“อธิบดีอัยการพิเศษ” ย้ำเตรียมนำสำนวนแม้ว-เมีย พร้อมบัญชีพยาน เชือดทุจริตซื้อที่ดินรัชดาฯ 4 ข้อหา ยื่นฟ้องศาลฎีกานักการเมืองพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) เวลา 10.00 น. ด้านเลขานุการศาลฎีกาเผยพร้อมรับคำฟ้อง เตรียมจัดประชุมใหญ่เลือกองค์คณะ 22 มิ.ย.นี้
วันนี้ (20 มิ.ย.) นายเศกสรร บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวถึงการยื่นฟ้องคดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-2 ทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษกของกองทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน จำนวน 33 ไร่ ว่า ในวันพรุ่งนี้ (21 มิ.ย.) เวลา 10.00 น. ตนและคณะจะนำสำนวนคำฟ้องที่นายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด มีคำสั่งให้ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 100 และ 122 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 152 และ 83 ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแน่งทางการเมือง ซึ่งเบื้องต้นอัยการได้ประสานกับศาลฎีกาฯ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี การยื่นฟ้องอัยการจะส่งพยานหลักฐานจำนวน 9 แฟ้มที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ( คตส.) สรุปเรื่องชี้มูลความผิด พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน และบัญชีพยานบุคคล พยานเอกสารในคดีทั้งหมดให้กับศาลด้วย ซึ่งบัญชีพยานที่จะยื่นเป็นไปตามสำนวน คตส. ที่ระบุไว้ทั้งหมด
นายเศกสรร อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวด้วยว่า สำหรับคำฟ้องที่อัยการจะยื่นต่อศาลนั้นจะค่อนข้างหนามีจำนวนหลายแผ่น ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการจะขอให้ศาลมีคำสั่งยึดที่ดินรัชดาฯ ที่เป็นข้อพิพาทจำนวน 33 ไร่มูลค่ารวมทั้งสิ้น 772 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย
ด้าน นายรักเกียรติ วัฒนพงษ์ เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวชี้แจงขั้นตอนการรับฟ้องคดีว่า หลังจากที่อัยการยื่นฟ้องแล้ว เบื้องต้นแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะรับสำนวนคำฟ้องไว้เพื่อลงเลขคดีไว้ในสารบบความก่อนเท่านั้น โดยศาลยังจะไม่มีคำสั่งว่าให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิพากษาหรือไม่ เนื่องจากตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 เมื่อมีการยื่นฟ้องคดีแล้วจะต้องนำสำนวนคำฟ้องเสนอให้นายประพันธ์ ทรัพย์แสง ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของศาลฎีกา เพื่อรับทราบและเสนอเรื่องให้นายปัญญา ถนอมรอด ประธานศาลฎีกามีคำสั่งเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อคัดเลือกผู้พิพากษา 9 คน ซึ่งตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นองค์คณะผู้พิพากษาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีตามมาตรา 13 พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้การคัดเลือกองค์คณะผู้พิพากษาต้องกระทำโดยเร็วแต่ไม่เกิน 14 วันนับแต่วันที่ยื่นฟ้อง
นายรักเกียรติ เลขานุการแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กล่าวอีกว่า การกำหนดวันนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกานั้นหากไม่มีข้อผิดพลาดใด เบื้องต้นคาดการณ์ว่าศาลฎีกาจะประชุมใหญ่ผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมดเพื่อเลือกองค์คณะได้ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 09.30 น. ซึ่งหลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกองค์คณะผู้พิพากษาได้ครบทั้ง 9 คนแล้ว องค์คณะฯ จะได้เรียกประชุมเลือกผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนต่อไปเพื่อพิจารณาสำนวนคำฟ้องว่าศาลจะมีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีไว้เพื่อพิพากษาได้หรือไม่


