ตำรวจนครบาลเร่งล่าตัว “อีเสก กระเทยแสบ” ล่าสุดดักจับสัญญาณโทรศัพท์ได้ย่านวังน้อย อยุธยา พร้อมประสานไปยังตำรวจชัยภูมิ บ้านเกิดผู้ต้องหาซุ่มสกัดจับด้วยเช่นเดียวกัน
วันนี้ (19 พ.ค.) พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น. พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง ผกก.สส.น.8 พ.ต.ท.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผกก.สส.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนร่วมประชุมเพื่อคลี่คลายคดีการจับกุม นายเสกสรรค์ คำวงษ์ อายุ 36 ปี หรือ “อีเสก กระเทยแสบ” ผู้ต้องหาฆ่า พ.ต.ท.ชรินทร์ บุญนาค สว.สส.สน.ตลาดพลู โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แบ่งกำลังออกเป็น 4 ชุดในการออกติดตามตัวคนร้ายและออกหาข่าวทั้งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านเกิดผู้ต้องหา รวมทั้งในกรุงเทพฯและเขตปริมณฑล และจากการตรวจสอบล่าสุด พบว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจได้รับสัญญาณโทรศัพท์ของผู้ต้องหาใช้ติดต่อในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้ ได้กระจายกำลังกันเร่งติดตามตัวแล้ว
มีรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาผู้ต้องหาได้เข้าไปปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่เรือนจำที่จังหวัดสระบุรี จากนั้นได้ทิ้งอาวุธปืนไว้ ทราบว่า อาวุธปืนดังกล่าวได้ส่งผ่านมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ขับรถผ่านเข้า อ.วังน้อย คาดว่า ช่วงเมื่อคืนน่าจะอยู่แถวๆ ชานเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังไปประกบ แต่ไม่สามารถติดตามตัวได้
พล.ต.ต.กฤษฎา เปิดเผยว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าส่วนใดที่คืบหน้า และยังไม่ทราบว่า ตัวผู้ต้องหาอยู่ที่ใด ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พยายามกระจายกำลังออกติดตามอย่างกระชั้นชิด
พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงเรื่องเดียวกันว่า ขณะนี้ทางชุดสืบสวนของ บก.น.8 สืบทราบว่า อาวุธปืนของ พ.ต.ท.ชนินทร์ นั้น นายเสกสรรค์ คำวงษ์ คนร้ายที่ก่อเหตุได้นำไปฝากไว้กับญาติคนหนึ่ง ก่อนที่ญาติคนดังกล่าวจะนำไปฝากไว้กับผู้คุมเรือนจำจังหวัดสระบุรีที่รู้จักกัน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามคืนมาได้แล้ว ส่วนรถของกลางและทรัพย์สินอื่นนั้นๆ จะเร่งติดตามอีกครั้ง
ส่วนตัวคนร้ายนั้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตามล่า กดดันอย่างหนักเพื่อให้คนร้ายรายนี้เข้ามอบตัว โดยขณะนี้ทราบแล้วว่าคนร้ายยังคงกบดานอยู่แถบบริเวณจังหวัดสระบุรี ซึ่งคาดว่า น่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ของคนร้ายรายนี้ ไม่น่าจะทำเป็นแก๊ง แต่ที่ลงมือก่อเหตุนั้น เพียงแค่ต้องการทรัพย์สินเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ที่ อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ อันเป็นบ้านเกิดของผู้ต้องหานั้น พ.ต.ท.บัญชา ไพรินทร์ รอง ผกก.สส.สภ.อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า นายเสกสรรค์ มีพื้นเพเป็นชาว อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ หลังเกิดเรื่องได้รับการประสานจากตำรวจนครบาล ในการสกัดจับนายเสกสรรค์ ซึ่งอาจจะย้อนกลับมายังบ้านเกิดเช่นเดียวกัน โดยสั่งให้สายสืบส่งกำลังไปซุ่มสกัดจับที่บ้านเกิดรวมทั้งพื้นที่ต่างๆ ที่คาดว่า นายเสกสรรค์ อาจจะหลบหนีการกระทำความผิดกลับมา
พ.ต.ท.บัญชา กล่าวว่า นายเสกสรรค์ เคยมีประวัติต้องคดีปลอมแปลงเอกสาร และแจ้งความเท็จที่ สภ.อ.บ้านเขว้า โดยคดีดังกล่าว นายเสกสรรค์ มาแจ้งความเท็จเพื่อต้องการทำบัตรประชาชน เพราะอยากเป็นผู้หญิง ซึ่งคดีสิ้นสุดไปแล้ว ส่วนประวัติด้านต้มตุ๋นหลอกลวง ไม่เคยมีปรากฏ
“ล่าสุด เท่าที่ทราบ นายเสกสรรค์ กลับมาเยี่ยมบ้านเกิด เมื่อครั้งเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านมา และยังไม่เคยย้อนกลับไปที่บ้านอีก พอทราบข่าวที่เกิดขึ้น และทางตำรวจนครบาลประสานมา ก็ส่งกำลังลงไปซุ่มสกัดจับแล้ว หากนายเสกสรรค์ย้อนกลับมาคงไม่รอดแน่” พ.ต.ท.บัญชากล่าว
ล่ากะเทยโหดวางยาฆ่าสารวัตร พบเคยโดนจับแจ้งเท็จ-ชอบอ้างเป็นดารา
ตร.รู้ตัวคนร้ายวางยาฆ่า “พ.ต.ท.” แล้ว อาจเป็นผู้ชายนะยะ!
ผกก.มั่นใจตามจับวายร้ายสาววางยา “สารวัตรสืบ” ได้แน่
สารวัตรสืบ สน.ตลาดพลูตายเปลือยคาโรงแรม คาดถูกสาวมอมยาชิงทรัพย์


