ตำรวจภูธรภาค 5 หอบยาบ้า 3.3 แสนเม็ด จากเชียงรายมาแถลงผลงานชิ้นโบแดงในเมืองกรุง ระบุ ดักจับได้ตามตะเข็บชายแดนภาคเหนือที่กำลังจะลำเลียงมาขายในประเทศ
วันนี้ (24 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จำนง แก้วศิริ ผบก.เชียงราย นายชาติชาย สุทธิกลม รองเลขาฯ ป.ป.ส.แถลงข่าวจับกุมแก๊งยาบ้ารายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายพุฒิพงศ์ อนันต์นิธิภัทร อายุ 53 ปี นายทรงพล กิจจานุลักษณ์ อายุ 53 ปี นายสาทิพ คำวิมาน อายุ 36 ปี นายสมหมาย เกลาเกลี้ยง อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบต. หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายอนุวัฒน์ บุญญานิติพงษ์ และ น.ส.ทาริกา แสงเดือน พร้อมของกลางยาบ้าชนิดสีแดง สีส้ม และสีม่วง บรรจุในห่อพลาสติกสีน้ำตาล รวม 125 มัด จำนวน 330,000 เม็ด, รถยนต์ จำนวน 11 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง และเงินสด จำนวน 1,200,000 บาท
พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ค้ายาบ้าครั้งนี้ ถือเป็นรายใหญ่ ดำเนินการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามมานาน 3 เดือน จนสืบทราบว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา จะมีการขนยาบ้าข้ามมาจากฝั่งประเทศพม่า จึงวางแผนประสานเจ้าหน้าที่ทหาร กองปราบปราม และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย พร้อมเข้าตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 330,000 เม็ด ได้ที่แหล่งพักยาบ้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นจึงขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการได้ทั้ง 6 คน เป็นสมาชิก อบต.จำนวน 1 คน ผลการจับกุมนักค้ายาบ้ารายนี้ ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ เบื้องหลังยังมีนายทุนใหญ่ และผู้สนับสนุนอีกหลายราย ซึ่งกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามสืบสวนสอบสวนขยายผลการจับกุมอยู่ พร้อมเตรียมประสาน ปปง.เพื่อทำการยึดทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาบ้าต่อไป
พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อว่า นักค้ายาบ้าขบวนการนี้ มีการลักลอบนำเข้ายาบ้าตามใบสั่ง และนำเข้ามาหลายวิธี เช่น ขนส่งมาทางรถยนต์ และทางเครื่องบิน ที่ผ่านมา นักค้ายาบ้าในประเทศไทยลดลงไปมาก แต่พบว่ามีจำนวนหนึ่งหลบหนีการจับกุมไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ตามแนวชายแดน ทำหน้าที่ประสานการลักลอบขนยาบ้า โดยเปลี่ยนวิธีการและใช้บุคคลอื่นแทน ส่วนยาบ้าที่จับกุมได้มีทั้งสีแดง สีส้ม และสีม่วง ซึ่งเป็นผลิตที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปตามความต้องการของตลาดและผู้เสพยาบ้า ส่วนตัวยาทั้งหมดมีส่วนผสมและฤทธิ์ยาใกล้เคียงกัน และเตรียมลักลอบนำไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
ผบช.ภ.5 กล่าวอีกว่า ได้มีการตั้งเป้าหมายเพื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติด มีนักค้ารายสำคัญ จำนวน 572 ราย โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 982 ราย นักค้ารายย่อย จำนวน 9,013 ราย จับกุมได้ 10,214 ราย ทั้งนี้ มีการตรวจสอบทรัพย์สินถึง 650 ราย ดำเนินการไปแล้ว 771 ราย พร้อมทั้งจับกุมตามหมายจับ 2,404 หมายจับ จับกุมได้ 1,777 หมายจับ โดยเริ่มประสานงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2549 เป็นต้นมา


วันนี้ (24 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.จำนง แก้วศิริ ผบก.เชียงราย นายชาติชาย สุทธิกลม รองเลขาฯ ป.ป.ส.แถลงข่าวจับกุมแก๊งยาบ้ารายใหญ่ ได้ผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ประกอบด้วย นายพุฒิพงศ์ อนันต์นิธิภัทร อายุ 53 ปี นายทรงพล กิจจานุลักษณ์ อายุ 53 ปี นายสาทิพ คำวิมาน อายุ 36 ปี นายสมหมาย เกลาเกลี้ยง อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกสภา อบต. หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นายอนุวัฒน์ บุญญานิติพงษ์ และ น.ส.ทาริกา แสงเดือน พร้อมของกลางยาบ้าชนิดสีแดง สีส้ม และสีม่วง บรรจุในห่อพลาสติกสีน้ำตาล รวม 125 มัด จำนวน 330,000 เม็ด, รถยนต์ จำนวน 11 คัน โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง และเงินสด จำนวน 1,200,000 บาท
พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า การจับกุมผู้ค้ายาบ้าครั้งนี้ ถือเป็นรายใหญ่ ดำเนินการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามมานาน 3 เดือน จนสืบทราบว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา จะมีการขนยาบ้าข้ามมาจากฝั่งประเทศพม่า จึงวางแผนประสานเจ้าหน้าที่ทหาร กองปราบปราม และกองบังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงราย พร้อมเข้าตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 330,000 เม็ด ได้ที่แหล่งพักยาบ้า อ.แม่สาย จ.เชียงราย จากนั้นจึงขยายผลจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมขบวนการได้ทั้ง 6 คน เป็นสมาชิก อบต.จำนวน 1 คน ผลการจับกุมนักค้ายาบ้ารายนี้ ถือว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ เบื้องหลังยังมีนายทุนใหญ่ และผู้สนับสนุนอีกหลายราย ซึ่งกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามสืบสวนสอบสวนขยายผลการจับกุมอยู่ พร้อมเตรียมประสาน ปปง.เพื่อทำการยึดทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาบ้าต่อไป
พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ กล่าวต่อว่า นักค้ายาบ้าขบวนการนี้ มีการลักลอบนำเข้ายาบ้าตามใบสั่ง และนำเข้ามาหลายวิธี เช่น ขนส่งมาทางรถยนต์ และทางเครื่องบิน ที่ผ่านมา นักค้ายาบ้าในประเทศไทยลดลงไปมาก แต่พบว่ามีจำนวนหนึ่งหลบหนีการจับกุมไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ตามแนวชายแดน ทำหน้าที่ประสานการลักลอบขนยาบ้า โดยเปลี่ยนวิธีการและใช้บุคคลอื่นแทน ส่วนยาบ้าที่จับกุมได้มีทั้งสีแดง สีส้ม และสีม่วง ซึ่งเป็นผลิตที่มีรูปแบบแตกต่างกันไปตามความต้องการของตลาดและผู้เสพยาบ้า ส่วนตัวยาทั้งหมดมีส่วนผสมและฤทธิ์ยาใกล้เคียงกัน และเตรียมลักลอบนำไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้
ผบช.ภ.5 กล่าวอีกว่า ได้มีการตั้งเป้าหมายเพื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติด มีนักค้ารายสำคัญ จำนวน 572 ราย โดยสามารถจับกุมได้แล้ว 982 ราย นักค้ารายย่อย จำนวน 9,013 ราย จับกุมได้ 10,214 ราย ทั้งนี้ มีการตรวจสอบทรัพย์สินถึง 650 ราย ดำเนินการไปแล้ว 771 ราย พร้อมทั้งจับกุมตามหมายจับ 2,404 หมายจับ จับกุมได้ 1,777 หมายจับ โดยเริ่มประสานงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2549 เป็นต้นมา


