xs
xsm
sm
md
lg

ตำนาน “เพชรอาถรรพณ์” วิบากกรรม “ป๋าลอ”

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

คดีอุ้มฆ่าแม่ลูก “ศรีธนะขัณฑ์” แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะเลื่อนอ่านคำพิพากษา แต่สำหรับวิบากกรรมของ “ป๋าลอ” หลังม่านเหล็ก ยังถือเป็น “ขาใหญ่” ตัวจริง เพราะสถานภาพในขณะนี้ต้องถูกจองจำไปตลอดชีวิต และหากศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นั่นหมายความว่าชีวิตที่เหลืออยู่ของเจ้าของฉายา “สิงห์เหนือ” จะต้องไร้ซึ่งอิสรภาพไปตลอดชั่วกาลนาน...เพราะพิษ “ตำนานเพชรอาถรรพณ์” โดยแท้!!

ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีอุ้มฆ่าแม่ลูกตระกูล “ศรีธนะขัณฑ์” ซึ่งมีพนักงานอัยการกองคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ, พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีต สว.สส.สภ.จ.ปราจีนบุรี, จ.ส.ต.ยงค์ กล่ำนาค อดีต ผบ.หมู่ สภ.อ.ปราจีนบุรี, ด.ต.สมนึก เวชศรี อดีต ผบ.หมู่ สภ.อ.สระแก้ว, นายวีระชัย หรือเอิบ พลพิแสง อาชีพทำนา, นายนิคม หรือป๊อด มนต์ศิริ อาชีพรับจ้าง, นายสำราญ หรือพงษ์ ปากกว้าง แจ่มจำรัส อาชีพทำไร่, นายสมหมาย หรือหมาย พุดเทศ และนายสุภาพ ช่างสาย (เสียชีวิตแล้ว) เป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนกระทำไว้ และสนับสนุนการกระทำความผิด, หน่วงเหนี่ยวและกักขังผู้อื่นไว้เพื่อได้มาซึ่งค่าไถ่, ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ข่มขืนใจให้ผู้อื่นจำยอมทำให้เสียเสรีภาพในร่างกาย, เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, สวมเครื่องแบบและประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ

เนื่องจากจำเลยที่ 3 คือ จ.ส.ต.ยงค์ กล่ำนาค ได้เสียชีวิตลงระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งอัยการฝ่ายโจทก์ แถลงขอเวลา 30 วัน เพื่อตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด รวมถึงตรวจสอบใบมรณบัตร และเมื่อศาลสอบถามคู่ความแล้ว ลูกความไม่คัดค้าน จึงให้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาเป็นวันที่ 31 ต.ค.

ทั้งนี้ นายวีระชัย หรือเอิบ พลพิแสง จำเลยที่ 5 และนายสมหมาย หรือหมาย พุดเทศ จำเลยที่ 8 ที่ได้รับการประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี ฝ่ายอัยการโจทก์ที่ได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ฝ่ายจำเลยทั้ง 2 ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุด ศาลจึงได้ออกหมายจับจำเลยที่ 5 และ 8 มาบังคับคดีตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน

สำหรับคดีนี้ ศาลชั้นต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.45 ให้จำคุก พล.ต.ท.ชลอ จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบเป็นเวลา 6 ปี, ฐานสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกตลอดชีวิต และฐานร่วมกันเรียกค่าไถ่ ให้จำคุกตลอดชีวิต รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิตสถานเดียว ส่วน พ.ต.ท.พันศักดิ์ จำเลยที่ 2 พิพากษาจำคุก 6 ปีฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ, ฐานร่วมกันเรียกค่าไถ่ให้จำคุกตลอดชีวิต และฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต แต่จำเลยที่ 2 ให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้างลดโทษให้จำคุกตลอดชีวิตสถานเดียว, จ.ส.ต.ยงค์ จำเลยที่ 3 จำคุก 6 ปี ฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่คำให้การของจำเลยมีประโยชน์อยู่บ้างจึงลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 ปี

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ชลอ ยังคงตกเป็นจำเลยในอีก 2 คดีที่เกี่ยวเนื่องกันว่าด้วยคดี อุ้มนายสันติ ซึ่งถือเป็นคดีสาขา แยกจากคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขันฑ์ สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 9 และนายสันติ ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.ชลอ และพ.ต.ต.ธานี สีดอกบวบ ลูกน้องคนสนิท เป็นจำเลยที่ 1 และ2 ตามลำดับฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยมีและใช้อาวุธปืนข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ทรัพย์สิน และเสรีภาพ โดยพิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้ง 2 คน คนละ 3 ปี และคดียักยอกเพชรของกลาง ซึ่งยังคงยืดเยื้อมาจนถึงทุกวันนี้

ปิดบัญชี “สิงห์เหนือ”

คดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ “ป๋าลอ” ได้รับการแต่งตั้งจาก พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร รมว.มหาดไทยขณะนั้นให้เป็น 1 ใน 4 ชุดเฉพาะกิจติดตามคดี หลังจากนายเกรียงไกร เตชะโม่ง โจรกรรมมาจากพระราชวังไฟซาล ซาอุดีอาระเบีย จนกระทั่งถูกกล่าวหาและดำเนินคดีตั้งแต่ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 37 นับแต่ตั้งวันนั้นจนถึง ณ วันนี้ “ป๋าลอ” ไม่เคยได้รับประกันตัวและยังคงชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำบางขวางจนถึงทุกวันนี้ จึงกลายเป็นตำนานเพชรอาถรรพณ์ เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ต้องเผชิญวิบากกรรม ต่างกรรมต่างวาระกันไป

คดีนี้ถูกรื้อฟื้นในสมัย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นั่งในตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจ โดยการนำทีมมือปราบของ พล.ต.ต.วรรณรัตน์ คชรัตน์ ผบก.ป., พ.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผกก.ป. และร.ต.อ.ทวี สอดส่อง ร้อยเวรสอบสวน ยศในขณะนั้น

** ตำนานเพชรอาถรรพณ์

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นจากความพยายามค้นหาเบาะแสเครื่องเพชรอาถรรพณ์ โดยทีมสืบสวนของ พล.ต.ท.ชลอ เชื่อว่าเครื่องเพชรบางส่วนที่นายเกรียงไกรโจรกรรมมาอยู่ในความครอบครองของนายสันติ ศรีธนะขัณฑ์ แล้วนายสันติยังน่าจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การติดตามหาโคตรเพชร 12.5 กะรัต “บลูไดมอนด์” ที่ทางการซาอุดีอาระเบียต้องการจะนำกลับคืน จึงนำมาสู่วิธีการสืบสวนนอกระบบ โดยการอุ้มภรรยาและบุตรชายของนายสันติไปกักขังไว้ที่ไร่แห่งหนึ่งใน จ.สระแก้ว เพื่อการต่อรองนานกว่า 1 เดือน แต่เมื่อเงินค่าไถ่มาช้า ทีมสังหารในคราบคนมีสีจึงกระทำการข่มขืนกระทำชำเราเหยื่อ เป็นเหตุผสมผสานกันให้สวมวิญญาณสัตว์เดรัจฉาน สุดท้ายเมื่อเกิดความผิดพลาดจึงจำเป็นต้องฆ่าแม่-ลูกศรีธนะขัณฑ์ทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานปิดคดี

นางดาราวดี และด.ช.เสรี ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม โดยทีมสังหารได้ใช้ไม้ตี 2 แม่ลูกจนคอหักตาย ก่อนที่จะนำทั้ง 2 ศพยัดใส่ในรถเบนซ์คู่ชีพของนางดาราวดี ในตำแหน่งเบาะคู่หน้าคนขับและปล่อยให้รถไหลจากเนินสูงข้างทางบนถนนมิตรภาพ ต.ตาล ต.ตาลเดี่ยว อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จังหวะเดียวกับที่ทีมสังหารส่งสัญญาณให้อีกทีมปล่อยรถไหลลงเนินมาขณะรถบรรทุก 10 ล้อวิ่งสวนทางมา รถเบนซ์บรรทุกศพ 2 แม่ลูก จึงถูกชนเข้ากลางลำอย่างจัง นิติเวชสรุปผลการชันสูตรศพในครั้งนั้นว่าเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ

**เส้นทางชีวิต “เจ้าพ่อคุ้มพระลอ”

สำหรับประวัติ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ เจ้าของฉายา “สิงห์เหนือ” เกิดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2481 เป็นบุตรชายของ พ.ท.แช่ม และนางทองคำ เกิดเทศ เป็นคนกรุงเทพฯ จบมัธยมที่โรงเรียนอำนวยศิลป์ จากนั้นไปเรียนเตรียมทหารรุ่น 17 ก่อนแยกเหล่ามาเรียนโรงเรียนนายตำรวจรุ่น 15 ติดยศ ร.ต.ต.ที่ สน.นางเลิ้ง ย้ายไปอยู่ จ.พังงา, จ.หนองคาย แล้วติดยศ ร.ต.อ.ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นเลื่อนยศเป็น พ.ต.อ.ที่ จ.ตาก, จ.ลพบุรี และกลับเข้ากรุงเทพฯ ในตำแหน่ง รอง ผบก.ป. ก่อนขึ้นครองยศ พล.ต.ต.ที่ จ.พิษณุโลก จนได้ฉายาว่า “สิงห์เหนือ” เจ้าพ่อแห่งคุ้มพระลอ

กระทั่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ติดตามเพชรจากพระราชวังไฟซาล และถูกจับกุมะตกเป็นจำเลยในคดีนี้ และยังไม่เคยได้รับอิสรภาพจนถูกเพื่อนนักโทษขนานนามให้เป็น “ขาใหญ่” แห่งเรือนจำบางขวาง