ดีเอสไอสอบพบข้าราชการ 9 ราย และนักการเมืองท้องถิ่น อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ร่วมทุจริตปลอมบัตรประชาชนให้คนต่างด้าวถึง 5,008 ราย ภายใน 1 ปี 6 เดือน เรียกเงินรายละ 5,000-8,000 บาท รวมเงินหมุนเวียน 35 ล้านบาท
วันนี้ (24 ต.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผอ.ส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ร่วมแถลงข่าวการดำเนินคดีกับอดีตนายอำเภอแม่แตง พร้อมพวกข้าราชการสำนักทะเบียน อำเภอแม่แตง จ.เชียงใหม่ จำนวน 9 คน หลังดีเอสไอ ตรวจสอบพบพฤติการณ์น่าเชื่อว่าร่วมกันทุจริตเพิ่มชื่อคนต่างด้าวในทะเบียนบ้านของสำนักทะเบียน อำเภอแม่แตง รวม 5,008 คน ระหว่างช่วงเดือน มี.ค.2547-ก.ย.2548 โดยดีเอสไอสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.ฐานกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผอ.ส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า การดำเนินคดีครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับการร้องจากสำนักงานจัดหางาน จังหวัดเชียงใหม่ ให้ตรวจสอบสัญชาติกลุ่มคนต่างด้าวเข้ามางานในพื้นที่ ดีเอสไอจึงได้ข้อมูลจากกรมการปกครองนำไปเปรียบเทียบกับเอกสารของสำนักทะเบียน อำเภอแม่แตงกว่า 50,000 แผ่น พบว่าช่วงเดือน มี.ค.2547-ก.ย.2548 มีบุคคลต่างด้าวได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรของสำนักทะเบียน อำเภอแม่แตง 5,008 ราย โดยใช้รหัสของเจ้าหน้าที่และนายทะเบียน ป้อนข้อมูลลงในระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียน ทั้งที่ไม่มีคุณสมบัติครบ
ผอ.ส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 1 สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขบวนการเพิ่มชื่อบุคคลต่างด้าวในทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย จะมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ข้าราชการ ประชาชน รวม 75 ราย ให้การรับรองคนต่าง ก่อนให้บุคคลต่างด้าวไปติดต่อสำนักทะเบียน อำเภอแม่แตง เพื่อขอแปลงสัญชาติ โดยการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านในสำนักทะเบียน ทำให้คนต่างด้าวได้เอกสาร ทร.13 ใช้เป็นหลักฐานในการขอสัญชาติไทย สุดท้ายนำหลักฐานเป็นบุคคลสัญชาติไทยไปทำบัตรประชาชน ที่ผ่านมามีคนต่างด้าว 5,008 ราย ได้รับบัตรประชาชนไปประมาณ 2,000 ราย ได้แจ้งจังหวัดเชียงใหม่ให้เพิกถอน และพิจารณาดำเนินคดีกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ให้การรับรองแรงงานต่างด้าวอีกด้วย
พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวอีกว่า ยังได้ประสาน ปปง.ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยงข้องแล้ว เพราะจากคำให้การพยานยืนยันว่าในการเพิ่มชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนราษฎร มีค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000-8,000 บาท คิดเป็นมูลค่าทั้งหมดประมาณ 35 ล้านบาท ทั้งนี้ปัญหาการทุจริตเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชน ได้ส่งผลกระทบต่อการป้องกันขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ส่วนใหญ่จังหวัดบริเวณชายแดนภาคเหนือ มักมีปัญหาดังกล่าว อยู่ระหว่างการสืบสวนดำเนินคดีต่อไปเพราะกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างมาก
พล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า จากการกระทำครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ของอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซี 4 ถึง ซี 8 รวม 9 คน ที่ได้กันเพิ่มรายชื่อบุคคลต่างด้าวในทะเบียนบ้านของสำนักทะเบียน ทั้งที่เป็นคนต่างด้าว กระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพราะคนที่เข้ามาเป็นคนไทย โดยไม่ได้เป็นคนไทยที่แท้จริง เมื่อสวมทะเบียนเป็นคนไทย คนเหล่านี้จะไปตรวจดีเอ็นเอ แล้วนำญาติบุคคลต่างด้าวที่มีดีเอ็นเอเหมือนกัน ไปยืนยันต่อนายทะเบียนว่าตนเป็นคนไทย มีดีเอ็นเอตรงกับญาติที่ยังไม่ได้สัญชาติไทย ขอให้ทำบัตรประชาชนให้ญาติด้วย ขยายวงเป็นลูกโซ่ออกไปเรื่อยๆ


