ลูกสาวผู้ป่วย ซึ่งเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่ง ฟ้อง รพ.กล้วยน้ำไท – ศัลยแพทย์ เรียกเงิน 4.39 ล้าน ฐานเลินเล่อผ่าตัดไส้ติ่งจนติดเชื้อเสียชีวิต ศาลรับฟ้องนัด ชี้ 2 สถาน 3 ก.ค.นี้
วันนี้ (25 เม.ย.) ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง น.ส.อุษา เปรมประจิม อายุ 32 ปี บุตรของนางหนูแดง แฉ่งเกษม ผู้ตาย ซึ่งเข้ารักษาการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท, นพ.สันติภาพ ไชยวงศ์เกียรติ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ นพ.ครองชัย เกษมศรีธนาวัฒน์ ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดเรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 4,390,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 22 เม.ย.2548
โจทก์บรรยายฟ้องสรุปว่า เมื่อเช้าวันที่ 22 เม.ย.2548 นางหนูแดง ซึ่งมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวานระยะสุดท้าย ได้เข้ารักษาอาการเพื่อผ่าตัดไส้ติ่งที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท โดยใช้บัตรประกันสุขภาพ 30 บาท ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 3 เป็นศัลยแพทย์ได้วินิจฉัยว่าผู้ตายเป็นไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้สั่งให้ยาปฏิชีวนะฉีดเข้าเส้นเลือด รวมทั้งให้น้ำเกลือพร้อมกับยาฉีดรักษาเบาหวาน
ต่อมา เวลา 16.15 น.แพทย์จึงนำตัวผู้ตายเข้าผ่าตัดไส้ติ่ง เมื่อผ่าตัดเสร็จจำเลยที่ 3 ได้บันทึกว่า ไส้ติ่งของผู้ตายแตก และมีหนองในช่องท้องประมาณ 15 ซีซี โดยหลังการผ่าตัดนั้น จำเลยที่ 3 ที่เป็นศัลยแพทย์มีหน้าที่ต้องมาตรวจคนไข้ เพื่อเฝ้าดูอาการทุกวัน แต่จำเลยที่ 3 ไม่ได้มาตรวจผู้ตายเลย และเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2548 เวลา 23.00 น.ผู้ตายเริ่มมีอาการติดเชื้อในกระแสเลือด มีไข้ หายใจเร็ว มีอาการเหนื่อย แล้วในเวลา 02.00 น.ของวันที่ 24 เม.ย.2548 ผู้ตายก็มีอาการหายใจเหนื่อยมากขึ้น จึงมีแพทย์มาเยี่ยมผู้ตาย 2 ครั้ง พร้อมกับให้ใส่ท่อช่วยหายใจ และย้ายตัวไปรักษาตัวที่ห้องไอซียู โดยที่ขณะนั้นจำเลยที่ 3 ก็ยังไม่ได้แวะมาตรวจดูแลอาการผู้ตายแต่อย่างใดกระทั่งผู้ตายได้เสียชีวิตของเย็นวันที่ 25 เม.ย.2548
การกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นการละเลยไม่จัดหาแพทย์ให้เพียงพอกับปริมาณคนไข้ และไม่ได้จัดศัลยแพทย์ไว้ประจำ เพื่อรักษาผ่าตัดโรคฉุกเฉิน รวมทั้งกระทำการโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังทอดทิ้งผู้ตายให้ติดเชื้อโดยไม่ได้ติดตามแพทย์มารักษาให้ทันท่วงที จำเลยทั้งสามจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในส่วนที่โจทก์คิดค่าขาดประโยชน์จากการประกอบอาชีพของผู้ตายเดือนละ 30,000 บาท เป็นเวลา 12 ปี เป็นเงินจำนวน 4,200,000 บาท และค่าปลงศพกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการจัดพิธีศพตามประเพณีและตามฐานะของผู้ตาย เป็นเงินจำนวน 70,000 บาท รวมจำนวนเงินที่จำเลยทั้งสามต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสิ้น 4,390,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่เกิดเหตุจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีดำหมายเลข 3254/2549 โดยนัดชี้ 2 สถานเพื่อกำหนดประเด็นนำสืบคดี ในวันที่ 3 ก.ค.นี้ เวลา 13.30 น.
ลูกสาวโวยแม่ใช้บัตรทองผ่าตัดไส้ติ่งถึงตาย


