xs
xsm
sm
md
lg

คำชี้แจงจาก “ราเมศร์ สัจจะเทวะ”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

“ราเมศร์ สัจจะเทวะ” ยันถูกใส่ร้าย ไม่ได้หลอกให้คนซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วโกงเงิน แต่เป็นเรื่องหักลบกลบหนี้กับคู่กรณีแล้วค้างเงินแค่ 30,000 บาท แต่ถูกเรียกให้ใช้หนี้สูงถึง 1.9 ล้านบาท จึงไม่ยอมจนถูกแจ้งความส่งฟ้องศาล ส่วนคดีเมียถูกศาลชลบุรีพิพากษาจ่ายเงิน 300,000 บาท อ้างถูกหลอกให้เซ็นสัญญา จ่ายคืนไปเกือบหมดแล้วแต่ไม่ได้ขอหลักฐานไว้

สืบเนื่องจากข่าวที่ นางสุชาดา สัจจะเทวะ และนายราเมศร์ สัจจะเทวะ สองสามีภรรยาชาวอินเดีย ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 6415/2549 ที่ศาลแขวงตลิ่งชัน

วันนี้ นายราเมศร์ได้ชี้แจงกับ “ผู้จัดการออนไลน์” ว่า รายละเอียดของข่าวดังกล่าว ซึ่งระบุว่า ตนและภรรยาเป็นแก๊ง 18 มงกุฎ ไม่เป็นความจริง และสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ตนและสมาชิกตระกูล “สัจจะเทวะ” ซึ่งมีอยู่ราว 100 กว่าคนในประเทศไทยเป็นอย่างมาก

นายราเมศร์ เปิดเผยถึงมูลเหตุของคดีนี้ว่า ตนมีอาชีพขายผ้าอยู่ที่ตลาดบ่อบัว จังหวัดฉะเชิงเทรา และยังรับโทรศัพท์มือถือจากร้านค้าที่ศูนย์การค้ามาบุญครองมาขายในระบบเงินผ่อนให้ลูกค้าด้วย

ส่วน นางวิชชุญา รัตนโกวิท ซึ่งไปแจ้งความที่สถานีตำรวจบางเสาธงว่า ถูกตนและภรรยา หลอกลวงว่าสามารถสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือในราคาถูก จนหลงเชื่อโอนเงินให้เป็นจำนวนรวมกันแล้วถึง 1.9 ล้านบาทนั้น เป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางสุชาดาเคยไปเรียนที่อินเดียด้วยกัน

นางวิชชุญา รู้ว่า ตนรับโทรศัพท์มือถือมาขายก็อยากจะขายด้วย จึงขอให้ตนติดต่อซื้อให้ ซึ่งตนก็ตกลงเพราะเห็นว่าเป็นญาติกับภรรยา

ต่อมานางสุชาดาตั้งครรภ์ ตนไม่อยากให้เดินทางไปรับโทรศัพท์มือถือ จึงบอกกับนางสุชาดา ให้เลิกเสีย แล้วให้นางวิชชุญาติดต่อซื้อขายกับผู้ขายที่มาบุญครองโดยตรง

นายราเมศร์ กล่าวว่า ระหว่างที่นางสุชาดาติดต่อซื้อโทรศัพท์มือถือให้นางวิชชุญานั้น นางวิชชุญาเป็นหนี้นางสุชาดาอยู่ประมาณ 70,000 บาท ขณะนั้นนางวิชชุญาโอนเงิน 100,000 บาทให้กับผู้ขายโทรศัพท์มือถือที่ตนรู้จักดีเพื่อซื้อโทรศัพท์ ตนจึงไปบอกให้ผู้ขายคนนั้นระงับการส่งโทรศัพท์มือถือ และให้นำเงินมาชำระหนี้ให้ตนแทน ซึ่งผู้ขายก็ทำตาม เท่ากับว่าตนจะต้องคืนเงินให้กับนางวิชชุญาอีก 30,000 บาท ซึ่งพร้อมที่จะคืนให้

นายราเมศร์อ้างว่า นางวิชชุญาได้บอกยอดเงินที่จะต้องคืนซึ่งตนเห็นว่าสูงกว่าที่ตนติดค้างอยู่ คือ 1 ล้านบาท ในครั้งแรก และ 1.9 ล้านบาทในครั้งต่อมา ตนจึงไม่ยอมจ่ายให้

“สลิปโอนเงินที่เขาอ้างเป็นหลักฐาน รวมๆ กันแล้วมียอดเงินแค่ 7 แสนบาท แต่ไปฟ้องเรียกค่าเสียหายถึง 1 ล้าน 9 แสน” นายราเมศร์กล่าว

นางวิชชุญาจึงได้แจ้งความกล่าวโทษตนและภรรยาต่อเจ้าพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจบางเสาธง เมื่อตนและภรรยาไปมอบตัว เจ้าพนักงานก็ปล่อยตัวโดยไม่ต้องประกันหลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว หลังจากนั้นได้ส่งสำนวนไปที่อัยการ ซึ่งอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง ขณะนี้คดีอยู่ที่ศาลแขวงตลิ่งชัน

อีกกรณีหนึ่งที่พาดพิงถึงนางสุชาดาว่า ถูกศาลแขวงชลบุรีพิพากษาให้จ่ายเงินคืน น.ส.กีรัน พุทธราชา ประมาณ 300,000 บาท นายราเมศร์ชี้แจงว่านางสุชาดาเป็นเพื่อนกับ น.ส.กีรัน ซึ่งมีเชื้อชาติอินเดียเช่นกัน โดยเคยเรียนหนังสือด้วยกันที่โรงเรียนนานาชาติ สแตมฟอร์ด หลังจากนางสุชาดากลับจากอินเดีย

นายราเมศร์ เล่าว่า พี่ชายของนางสุชาดาต้องการเงิน 200,000 บาท เพื่อไปเปิดร้านตัดเสื้อ จึงขอให้นางสุชาดาหาเงินให้ นางสุชาดาจึงไปขอยืมเงิน 200,000 บาท จาก น.ส.กีรัน โดยตกลงว่า จะผ่อนจ่ายทั้งต้นและดอกให้เดือนละ 7,500 บาท

ในช่วงที่เจรจาขอยืมเงินนั้นยังไม่มีการทำสัญญา น.ส.กีรัน นำสัญญาเปล่าๆ ไม่ระบุตัวเลข มาให้นางสุชาดาเซ็นภายหลัง และนางสุชาดาได้ปกปิดเรื่องการยืมเงินนี้กับตน

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่อนชำระไปได้ไม่นาน พี่ชายของนางสุชาดาไม่สามารถผ่อนต่อได้ น.ส.กีรันจึงทวงถามกับนางสุชาดา นางสุชาดาต้องไปกู้เงินจากบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่งซึ่งไปซื้อกรมธรรม์ไว้ โดยกู้มา 180,000 บาทเพื่อนำเงินไปคืน น.ส.กีรัน โดยเรื่องนี้นางสุชาดาก็ไม่ได้บอกให้ตนทราบเช่นกัน

เงิน 180,000 บาทนี้ รวมกับเงินที่ชำระไปแล้ว 15,000 บาท เป็นเงิน 195,000 บาท เท่ากับว่านางสุชาดาเป็นหนี้ น.ส.กีรันอยู่ 5,000 บาท แต่เมื่อ น.ส.กีรันนำสัญญามาให้ดู ปรากฏว่าในสัญญานั้น ซึ่งนางสุชาดาอ้างว่าตอนเซ็นชื่อไปเป็นสัญญาเปล่า กลับปรากฏว่านางสุชาดากู้เงิน น.ส.กีรันเป็นจำนวนเงินประมาณ 300,000 บาท

นายราเมศร์ กล่าวอีกว่า สัญญากู้เงินนั้นเป็นสัญญาปลอม เพราะมีร่องรอยการแก้ไขลายเซ็น

นายราเมศร์ ยังกล่าวอีกว่า ในตอนที่ภรรยาของตนจ่ายเงิน 180,000 บาทให้กับ น.ส.กีรันนั้น ไม่มีหลักฐานการชำระเงิน รวมทั้งที่ชำระไปก่อนหน้านี้ 15,000 บาทด้วย

คดีนี้ซึ่งเป็นคดีแพ่ง หมายเลขแดงที่ 3597/2549 ศาลแขวงชลบุรีพิเคราะห์แล้วเห็นว่าข้ออ้างของนางสุชาดาไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างหลักฐานของโจทก์ได้ จึงพิพากษาให้นางสุชาดาจ่ายเงินคืนพร้อมดอกเบี้ย นางสุชาดายื่นอุทธรณ์