ตามข้อกำหนดวิธีพิจารณาของตุลาการรัฐธรรมนูญให้มีองค์คณะ 5 คน น่าจะถูกต้องแล้ว เพราะทำให้เกิดความคล่องตัวในการทำงานทำนองเดียวกับรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งกำหนดจำนวนองค์คณะ 9 คน จากจำนวน 15 คน ถ้ากำหนดไว้เต็มจำนวนจะต้องมีเหตุตามกฎหมายจึงจะพิจารณาคดีได้

2.น่าจะมีการวางกรอบระยะเวลาในการทำงานที่แน่ชัด เนื่องจากเวลาในการทำงานมีจำกัดประชาชนให้ความสนใจเรื่องนี้มาก และต้องถึอว่าเป็นกรณีพิเศษที่จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

3.ในการให้สัมภาษณ์ของเลขาธิการที่ว่าการเลื่อนการพิจารณาข้อกำหนดเพราะผู้พิพากษาฎีกาติดพิจารณาคดีหรือเมื่อวานนี้มีตัววิ่งในโทรทัศน์ว่าการพิจารณาข้อกำหนดวิธีพิจารณาเรียบร้อยแล้วมีการแก้ไขร่างของสำนักงานเพียงเล็กน้อย อาจมีคนตั้งข้อสังเกตว่าศาลฎีกามีการนั่งพิจารณาด้วยหรือการแก้ไขข้อกำหนดเดิมเพียงเล็กน้อยเหตุใดจึงใช้เวลาเป็นเดือน

4.มีนิติศาสตร์รุ่น 09 อ้างว่า ภรรยาเป็นหนี้บุญคุณกับคุณหญิงอ้อมาพูดกับผม ทำนองวิ่งเต้นเกี่ยวกับคดีที่อยู่ในอำนาจตุลาการรัฐธรรมนูญ ผมได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าสังเกตว่าหนังสือดังกล่าวไม่มีตราประทับรับเรื่องตามเอกสารทางราชการทั่วไปแต่อย่างใด