ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 6 ปี “กลม บางกรวย” กับลูกน้องอีก 3 คดีร่วมกันล็อกหวย ส่วน“ชัย โคกสำโรง” ศาลพิพากษายกฟ้อง เหตุไม่มีพยานยืนยันร่วมล็อกหวยกองสลากประจำวันที่ 1 มิ.ย.44 แต่ให้จำคุกความผิดสมคบซ่องโจร 2 ปี ขณะที่ กลม ยื่นฎีกาสู้ต่อ
วันนี้( 23 มิ.ย.)เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ห้องพิจารณาคดี 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีหวยล็อก ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมตระกูล จอบกระโทก , พ.อ.อ.กิตติชาติ กุลประดิษฐ์ , นายณรงค์ อุ่นแพทย์ หรือ กลม บางกรวย ผู้กว้างขวางย่านบางกรวย , นายสุริยัน ดวงแก้ว หรือ ผู้ใหญ่หมึก และนายพิชัย เทพอารักษ์ หรือ ชัย โคกสำโรง ผู้กว้างขวาง จ.ลพบุรี เป็นจำเลยที่ 1- 5 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และซ่องโจร
ตามฟ้องโจทก์ระบุว่า ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 42 - 10 พ.ย. 44 จำเลยทั้งห้ากับพวกที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันทุจริตด้วยการเกณฑ์คนเข้าไปรับชมการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 1 มิ.ย. 44 โดยพฤติการณ์จำเลยได้บ้วนของเหลว ที่อมอยู่ในปากลงในภาชนะ พลาสติกทรงกลม แล้วเลือกตักลูกบอลหมายเลข 1 ซึ่งมีคราบสีขาวติดอยู่ ทำให้ผลการออกสลากรางวัลที่ 1 เป็นเลขที่ออกคือ 113311
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.47 เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐ ที่จะต้องปฏิบัติออกสลากด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ทำให้กระทบต่อความน่าเชื่อถือ สร้างความเสียหายโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม อันเป็นความผิดหลายกรรม ต่างวาระกัน ให้เรียงกระทงลงโทษ พิพากษาจำคุกพวกจำเลย ฐานฉ้อโกง 2 ปี และ ฐาน ซ่องโจร 4 ปี รวมจำคุกจำเลยคนละ 6 ปี ต่อมาจำเลยทั้งห้า ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีว่าพยานโจทก์ บางปากเป็นคำซัดทอดของผู้ต้องหา ต้องห้ามที่ศาลจะรับฟังมาลงโทษจำเลย โดยที่จำเลยที่ 3 และที่ 5 อุทธรณ์ว่าไม่ได้สมคบในการกระทำผิด โดยการดำเนินคดีฉ้อโกงนั้นคดีหมดอายุความ
ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวน ประชุมปรึกษาหารือ แล้วเห็นว่า ชั้นพิจารณา พยานโจทก์มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 คน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และกรรมการควบคุมการออกสลากรางวัล 2 คนซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบหมายเลขต้นขั้วและหางบัตรกรรมการที่ต้องขึ้นตักรางวัล เบิกความถึงการบันทึกชื่อผู้เข้าชมออกสลากรางวัล โดยพยานทั้ง 3 ปาก เบิกความตรงกันว่า หางบัตรผู้เข้าชมที่จำเลยที่ 1 -2 และนายทองสุข ชนะการี นำมาแสดงเพื่อใช้สิทธิขึ้นไปตักลูกบอลออกสลากรางวัลนั้น รายชื่อไม่ตรงกับจำเลยที่ 1-2 และนายทองสุข ซึ่งคำเบิกความดังกล่าวสอดคล้องเชื่อมโยงกับคำเบิกความของ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน พนักงานสอบสวน ที่ระบุว่าตามภาพเทปโทรทัศน์ที่ออกอากาศ เห็นพฤติการณ์นายทองสุข หยิบสิ่งของเข้าปาก แล้วบ้วนทิ้งบนลูกบอล ขณะที่เห็นภาพจำเลยที่ 2 ก้มตัวจ้องมองเพื่อเลือกลูกบอล
นอกจากนี้ตามคำเบิกความของ ส.อ.ประดิษฐ์ บุญเสริมส่ง ที่เคยเข้าร่วมจะกระทำผิดแต่กลับใจไม่กระทำผิด ยังระบุว่า เคยได้รับการติดต่อจากจำเลยที่ 1-2 เพื่อร่วมล็อกเลข และให้เข้าฝึกอบรมซักซ้อมวิธีการที่ไร่กุสุมา รีสอร์ท ประกอบกับนายอรรถชัย เกิดบุญ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่รู้จักจำเลยที่ 3-4 เบิกความยืนยันว่า จำเลยที่ 3 เคยว่างจ้างพยานด้วยเงิน 200 บาทเพื่อเข้าไปชมการออกสลากรางวัลที่จะเข้าไปรับหางบัตรเป็น กรรมการออกเลขรางวัล และเคยให้พยานหามอเตอร์ไซด์รับจ้าง 30 คนเข้าไปชมการออกเลขรางวัลด้วย ซึ่งจำเลยที่ 4 เป็นลูกน้องของจำเลยที่ 3 และเมื่อถึงเวลาออกสาลกรางวัลจำเลยที่ 4 มักจะไปยืนรออยู่ที่หน้าที่สำนักงานสลาก ฯ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบจึงมีความเชื่อมโยงในพฤติการณ์จำเลย ที่แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นป็นตอน 3 กลุ่ม กลุ่มที่แรก จำเลยที่ 1-3 ใช้เงินว่าจ้างคนเพื่อเข้าไปชมการออกสลากรางวัล กลุ่มที่ 2 จำเลยที่ 4 มีหน้าที่จัดหากำลังคนเพื่อรับบัตรเข้าชมการออกสลากรางวัลงวดละ 100 คน และกลุ่มที่ 3 จำเลยที่ 1-2 มีหน้าที่ฝึกซ้อมวิธีการล็อกเลขในแต่ละงวดๆ ละ 20 คน ซึ่งในความผิดฐานฉ้อโกงที่จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ไม่รู้เห็นและไม่ได้รับทรัพย์สินจากการฉ้อโกงนั้น เห็นว่า หลังจากมีการล็อกเลขสลากรางวัลดังกล่าวแล้ว นายฮุย เจ้ามือสลากกินรวบที่ จ.สุรินทร์ ที่รับแทงหวยจากจำเลยที่ 5 ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ที่จำเลยที่ 3 และ ที่ 5 กับพวก เดินทางไปทวงถามถึงเงินรางวัลจำนวน 15 ล้านบาท โดยมีการข่มขู่ด้วยนั้น พฤติการณ์เห็นได้ว่า หากจำเลยที่ 3 ไม่มีผลประโยชน์ร่วมคงจะไม่เดินทางไปกับจำเลยที่ 5 เพื่อทวงเงิน และตามคำเบิกความของจำเลยที่ 5 ระบุว่ารู้จักกับจำเลยที่ 3 ในวงการมวยมานานแล้วหลายปี ข้อต่อสู้จำเลยที่ 3 จึงเป็นเพียงคำกล่าวอ้างลอย ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ โดยความผิดฐานฉ้อโกงนั้นแม้ว่าผู้กระทำผิดจะได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากการฉ้อโกงโดยตรง หรือได้ทรัพย์สินจากบุคคลที่ 3 ที่ร่วมฉ้อโกง ก็ถือว่ามีส่วนร่วมในความผิดนั้นที่เกิดขึ้นโดยสำเร็จแล้ว
ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า คำเบิกความพยานโจทก์ เป็นคำซัดทอดผู้ต้องหารับฟังไม่ได้นั้น ศาลเห็นว่า ตามกฎหมายไม่มีบทบัญญัติใดห้ามให้รับฟังคำให้การของผู้ต้องหา เพียงแต่การรับฟังนั้นจะต้องกระทำโดยระมัดระวัง ซึ่งพยานโจทก์ที่ให้การซัดทอดนั้น ต่างเบิกความเชื่อมโยงกันในรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคล วัน-เวลา ได้อย่างมีเหตุผลเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งพยานบางปากให้การหลังเกิเหตุไม่นาน จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีการปรุงแต่งเรื่อง สำหรับอุทธรณ์ว่าการดำเนินคดีความผิดฉ้อโกงขาดอายุความนั้น เห็นว่าตามคำเบิกความของนายชัยวัฒน์ ประสงค์ภักดี ผู้อำนวยสำนักงานสลาก ฯ ขณะนั้น ระบุว่าหลังออกรางวัลวันที่ 1 มิ.ย.44 แล้วประธานกรรมการการออกรางวัล ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการล็อกเลขเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.44 และพนักงานสอบสวนกองปราบปรามแจ้งความดำเนินคดีจำเลยที่ 1-2 ในวันที่ 31 ก.ค.44 ขณะที่ 25 ต.ค.44 พนักงานสอบสวน สอบสวนการกระทำผิดของจำเลยที่ 3-5 แล้วเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.44 จึงดำเนินคดีกับจำเลยที่ 3-5 จึงเห็นได้ว่าสำนักงานสลาก ฯ ผู้เสียหาย รับทราบการกระทำผิดของจำเลยที่ 1-2 เมื่อวันที่ 31 ก.ค.44 จากการออกรางวัลวันที่ 1 มิ.ย. โดยระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน เช่นเดียวกับการดำเนินคดีจำเลยที่ 3-5 ซึ่งไม่ว่าคดีจะขาดอายุความไม่หรือ ข้อเท็จจริงในคดีก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไป พยานโจทก์จึงฟังได้อย่างมีน้ำหนัก ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยฐานฉ้อโกงคนละ 2 ปี และความผิดซ่องโจรคนละ 4 ปี รวมจำคุกคนละ 6 ปีนั้น มีความเหมาะสมแล้ว
ส่วนที่จำเลยที่ 5 อุทธรณ์ว่า ไม่ได้สมคบในการกระทำผิดฐานซ่องโจรนั้น เห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานปากใดยืนยันได้ว่าเห็นจำเลยที่ 5 ในการว่างจ้าง และฝึกซ้อมคนเพื่อล็อกเลขด้วย อุทธรณ์จำเลยที่ 5 ประเด็นนี้ฟังขึ้น จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 5 ในความผิดฐานซ่องโจร แต่พิพากษายืนจำคุกจำเลยที่ 5 เป็นเวลา 2 ปีความผิดฐานฉ้อโกง สำหรับจำเลยที่ 1-4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกคนละ 6 ปี ฐานฉ้อโกงและซ่องโจร
ภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว นายพิศาล วิบุลศิลป์ ทนายความ กล่าวยืนยันว่า จำเลยจะยื่นฎีกาต่อสู้คดีจนถึงที่สุด ซึ่งต่อมาญาติของนายณรงค์ หรือ กลม บางกรวย จำเลยที่ 3 และนายพิชัย หรือชัย โคกสำโรง จำเลยที่ 5 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้านจัดสรร เนื้อที่ 100 ตารางวา หมู่บ้านดำรงพุฒตาล อ.อ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ราคาประเมิน 1.5 ล้านบาทและเงินสดจำนวน 800,000 บาท เพื่อขอประกันตัวระหว่างฎีกา อย่างไรก็ตาม ศาลชั้นต้น พิเคราะห์คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวของจำเลยแล้ว เห็นควรส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด นายกลม บางกรวยกับพวก จึงต้องถูกควบคุมตัวไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างรอฟังคำสั่งว่า ศาลฎีกาจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้ถือเป็นผลงานการจับกุมของ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สมัยที่ ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปราม และในการจับกุมครั้งนั้น พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ ยืนยันว่า มีการล็อกหวยเกิดขึ้นจริง โดยมีพยานหลักฐานและวิธีการล็อกหวยครบทุกขั้นตอน แต่ต่อมาหลังจาก พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ มานั่งกองสลากฯ ก็ออกมาพูดยืนยันให้บรรดานักเล่นหวยสบายใจว่าการออกสลากโปร่งใส ไม่สามารถล็อกหวยได้
“กลม บางกรวย” ส่งทนายแจ้งจับ “เสี่ยฮุย” เจ้ามือหวยเถื่อนเมืองสุรินทร์
"กลม บางกรวย" นอนคุกต่อ ศาลอุทธรณ์ห้ามประกัน
“กลม บางกรวย”คอตกหมดลุ้นอิสรภาพวืดประกันอีก!
ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง"กลม บางกรวย"คดีครอบครองอาวุธปืน
"กลม บางกรวย"แห้วประกันนอนคุกต่อ
"กลม บางกรวย" วืดประกันนำตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯแล้ว
ศาลสั่งจำคุก"กลม บางกรวย"และพวก 6 ปี คดีล็อกหวย
ศาลนัดชี้ชะตากลมบางกรวยกับพวก คดีหวยล็อควันนี้
รวบ"กลม บางกรวย"ตั้งตัวเป็นเจ้ามือรับแทงหวยใต้ดิน
ศาลยกฟ้อง กลม บางกรวย กรรโชกทรัพย์เจ้าของวินฝั่งธนฯ
กลม บางกรวย อ่วมพิษโกงหวยรางวัล ป.ป.ช.เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม


