ตำรวจวังทองหลาง หิ้ว “3 ช่างกลปทุมวัน” ทีมฆ่าโหด อริเก่าอุเทนถวาย ฝากขังครั้งแรก พร้อมค้านประกันกลัวหนี ญาติหอบโฉนดที่ดิน ราคากว่า 5 แสน ยื่นประกัน แต่ศาลไม่อนุญาต
วันนี้ (8 ก.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.ท.ตระการ ศักดิ์ศรีกรม พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ควบคุมตัว นายมงคล หรือ เหยิน ศรีพูล อายุ 23 ปี, นายสุทธินันท์ หรือ ตู๋ หวังหอมกลาง อายุ 21 ปี และ นายชาตรี หรือ ปิค จูวรรณะ อายุ 21 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (ช่างกลปทุมวัน) ผู้ต้องหาคดียิงและแทง นายเบญจพล วิริยารัมภะ อายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มายื่นคำร้องขอฝากครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 – 19 ก.ย.2549 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก และรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติอาญชากร และอื่น ฯลฯ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสามด้วย เนื่องจาก เกรงว่าจะหลบหนี เพราะคดีมีอัตราโทษสูง
คำร้องของพนักงานสอบสวน ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2549 ผู้ต้องร่วมกันใช้อาวุธปืน ขนาด .38 และมีดปลายแหลม ยิงและแทง นายเบญจพล ผู้ตาย ภายใน ซ.ลาดพร้าว 124 แขวง-เขตวังทองหลาง กทม.แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น 4 ได้เข้าสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องทั้งสามขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีเงินและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีดำแดง ในการก่อเหตุ จึงได้ขอหมายจับที่ 3555 - 57 /2549 จากศาลอาญา และเข้าจับกุม นายมงคล และ นายสุทธินันท์ ผู้ต้องที่ 1-2 ได้ที่ห้องพักย่านบางกอกน้อยพร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นสามารถจับกุม นายชาตรี ได้ห้องพักย่านพระโขนง พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 คัน และอาวุธมีดปลายแหลมขนาดยาว 1 ฟุตที่ใช้แทงผู้ตาย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้
ภายหลังญาติของ นายสุทธินันท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ย่านลาดพร้าว ราคาประเมิน 540,000 บาท ขอประกันตัวต่อศาล ศาลพิเคราะห์คำร้องและหลักทรัพย์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง และพฤติการณ์แห่งคดียังปรากฏในคำร้องว่ามีการขอหมายจับ และเป็นการกระทำโหดเหี้ยมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง



วันนี้ (8 ก.ย.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ร.ต.ท.ตระการ ศักดิ์ศรีกรม พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ควบคุมตัว นายมงคล หรือ เหยิน ศรีพูล อายุ 23 ปี, นายสุทธินันท์ หรือ ตู๋ หวังหอมกลาง อายุ 21 ปี และ นายชาตรี หรือ ปิค จูวรรณะ อายุ 21 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (ช่างกลปทุมวัน) ผู้ต้องหาคดียิงและแทง นายเบญจพล วิริยารัมภะ อายุ 19 ปี นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลภาคตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มายื่นคำร้องขอฝากครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 8 – 19 ก.ย.2549 เนื่องจากการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบปากคำพยานอีก 15 ปาก และรอผลตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือ ประวัติอาญชากร และอื่น ฯลฯ โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสามด้วย เนื่องจาก เกรงว่าจะหลบหนี เพราะคดีมีอัตราโทษสูง
คำร้องของพนักงานสอบสวน ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2549 ผู้ต้องร่วมกันใช้อาวุธปืน ขนาด .38 และมีดปลายแหลม ยิงและแทง นายเบญจพล ผู้ตาย ภายใน ซ.ลาดพร้าว 124 แขวง-เขตวังทองหลาง กทม.แล้วแยกย้ายกันหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น 4 ได้เข้าสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องทั้งสามขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีเงินและรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีดำแดง ในการก่อเหตุ จึงได้ขอหมายจับที่ 3555 - 57 /2549 จากศาลอาญา และเข้าจับกุม นายมงคล และ นายสุทธินันท์ ผู้ต้องที่ 1-2 ได้ที่ห้องพักย่านบางกอกน้อยพร้อมอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ จากนั้นสามารถจับกุม นายชาตรี ได้ห้องพักย่านพระโขนง พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุทั้ง 2 คัน และอาวุธมีดปลายแหลมขนาดยาว 1 ฟุตที่ใช้แทงผู้ตาย ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสามให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน และ พ.ร.บ.อาวุธปืน
ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้
ภายหลังญาติของ นายสุทธินันท์ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดิน ย่านลาดพร้าว ราคาประเมิน 540,000 บาท ขอประกันตัวต่อศาล ศาลพิเคราะห์คำร้องและหลักทรัพย์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง และพฤติการณ์แห่งคดียังปรากฏในคำร้องว่ามีการขอหมายจับ และเป็นการกระทำโหดเหี้ยมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนี ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง


