xs
xsm
sm
md
lg

ตร.ยันวงจรปิดจับภาพมือบึ้มกรุงชัดเจน ย้ำไม่ถอนหมายจับ!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

พล.ต.ต.เจตน์   มงคลหัตถี  รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
นครบาลยันหมายจับ มือบึ้มห้างซีคอน ถูกต้องตามขั้นตอน ระบุขอไม่ถอนหมายจับ แน่ใจผู้ต้องหาในภาพวงจรปิดไม่ผิดตัว ส่วนคนหน้าเหมือน โร่พึ่งสื่อเป็นสิทธิส่วนบุคคล

วันนี้ (26 มี.ค.) พล.ต.ต.เจตน์ มงคลหัตถี รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวนคลี่คลายคดีระเบิดถล่มกรุง กล่าวถึงกรณีนายปรัชญา ปรีชาเวช อายุ 33 ปี พร้อมด้วยนายยุทธพงศ์ กิตติศรีวรพันธ์ อายุ 32 ปี ที่เข้าแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวนเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดที่ถูกหมายจับตามภาพที่ปรากฏในทีวีวงจรปิด เพียงแต่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกันว่า จากการสอบปากคำบุคคลทั้งสองอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะคำให้การยังมีข้อพิรุธต้องสงสัยหลายอย่าง ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจนมายืนยันให้มากที่สุด และต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏอย่างตรงไปตรงมา

พล.ต.ต.เจตน์ กล่าวยืนยันว่า การขอหมายจับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้น เพราะพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดอย่างชัดเจน ถูกต้อง การจะขออนุมัติศาลออกหมายจับโดยคำนึงถึงเรื่องสิทธิหน้าที่ และเสรีภาพของบุคคลเป็นสำคัญ เพื่อป้องกันการจับกุมผู้ต้องหาผิดตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตัวจริงมาดำเนินคดีให้ได้ในที่สุด

ส่วนกรณีที่ นายปรัชญา และเพื่อน พร้อมญาติ เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อแขนงต่างๆ เพื่อยืนยันว่าบุคคลในภาพวงจรปิดเป็นตัวเองและเพื่อน พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความจริงนั้น พล.ต.ต.เจตน์ กล่าวว่า เป็นสิทธิที่เขาสามารถทำได้และตำรวจก็รับฟัง แต่จะให้ตำรวจทำอะไรไปตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทุกอย่างนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะการสืบสวนสอบสวนต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏ และคงไม่มีการถอนหมายจับกุมอย่างแน่นอน

ด้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงเรื่องที่หมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คดีลอบวางระเบิดที่ห้างซีคอนแสคร์ ซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับนายปรัชญา ปรีชาเวช และนายยุทธพงศ์ กิตติศรีวรพันธ์ โดยเจ้าตัวได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ และขอให้มีการถอนหมายจับดังกล่าว ว่าเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า ทำอะไรเร็วไม่ค่อยดี ตามกฎหมายแล้ว นายปรัชญา และนายยุทธพงศ์ มีสิทธิร้องต่อศาล เพื่อขอให้ยกเลิกหมายจับดังกล่าว การที่ตำรวจไม่ขอต่อศาลเพื่อยกเลิกหมายจับนั้น เพราะเชื่อว่ายังมีคนที่หน้าคล้ายกับภาพ ดังนั้น นายปรัชญา และนายยุทธพงศ์ ต้องร้องขอต่อศาลโดยตรง โดยสามารถนำหลักฐานยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนในภาพ และไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จากนั้นศาลจะใช้ดุลพินิจในการพิจารณาถอนหมายจับดังกล่าว

นายจรัญ กล่าวอีกว่า การขอหมายจับบุคคลไม่ทราบชื่อ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคงไว้ เพราะเชื่อว่าหากมีการรวบรวมหลักฐานอย่างรอบคอบรัดกุม หมายจับบุคคลไม่ทราบชื่อจะเป็นประโยชน์ในการแจ้งเบาะแสคนร้ายจากประชาชนทั่วไป และคดีจะมีความคืบหน้า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องนี้ได้ เพราะอาจเกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานราชการด้วยกัน เว้นแต่ผู้เสียหายจะเข้าร้องขอความเป็นธรรมให้กระทรวงยุติธรรมช่วย ขณะนี้จึงทำได้แค่แนะนำให้ไปยื่นคำร้องขอให้ศาลถอนหมายจับ ในส่วนของคดีระเบิด 9 จุด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล คืนวันส่งท้ายปีเก่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็ไม่มีอำนาจสอบสวน เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการทำคดีนี้

ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังนายปรัชญา ปรีชาเวช อายุ 33 ปี และนายยุทธพงษ์ กิตติศรีวรพันธ์ อายุ 32 ปี ออกมาแสดงตัวว่าเป็นบุคคลในภาพวงจรปิดที่ห้างซีคอนสแควร์ซึ่งตำรวจได้ออกหมายจับไปนั้น นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่เป็นชุดคลี่คลายคดีระเบิด 9 จุด ต่างเก็บตัวเงียบไม่ออกมาชี้แจงในเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งตามปกติทุกวันจันทร์จะมีการประชุมสรุปความคืบหน้าของคดีระเบิดประจำสัปดาห์ แต่ปรากฏว่าวันนี้ได้มีการเลื่อนการประชุมอย่างไม่มีกำหนดโดยให้เหตุผลว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส รักษาการผบ.ตร.ติดราชการที่ประเทศมาเลเซีย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่เป็นชุดคลี่คลายคดีระเบิด 9 จุดไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีระเบิด พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผช.ผบ.ตร.ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนฯ ต่างก็ไม่อยู่ในสำนักงาน โดยทราบเพียงว่าปฏิบัติภาระกิจอยู่ที่อื่น โดยอาจจะไม่เข้ามาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตลอดทั้งวัน ด้าน พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผช.ผบ.ตร.ในฐานะรองคณะพนักงานสอบสวนฯ ก็เก็บตัวเงียบในสำนักงานพร้อมปฎิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยอ้างว่าติดงาน และมีแขกเข้าพบ

อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยัง พ.ต.ต.เฉลิม เรืองประวัติ อดีตตำรวจ นรต.25 เพื่อนร่วม พล.ต.อ.พัชรวาท ซึ่งนายปรัชญา บอกกับผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งว่าเป็นพ่อบุญธรรม ซึ่งพ.ต.ต.เฉลิม บอกเพียงว่า นายปรัชญาได้มาปรึกษากับตนเองจริง แต่ตนเองไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้กลัวเรื่องจะบานปลาย และปฏิเสธที่จะตอบคำถาม