คดีลอบวางระเบิด 9 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนนทบุรี เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2549 กำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนคนทั้งประเทศ ว่าท้ายที่สุดแล้วจะจบลงอย่างไร....ใครคือมือระเบิด ใครคือคนบงการ และใครคือคนจ่ายเงิน...
22 วันแห่งการสืบสวน สอบสวน หามือระเบิด คนที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน ภายใต้การนำทีมของ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน นายตำรวจที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พูดอยู่เสมอว่าคือนายตำรวจที่เป็นต้นเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่เขาขอให้จับตาดูว่าการคลี่คลายคดีของตำรวจชุดนี้จะมีการจับแพะชนแกะหรือไม่
20 มกราคม 2550 ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของคดี เมื่อชุดปฏิบัติการตามล่ามือวินาศกรรมกรุงได้ขยับแบบสายฟ้าแลบ ตรวจค้นหาหลักฐานแหล่งต้องสงสัยรวม 18 จุด พร้อมควบคุมผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแบบละเอียดยิบ
โดยมี พ.อ.สุชาติ คัดสูงเนิน หรือ “เสธ.คัด” นายทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ส.ต.เกษมสานต์ งานโคกสูง ครูฝึกทหาร นายพิภพ จึงเหลืองอ่อน เจ้าของวินรถตู้สายบางบอน-หมอชิต ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ หรือ “เสธ.ตี๋” หนึ่งในผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือบุคคลชุดแรกที่ถูกสอบ เพื่อนำไปสู่ผู้ร่วมขบวนการ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 18 คน ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ (4 สี)
จากนั้นหลังปฎิบัติการณ์บุกค้น...ตามจับมือระเบิด ของตำรวจที่มี “พล.ต.ท.ภาณุพงศ์” เป็นหัวหน้าทีม จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นการจับ “แพะ” หรือไม่....
เริ่มจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่ออกมาพูดเตือนผู้นำทัพตำรวจ (โกวิท วัฒนะ) อย่างชัดเจนว่า หากจับแพะต้องรับผิดชอบ....
“ขอให้ตรงไปตรงมา อย่าให้มันเป็นแพะ ก็คงมีประวัติศาสตร์ซึ่งคงจำกันได้เรื่องเชอร์รี่ แอน ดันแคน ที่มีปัญหาและเป็นบทเรียนของการปฏิบัติงานตรงนี้ คราวนี้ขอให้ตรงไปตรงมา ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ) ต้องรับผิดชอบ"
พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
“เป็นกลุ่มเสียผลประโยชน์ เป็นการฉวยโอกาสเหมือนเชื้อโรคฉวยโอกาส ผมไม่เคยพูดว่าจะเป็นนาย ก. หรือนาย ข. เพียงแต่บอกว่าคนที่จะทำมีสี ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งมักจะเป็นอย่างนั้น ผมไม่อยากให้ถามว่าข่าวที่จับมาคนนั้นจะเป็นแพะเป็นแกะเราต้องดูกันว่าสังคมไทยข้าราชการที่ทำหน้าที่ใครเป็นคนทำหน้าที่หน่วยแรกหน่วยต่อมารับลูกเข้ามามีการกลั่นกรองตรวจสอบว่าสิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่”
และ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ก็ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องจับแพะ จึงต้องเอาทหารเข้าไปร่วมสอบสวน
อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูเส้นทางการสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญ 2 คดี คือ “วางระเบิดกรุง และคาร์บอมบ์-คาร์บ๊อง” พบว่า มีความคล้ายกัน....
กล่าวคือ คดีระเบิดกรุง ตำรวจยังคงเชื่อข้อมูลของ นายชนาพัทธ์ ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน ที่ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผช.ผบ.ตร.(ปป.1) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสอบสวนคดีลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550
โดยข้อมูลที่มอบให้กับ พล.ต.ท.จงรัก เปิดโปงว่า มีนายทหารยศ พล.อ.ชื่อย่อ “พ” ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มอำนาจเก่า และอกหักกับ คมช.ที่ไม่ได้รับตำแหน่ง เป็นผู้รับงานมา โดยต่อมา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ก็ออกมาปฏิเสธว่าเขาไม่เกี่ยว...
นอกจากนั้นข้อมูลของ “เตมูจิน” สอดคล้องกับการรายงานข่าวของไอทีวี ที่รายงานข่าวในวันเดียวกันว่า ผลการตรวจพิสูจน์ดินระเบิดพบเป็นดินระเบิดชนิดเดียวกับที่ใช้ในคดีคาร์บอมบ์-คาร์บ๊อง
ขณะที่คดี"คาร์บอม-คาร์บ๊อง-คาร์บวม"เหตุการณ์จัดฉากก่อนวัน"แม้ว"ดับ ก็แปลกแต่จริงเช่นกัน....
โดยคดีนี้ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ หรือ จ่ายักษ์ คือตัวละครสำคัญที่ สารภาพแบบหมดเปลือกว่า...ได้รับคำสั่งให้เป็นคนคอยขับรถกระบะสีฟ้า คอยชี้เป้าให้รถขนระเบิดที่ขับโดย ร.ท.ธวัชชัย ไล่ตั้งแต่วันที่วันที่ 9-10 ส.ค.ที่มีเหตุการณ์รถขบวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถประชาชนในสนามบิน บน.6 ของกองทัพอากาศ แผนลอบสังหารจึงต้องล้มเลิกไปอย่างกระทันหัน ส่วนวันที่ 24 ส.ค.นั้น จ่ายักษ์บอกว่าไม่ได้ไปร่วมด้วย
เขายังรับสารภาพอีกว่า มีทีมสังหารที่เตรียมอาวุธสงครามจำนวนมากใส่รถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนตรากงจักร ไว้คอยถล่มซ้ำด้วย ในกรณีที่ลอบวางระเบิดพลาด ราวกับในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเลยทีเดียว....
ทันทีที่ข่าว “จ่ายักษ์” รับสารภาพแบบหมดเปลือกแพร่ออกไป รวมทั้งมีการพาดพิงถึงนายทหารระดับสูงหลายนายว่าอยู่ร่วมในขบวนการปองร้ายผู้นำประเทศ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็ออกมาบอกว่า “จ่ายักษ์ติงต๊อง ชอบทำตัวเป็นผู้ร้ายในหนังฝรั่ง โกนหัว ทำท่าทาง และแต่งตัวเป็นแร็ป”
สุดท้ายคดีคาร์บอมบ์ คาร์บ๊อง ก็ได้ตัวละครครบทั้ง 5 คนตามที่ผู้นำประเทศพูดไว้ หลังเกิดเหตุ โดยมี ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชนะ, พล.ต.ไพโรจน์ ธีรภาพ, พ.อ.สุรพล สุขประดิษฐ์, พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ และ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ คือนายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องหา...และจากผลประโยชน์แห่งคำสารภาพของ “จ่ายักษ์” สุดท้ายเขาถูกกันเป็นพยาน ส่วนอีก 4 นายถูกตำรวจสั่งฟ้อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอพิจารณาสั่งคดีของอัยการศาลทหาร.....
จากคดี “คาร์บอมบ์-ระเบิดกรุง” ที่วันนี้ยังไม่มีใครเชื่อว่า 5 ทหารคือผู้ต้องหาตัวจริงหรือไม่
18 คน จาก 4 สี โดยมีนายทหารชุดคดีคาร์บอมบ์ คือ พ.อ.สุรพล สุขประดิษฐ์, พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ คือบุคคลที่ถูกโยงไปเกี่ยวคดีระเบิดกรุง เขาคือ แพะ หรือผู้ร่วมขบวนการจริง ยังไม่มีใครบอกได้
แต่ที่แน่ๆ หากเกิดปรากฏการณ์ “โกวิท วัฒนะ” จับแพะ...ท่านต้องรับผิดชอบ...




22 วันแห่งการสืบสวน สอบสวน หามือระเบิด คนที่คิดร้ายต่อแผ่นดิน ภายใต้การนำทีมของ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน นายตำรวจที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พูดอยู่เสมอว่าคือนายตำรวจที่เป็นต้นเหตุสร้างความวุ่นวายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยที่เขาขอให้จับตาดูว่าการคลี่คลายคดีของตำรวจชุดนี้จะมีการจับแพะชนแกะหรือไม่
20 มกราคม 2550 ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญของคดี เมื่อชุดปฏิบัติการตามล่ามือวินาศกรรมกรุงได้ขยับแบบสายฟ้าแลบ ตรวจค้นหาหลักฐานแหล่งต้องสงสัยรวม 18 จุด พร้อมควบคุมผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำแบบละเอียดยิบ
โดยมี พ.อ.สุชาติ คัดสูงเนิน หรือ “เสธ.คัด” นายทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ส.ต.เกษมสานต์ งานโคกสูง ครูฝึกทหาร นายพิภพ จึงเหลืองอ่อน เจ้าของวินรถตู้สายบางบอน-หมอชิต ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับ พ.อ.สุรพล สุประดิษฐ์ หรือ “เสธ.ตี๋” หนึ่งในผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คือบุคคลชุดแรกที่ถูกสอบ เพื่อนำไปสู่ผู้ร่วมขบวนการ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 18 คน ครอบคลุมทุกเหล่าทัพ (4 สี)
จากนั้นหลังปฎิบัติการณ์บุกค้น...ตามจับมือระเบิด ของตำรวจที่มี “พล.ต.ท.ภาณุพงศ์” เป็นหัวหน้าทีม จึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็นการจับ “แพะ” หรือไม่....
เริ่มจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ที่ออกมาพูดเตือนผู้นำทัพตำรวจ (โกวิท วัฒนะ) อย่างชัดเจนว่า หากจับแพะต้องรับผิดชอบ....
“ขอให้ตรงไปตรงมา อย่าให้มันเป็นแพะ ก็คงมีประวัติศาสตร์ซึ่งคงจำกันได้เรื่องเชอร์รี่ แอน ดันแคน ที่มีปัญหาและเป็นบทเรียนของการปฏิบัติงานตรงนี้ คราวนี้ขอให้ตรงไปตรงมา ถ้าไม่ตรงไปตรงมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ) ต้องรับผิดชอบ"
พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
“เป็นกลุ่มเสียผลประโยชน์ เป็นการฉวยโอกาสเหมือนเชื้อโรคฉวยโอกาส ผมไม่เคยพูดว่าจะเป็นนาย ก. หรือนาย ข. เพียงแต่บอกว่าคนที่จะทำมีสี ตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งมักจะเป็นอย่างนั้น ผมไม่อยากให้ถามว่าข่าวที่จับมาคนนั้นจะเป็นแพะเป็นแกะเราต้องดูกันว่าสังคมไทยข้าราชการที่ทำหน้าที่ใครเป็นคนทำหน้าที่หน่วยแรกหน่วยต่อมารับลูกเข้ามามีการกลั่นกรองตรวจสอบว่าสิ่งนั้นถูกต้องหรือไม่”
และ พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ก็ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องจับแพะ จึงต้องเอาทหารเข้าไปร่วมสอบสวน
อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูเส้นทางการสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญ 2 คดี คือ “วางระเบิดกรุง และคาร์บอมบ์-คาร์บ๊อง” พบว่า มีความคล้ายกัน....
กล่าวคือ คดีระเบิดกรุง ตำรวจยังคงเชื่อข้อมูลของ นายชนาพัทธ์ ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน ที่ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.จงรัก จุฑานนท์ ผช.ผบ.ตร.(ปป.1) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสอบสวนคดีลอบวางระเบิด เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550
โดยข้อมูลที่มอบให้กับ พล.ต.ท.จงรัก เปิดโปงว่า มีนายทหารยศ พล.อ.ชื่อย่อ “พ” ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกลุ่มอำนาจเก่า และอกหักกับ คมช.ที่ไม่ได้รับตำแหน่ง เป็นผู้รับงานมา โดยต่อมา พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.กอ.รมน.ก็ออกมาปฏิเสธว่าเขาไม่เกี่ยว...
นอกจากนั้นข้อมูลของ “เตมูจิน” สอดคล้องกับการรายงานข่าวของไอทีวี ที่รายงานข่าวในวันเดียวกันว่า ผลการตรวจพิสูจน์ดินระเบิดพบเป็นดินระเบิดชนิดเดียวกับที่ใช้ในคดีคาร์บอมบ์-คาร์บ๊อง
ขณะที่คดี"คาร์บอม-คาร์บ๊อง-คาร์บวม"เหตุการณ์จัดฉากก่อนวัน"แม้ว"ดับ ก็แปลกแต่จริงเช่นกัน....
โดยคดีนี้ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ หรือ จ่ายักษ์ คือตัวละครสำคัญที่ สารภาพแบบหมดเปลือกว่า...ได้รับคำสั่งให้เป็นคนคอยขับรถกระบะสีฟ้า คอยชี้เป้าให้รถขนระเบิดที่ขับโดย ร.ท.ธวัชชัย ไล่ตั้งแต่วันที่วันที่ 9-10 ส.ค.ที่มีเหตุการณ์รถขบวนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถประชาชนในสนามบิน บน.6 ของกองทัพอากาศ แผนลอบสังหารจึงต้องล้มเลิกไปอย่างกระทันหัน ส่วนวันที่ 24 ส.ค.นั้น จ่ายักษ์บอกว่าไม่ได้ไปร่วมด้วย
เขายังรับสารภาพอีกว่า มีทีมสังหารที่เตรียมอาวุธสงครามจำนวนมากใส่รถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อนิสสัน ฟรอนเทียร์ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียนตรากงจักร ไว้คอยถล่มซ้ำด้วย ในกรณีที่ลอบวางระเบิดพลาด ราวกับในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเลยทีเดียว....
ทันทีที่ข่าว “จ่ายักษ์” รับสารภาพแบบหมดเปลือกแพร่ออกไป รวมทั้งมีการพาดพิงถึงนายทหารระดับสูงหลายนายว่าอยู่ร่วมในขบวนการปองร้ายผู้นำประเทศ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ก็ออกมาบอกว่า “จ่ายักษ์ติงต๊อง ชอบทำตัวเป็นผู้ร้ายในหนังฝรั่ง โกนหัว ทำท่าทาง และแต่งตัวเป็นแร็ป”
สุดท้ายคดีคาร์บอมบ์ คาร์บ๊อง ก็ได้ตัวละครครบทั้ง 5 คนตามที่ผู้นำประเทศพูดไว้ หลังเกิดเหตุ โดยมี ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชนะ, พล.ต.ไพโรจน์ ธีรภาพ, พ.อ.สุรพล สุขประดิษฐ์, พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ และ จ.ส.อ.ชาคริต จันทระ คือนายทหารที่ตกเป็นผู้ต้องหา...และจากผลประโยชน์แห่งคำสารภาพของ “จ่ายักษ์” สุดท้ายเขาถูกกันเป็นพยาน ส่วนอีก 4 นายถูกตำรวจสั่งฟ้อง และขณะนี้อยู่ระหว่างการรอพิจารณาสั่งคดีของอัยการศาลทหาร.....
จากคดี “คาร์บอมบ์-ระเบิดกรุง” ที่วันนี้ยังไม่มีใครเชื่อว่า 5 ทหารคือผู้ต้องหาตัวจริงหรือไม่
18 คน จาก 4 สี โดยมีนายทหารชุดคดีคาร์บอมบ์ คือ พ.อ.สุรพล สุขประดิษฐ์, พ.ท.มนัส สุขประเสริฐ คือบุคคลที่ถูกโยงไปเกี่ยวคดีระเบิดกรุง เขาคือ แพะ หรือผู้ร่วมขบวนการจริง ยังไม่มีใครบอกได้
แต่ที่แน่ๆ หากเกิดปรากฏการณ์ “โกวิท วัฒนะ” จับแพะ...ท่านต้องรับผิดชอบ...


