ไม่ค่อยมีเรื่องขึ้นโรงพักมานาน ล่าสุด “เฮียชู” นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฉพาะกิจออกปฏิบัติการไล่จับโต๊ะพนันบอลอยู่หลายวัน แต่สงสัยเห็นตำรวจจับได้น้อยราย จึงทนไม่ได้ออกมาแฉถึงที่ตั้งแหล่งพนันโต๊ะบอลในหลายๆ ท้องที่ ประเดิมที่แรกก็เป็นของ สน.สุทธิสาร
ส่วนเหตุผลที่ “ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์” สอบถาม “เฮียชู"” แกบอกว่า ที่เจาะจง สน.สุทธิสาร เป็นที่แรกนั่นไม่ได้ลำเอียงหรืออะไร แต่เป็นเพราะ มันดันเปิดอยู่หลังโรงเรียนกุนนทีรุทธาราม ในซอยรัชดา 15 ย้ำติดโรงเรียน!!! เลยทนไม่ได้ที่จะเห็นเยาวชนถูกมอมเมาด้วยการพนัน เมื่อทีมงานเข้าไปก็เห็นมีแต่เด็กนักเรียนทั้งนั้นที่เข้ามากาโพย ก็เลยรีบเอาข้อมูลมาบอก ผกก.ฤชากร ซะ(พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ ผกก.สน.สุทธิสาร)
ถัดมาเป็น สน.ดินแดง เฮียชูเข้าพบผู้กำกับทักษิณ (พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน ผกก.สน.ดินแดง)เพื่อให้ข้อมูลโต๊ะของ “เฮียจั๊ว” ซึ่งใช้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นในซอยเพิ่มสุข ใช้ตราปั๊ม D.DAY.SPORT เครือเดียวกับของ สน.สุทธิสาร นั่นแหละ เหตุผลที่มา สน.ดินแดงต่อจาก สน.สุทธิสาร ก็เพราะ มันอยู่ในละแวก ม.หอการค้าไทย มีแต่นักศึกษากับนักเรียนในโรงเรียนแถวๆ นั้นทั้งนั้นที่เข้ามากาโพย
สุดท้ายก็เป็นของ สน.หัวหมาก ทีมงานขอแกบอกกับเราว่า เป็นโต๊ะใหญ่มาก อยู่ใกล้แหล่งชุมชน มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี จะอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ สน.หัวหมากนิดหน่อย ตรงทางเดินเข้ามีป้อมยามตำรวจอยู่ด้วย แถมแคบมากเดินได้เพียงคนเดียว ทีมงานบอกว่าพอเดินเข้าไปต้องผ่านหน้าอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของโต๊ะไปก่อน เพื่อไปรับโพยบอลอีกอาคารหนึ่ง จากนั้นต้องเดินไปกาโพยอีกจุดหนึ่ง ก่อนที่จะเดินอ้อมกลับมาด้านหน้าทางเข้าใหม่ อีกครั้งแล้วเดินเข้าโต๊ะไปส่งโพยกับเงินที่โต๊ะ
ที่สำคัญโต๊ะบอลแห่งนี้มีการรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม มีเด็กๆ ถือ ว.สื่อสารกันทุกจุด ประตูก็ทำเหมือนบ่อนบางบ่อน เพราะใช้ประตูเหล็กหนาถึง 3 ชั้น จะเปิดเข้าไปเองก็ไม่ได้ จะต้องให้คนข้างในเป็นผู้เปิด
“นอกจาก 3 สน.นี้ ผมยังมีข้อมูลอีก 22 สน.” “เฮียชู” บอกหน้าตาถลน โอว....พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก นี่ถ้าแฉครบทุก สน. ผกก.มีหวังตายกันทั้ง 25 คน ทีมข่าวอาชญากรรม เลยอดไม่ได้ที่จะขอล้วงข้อมูลของเฮียแกแบบชนิดลึกไม่ลับ แกก็ใจดีเปิดออกมาอีก 7 สน.มาเริ่มกันที่ สน.แรกเลยดีกว่า ข้อมูลนี้เป็นการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ
เริ่มกันที่ สน.แรก คือ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในท้องที่นี้มีเจ้าของอยู่ 2 คน คือ “เฮียชัย” กับ “เฮียโต” โดยเฮียชัย เป็นเจ้าใหญ่ เปิดอยู่ 2 ที่คือ 1.ในซอยสวนพลู 15 ลักษณะเป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านรับจำนำรถยนต์ ซึ่งเปิดให้เด็กเดินโพยมาส่งและลูกค้าประจำเท่านั้น ส่วนจุดที่ 2 ของเฮียชัย คือที่ศูนย์การค้าวรรัตน์ ซอย 7 แต่เป็นของ สน.บางโพงพาง ลักษณะเป็นตึกแถว อยู่ติดกับโรงหนังสยามเธียเตอร์ รับบอลชุด เปิดให้ลูกค้าทุกประเภททั่วไป
ส่วน “เฮียโต” นั้นก็มีอยู่ 2 ที่เช่นกัน ที่แรกอยู่ในซอยเย็นอากาศ อยู่ข้างโรงแรมม่านรูดงามดูพลี เปิดเป็นร้านเหล้ามีผู้หญิง 2 คนเป็นคนรับแทง ในร้านจะมีทีวีให้ดูบอลเปิดให้ลูกค้าทั่วไปและ เด็กเดินโพยมาส่ง จุดที่ 2 อยู่ในซอยเชื้อเพลิง เป็นซุ้มยาดอง จะเปิดให้ลูกค้าและขาประจำละแวกนั้น
ทั้งนี้ทั้งสองเฮียจะมี “จ่าโด่ง” ของ สน.ทุ่งมหาเมฆ คอยเป็นคนส่งข่าวให้
สน.ที่ 2 เป็นของบางโพงพาง มีเจ้าของ คือ “เสี่ยล้าน” กับ “เฮียสมชาย” โดยเสี่ยล้านจะเป็นเจ้าใหญ่ มี 2 ที่คือ ที่แรกในซอยสาธุประดิษฐ์ 49 เข้าไปในซอย ผ่านป้อมยามไป 30 เมตร ทางขวามือเปิดเป็นร้านขายของชำบังหน้า จะมีชายอายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขายของ และคอยดูคนเข้าไปหลังร้าน ซึ่งจะมีโต๊ะสนุกเกอร์อยู่ 4 โต๊ะ อีกทั้งยังเปิดเป็นบ่อนพนันถั่ว ไฮโล อีกส่วนจะรับแทงพนันบอล จุดที่ 2 ซอยพาสุข 20 (ทางเข้าวัดดอกไม้) จากปากซอย 100 เมตร ขวามือมีร้านขายชาดำเย็น ซึ่งจะเป็นจุดรับแทงบอล จากนั้นก็จะนำไปส่งยังอู่ซ่อมรถยนต์ที่อยู่ถัดไปในซอยของเสี่ยล้านอีกที
ทั้งนี้ “เสี่ยล้าน” เติบโตมาจากสายบ่อน มีนิสัยชอบเล่นการพนันทุกอย่าง จึงมีธุรกิจเกี่ยวกับ พนันหลายอย่าง และยังมีความมสนิทสนมกับนายตำรวจในพื้นที่อย่างมาก และเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว เสี่ยล้านกับเมียขับรถไปชนตำรวจบางโพงพางเสียชีวิต แต่เคลียร์ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมี “จ่านาวี” รับหน้าที่คอยเก็บเงิน และเคลียร์ทุกอย่างให้กับเสี่ยล้าน รวมถึงผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายทุกอย่าง
ส่วน “เฮียสมชาย” ไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ดังนั้นเฮียสมชายจึงไปรับแทงบอลด้วยตัวเองที่โต๊ะสนุกเกอร์ ชื่อ CP อยู่ข้างร้านหัวปลาหม้อไฟ ถนนพระราม 3 คอยรับแทงจากลูกค้าขาประจำและขาจรทั่วไปที่ทราบข่าว จนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน เฮียสมชายจึงพยายามหาทางเปิดร้านรับแทงของตัวเองให้ได้เมื่อมีทำเลที่ตั้งดีๆ
สน.ที่ 3 สน.ลาดพร้าว เป็นของเฮียชั้ย มี 2 ที่ ที่แรก ซอยลาดพร้าว 98 เปิดเป็นร้านคอมพิวเตอร์ ไว้คอยรับลูกค้าประเภทนักเรียนนักศึกษา อีกจุดหนึ่งอยู่ในซอยเสนา จะเปิดเป็นตึกแถวอยู่ในตลาดสดเสนา จะมีเด็กเดินโพยคอยเก็บโพยมาส่ง และเปิดให้ลูกค้ามาแทงหน้าร้าน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนักเรียน-นักศึกษาเช่นกัน
สน.ถัดไปเป็น สน.บางเขน เป็นของ “เฮียโจ” อยู่แถวสะพานใหม่ดอนเมือง เป็นร้านรับจำนำรถยนต์ มีออฟฟิศบังหน้า แต่ภายในเปิดเป็นโต๊ะรับแทงบอล จะเปิดให้ลูกค้าทั่วไปเข้าไปแทง
สน.ต่อมา สน.ท่าเรือ เป็นของ “เฮียไซม่อน” ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง เปิดอยู่ 3 จุดด้วยกัน จุดแรก ที่ตลาดสดคลองเตย เป็นตึกแถวอยู่ในตลาดหน้าร้านเป็นร้านปล่อยเงินกู้ หลังร้านเป็นโต๊ะพนันฟุตบอล มีทีวีพร้อมโต๊ะ-เก้าอี้ ให้ลูกค้าขาประจำนั่งดูทั้งคืน ส่วนลูกค้าขาจรจะให้รับโพยและแทงที่หน้าร้านอย่างเดียวเท่านั้น
จุดที่ 2 อยู่ในซอยโรงหมู หน้าโรงเชือดหมูคลองเตย ใช้อพาร์ตเมนต์เป็นโต๊ะบอล ที่ห้องเอ 16 ชั้น 2 จะมีคนชื่อ “เสก” ลูกน้องเฮียไซม่อนคอยดูแล โดยลูกค้าประจำเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปห้องดังกล่าว ส่วนลูกค้าขาจรจะให้รับโพยที่ใต้ตึก และกาโพยข้างล่างเท่านั้น ส่วนจุดที่ 3 อยู่บริเวณทางเข้าชุมชน 70 ไร่ ลักษณะเป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านซ่อมรถ จยย. และเต็นท์รถยนต์มือสอง มีคนชื่อ “พล” คอยรับแทงจากลูกค้าทั่วไป จากนั้นก็จะส่งให้ผู้หญิงในเต็นท์รถคอยเก็บเงินและโพยไปส่งต่อที่บ้านเฮียไซม่อนอีกที
สน.ที่ 6 สน.บางนา เป็นของ “เฮียหมู” มีอยู่ 3 ที่ด้วยกัน จุดแรก บริเวณวินรถตู้สี่แยกบางนา จะอยู่ในเป็นเต็นท์ผ้าใบที่จอดรถตู้โดยสาร จะมีคนชื่อ “ชาติ” คอยดูแลเปิดให้ลูกค้ารถตู้ และประชาชนทั่วไปเข้ามาเล่นแทง หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาใครจะแวะมาแทงก็ได้
จุดที่ 2 ในชุมชุมขนาดใหญ่หลายร้อยหลังคาเรือน อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงงานธานินท์ มีซอยย่อยหลายซอยซึ่งจะทะลุถึงกันได้หมด เปรียบเสมือนซอยเดียวกัน โต๊ะจะเปิดเป็นร้านขายของชำ มีผู้หญิงชื่อ “หนิง” เป็นคนรับแทง เปิดให้ลูกค้าขาประจำซึ่งส่วนใหญ่จะป็นวัยรุ่นเข้ามาแทง และจุดสุดท้ายอยู่ในซอยยาสูบ ที่ตั้งจะเป็นบ้านของเฮียหมูเอง อยู่ท้ายซอย เป็นที่จอดรถสองแถว แท็กซี่ รถซูบารุ ลักษณะเป็นอู่จอดรถมีเนื้อที่กว้าง จะมีลูกน้องเฮียหมูมาคอยรับแทง บางครั้งลูกสาวเฮียมาเองเลย โต๊ะนี้จะเปิดให้โชเฟอร์แท็กซี่ คนขับรถสองแถว รถซูบารุมาแทง และรับเงินจาก 2 สาขาข้างต้น
สน.สุดท้าย สน.วัดพระยาไกร มี “เสี่ยโจ” นิสัยเป็นนักเลง ร่ำรวยมาจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และการขายที่ดิน มีลูกน้องมากมาย มีโต๊ะอยู่ 2 ที่คือ ที่แรกหน้าวัดไผ่เงิน ย้ำหน้าวัด!!! ที่ตั้งของโต๊ะอยู่ตรงวิน จยย.รับจ้าง มีคนชื่อ “นึก” ไว้หนวด คอยรับแทง และจะมีวิน จยย.คอยดูต้นทางให้ ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้าในละแวกนั้นมาแทง รวมทั้งรับโพยจากเด็กเดินโพย
ส่วนจุดที่ 2 อยู่บริเวณด้านหน้า บ.บางกอกรับเบอร์ ซึ่งจะเปิดเป็นร้านขายเหล้าคล้ายสวนอาหาร แต่ไม่ขายอาหาร ภายในจะมีทีวีให้ลูกค้านั่งดูบอล มีคนชื่อ “อู๊ด” รูปร่างอ้วนๆ เป็นคนดูแล ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนงานของโรงงานย่านนั้น
ทั้งนี้ ทีมข่าวอาชญากรรมได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานของเฮียชูถึงวินาทีเสี่ยงภัยในการเข้าไปตรวจสอบโต๊ะพนันบอลในแต่ละท้องที่ ก็ได้รับคำตอบว่า ในแต่ละที่นั้นกว่าจะเข้าไปได้ยากมาก เราไปเหมือนคนไม่รู้อะไรเลย ยกตัวอย่างเช่น ตอนเข้าไปที่ของ สน.ดินแดง ใกล้กับ ม.หอการค้าฯ พยายามเดินวนหาอยู่หลายชั่วโมงก็ไม่พบ ถามใครก็ไม่มีใครตอบ ต้องเข้าไปใน ม.หอการค้าฯ ถามกับนักศึกษา ทุกคนก็บอกตรงกัน เลยมาเฝ้าดูอยู่นานมาก แต่ก็ไม่ชัวร์ จนกระทั่งช่วงเย็นๆ เห็นคนเข้า-ออกมากขึ้นเรื่อยจึงแน่ใจ เลยเข้าไปดูก็ใช่เลย
“ข่าวบอกว่า ตอนนี้ทุกโต๊ะในเขตนครบาลยอมถอยหมดแล้ว ไม่มีใครกล้าเปิดโต๊ะให้เดินเข้าไปแทงกันอย่างโจ่งแจ้งแน่ๆ ขนาดเขตชานเมืองไกลๆ ออกไปดูมาก็ไม่มีใครกล้าเปิด ตอนนี้ไปดูได้ ตอนแรกข่าวบอกว่า จะยอมหยุดให้สัก 2 อาทิตย์ แต่ตอนนี้กระแสปราบโต๊ะบอลมาแรงมาก น่าจะเป็นเดือนหรือ 2 เดือน แถมตอนนี้ไม่ใช่ในนครบาลเท่านั้น ปริมณฑล ต่างจังหวัด ก็โดนกันหมด”
ทีมงานบอกกับเราต่อว่า ตอนนี้ทางโต๊ะเค้าก็เปลี่ยนวิธีใช้เด็กเดินโพยเข้ามาช่วย ยกตัวอย่าง ในซอยประดู่ ย่านพระราม 3 จะมีเด็กเดินโพยเป็น 10 คนมารับโพยจากเจ้าของโต๊ะ แล้วขับรถ จยย.ไปจอดไว้ตามซอยย่อยๆ ต่างๆ แล้วใช้วิธีซุกโพยบอลไว้ใต้เบาะนั่งแต่ไม่ล็อก พอจอดเสร็จก็จะเดินไปนั่งรอ ให้เด็กๆ มาหยิบโพยบอลกลับไปกาที่บ้านโดยจะให้เวลา 2 ชั่วโมงในการนั่งรอกาโพย เสร็จแล้วก็รับโพยกลับไปส่งที่โต๊ะ ง่ายและไม่เสี่ยงถูกตำรวจจับด้วย
“อย่างเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ในท้องที่ สน.ดินแดง ก็ใช้เด็กเดินโพย ซึ่งเขาระวังตัวกันมาก แม้แต่ตรา ดี.เดย์.สปอร์ตที่เคยปั๊มบนโพย ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ไม่มีหัวด้วยว่าเป็นของใคร เพราะถ้าจับได้แล้วพบตราปั๊ม ตำรวจก็จะรู้ทันทีว่า เป็นของโต๊ะไหน เจ้ามือคนไหน วันเสาร์นี้ก็มั่นใจว่ามีแน่ เพราะไอ้คนแทง ถ้าไม่ได้แทงก็จะลงแดงตาย ส่วนเจ้ามือไม่ได้เงินมันก็ตายเหมือนกัน”
ด้าน นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า อย่างที่ทีมงานตนบอก ตอนนี้โต๊ะบอลเริ่มเปลี่ยนรูปแบบกันแล้ว ซึ่งจะเริ่มไปแฝงอยู่ในร้านขายของชำ ร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเหล้า หลากหลายกันไปเพื่อเป็นการตบตาตำรวจ ถามหน่อยเหอะ ช่วงนี้มาเร่งๆ จับกันเพราะอะไร เพราะมันเป็นฤดูกาลโยกย้ายของตำรวจเค้า ถ้าไม่โยกย้ายจะมาจับกันมั้ย
“ของตำรวจเขาน่ะเหรอ มันเป็นเกาเหลา มีแต่ถั่วงอกกับผัก ของผมนี่มีแต่ลูกชิ้นกับเนื้อทั้งนั้น ข้อมูลเค้าลึกแบบผมรึเปล่า”
นั่นเป็นคำทิ้งท้ายของนายชูวิทย์ ที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ไม่น่าจะมองข้าม เนื่องจากหากตำรวจนอกพื้นที่ไปจับกุมโต๊ะพนันบอลตามที่เฮียชูเปิดลายแทงไว้ 5 เสือโรงพัก อาจจะถูกเด้งแบบไม่รู้ตัวก็เป็นได้...อย่ากะพริบตา..!







ส่วนเหตุผลที่ “ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์” สอบถาม “เฮียชู"” แกบอกว่า ที่เจาะจง สน.สุทธิสาร เป็นที่แรกนั่นไม่ได้ลำเอียงหรืออะไร แต่เป็นเพราะ มันดันเปิดอยู่หลังโรงเรียนกุนนทีรุทธาราม ในซอยรัชดา 15 ย้ำติดโรงเรียน!!! เลยทนไม่ได้ที่จะเห็นเยาวชนถูกมอมเมาด้วยการพนัน เมื่อทีมงานเข้าไปก็เห็นมีแต่เด็กนักเรียนทั้งนั้นที่เข้ามากาโพย ก็เลยรีบเอาข้อมูลมาบอก ผกก.ฤชากร ซะ(พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ ผกก.สน.สุทธิสาร)
ถัดมาเป็น สน.ดินแดง เฮียชูเข้าพบผู้กำกับทักษิณ (พ.ต.อ.ทักษิณ พ่วงเงิน ผกก.สน.ดินแดง)เพื่อให้ข้อมูลโต๊ะของ “เฮียจั๊ว” ซึ่งใช้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นในซอยเพิ่มสุข ใช้ตราปั๊ม D.DAY.SPORT เครือเดียวกับของ สน.สุทธิสาร นั่นแหละ เหตุผลที่มา สน.ดินแดงต่อจาก สน.สุทธิสาร ก็เพราะ มันอยู่ในละแวก ม.หอการค้าไทย มีแต่นักศึกษากับนักเรียนในโรงเรียนแถวๆ นั้นทั้งนั้นที่เข้ามากาโพย
สุดท้ายก็เป็นของ สน.หัวหมาก ทีมงานขอแกบอกกับเราว่า เป็นโต๊ะใหญ่มาก อยู่ใกล้แหล่งชุมชน มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี จะอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับ สน.หัวหมากนิดหน่อย ตรงทางเดินเข้ามีป้อมยามตำรวจอยู่ด้วย แถมแคบมากเดินได้เพียงคนเดียว ทีมงานบอกว่าพอเดินเข้าไปต้องผ่านหน้าอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของโต๊ะไปก่อน เพื่อไปรับโพยบอลอีกอาคารหนึ่ง จากนั้นต้องเดินไปกาโพยอีกจุดหนึ่ง ก่อนที่จะเดินอ้อมกลับมาด้านหน้าทางเข้าใหม่ อีกครั้งแล้วเดินเข้าโต๊ะไปส่งโพยกับเงินที่โต๊ะ
ที่สำคัญโต๊ะบอลแห่งนี้มีการรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม มีเด็กๆ ถือ ว.สื่อสารกันทุกจุด ประตูก็ทำเหมือนบ่อนบางบ่อน เพราะใช้ประตูเหล็กหนาถึง 3 ชั้น จะเปิดเข้าไปเองก็ไม่ได้ จะต้องให้คนข้างในเป็นผู้เปิด
“นอกจาก 3 สน.นี้ ผมยังมีข้อมูลอีก 22 สน.” “เฮียชู” บอกหน้าตาถลน โอว....พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก นี่ถ้าแฉครบทุก สน. ผกก.มีหวังตายกันทั้ง 25 คน ทีมข่าวอาชญากรรม เลยอดไม่ได้ที่จะขอล้วงข้อมูลของเฮียแกแบบชนิดลึกไม่ลับ แกก็ใจดีเปิดออกมาอีก 7 สน.มาเริ่มกันที่ สน.แรกเลยดีกว่า ข้อมูลนี้เป็นการสำรวจเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ
เริ่มกันที่ สน.แรก คือ สน.ทุ่งมหาเมฆ ในท้องที่นี้มีเจ้าของอยู่ 2 คน คือ “เฮียชัย” กับ “เฮียโต” โดยเฮียชัย เป็นเจ้าใหญ่ เปิดอยู่ 2 ที่คือ 1.ในซอยสวนพลู 15 ลักษณะเป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านรับจำนำรถยนต์ ซึ่งเปิดให้เด็กเดินโพยมาส่งและลูกค้าประจำเท่านั้น ส่วนจุดที่ 2 ของเฮียชัย คือที่ศูนย์การค้าวรรัตน์ ซอย 7 แต่เป็นของ สน.บางโพงพาง ลักษณะเป็นตึกแถว อยู่ติดกับโรงหนังสยามเธียเตอร์ รับบอลชุด เปิดให้ลูกค้าทุกประเภททั่วไป
ส่วน “เฮียโต” นั้นก็มีอยู่ 2 ที่เช่นกัน ที่แรกอยู่ในซอยเย็นอากาศ อยู่ข้างโรงแรมม่านรูดงามดูพลี เปิดเป็นร้านเหล้ามีผู้หญิง 2 คนเป็นคนรับแทง ในร้านจะมีทีวีให้ดูบอลเปิดให้ลูกค้าทั่วไปและ เด็กเดินโพยมาส่ง จุดที่ 2 อยู่ในซอยเชื้อเพลิง เป็นซุ้มยาดอง จะเปิดให้ลูกค้าและขาประจำละแวกนั้น
ทั้งนี้ทั้งสองเฮียจะมี “จ่าโด่ง” ของ สน.ทุ่งมหาเมฆ คอยเป็นคนส่งข่าวให้
สน.ที่ 2 เป็นของบางโพงพาง มีเจ้าของ คือ “เสี่ยล้าน” กับ “เฮียสมชาย” โดยเสี่ยล้านจะเป็นเจ้าใหญ่ มี 2 ที่คือ ที่แรกในซอยสาธุประดิษฐ์ 49 เข้าไปในซอย ผ่านป้อมยามไป 30 เมตร ทางขวามือเปิดเป็นร้านขายของชำบังหน้า จะมีชายอายุประมาณ 50 ปี เป็นคนขายของ และคอยดูคนเข้าไปหลังร้าน ซึ่งจะมีโต๊ะสนุกเกอร์อยู่ 4 โต๊ะ อีกทั้งยังเปิดเป็นบ่อนพนันถั่ว ไฮโล อีกส่วนจะรับแทงพนันบอล จุดที่ 2 ซอยพาสุข 20 (ทางเข้าวัดดอกไม้) จากปากซอย 100 เมตร ขวามือมีร้านขายชาดำเย็น ซึ่งจะเป็นจุดรับแทงบอล จากนั้นก็จะนำไปส่งยังอู่ซ่อมรถยนต์ที่อยู่ถัดไปในซอยของเสี่ยล้านอีกที
ทั้งนี้ “เสี่ยล้าน” เติบโตมาจากสายบ่อน มีนิสัยชอบเล่นการพนันทุกอย่าง จึงมีธุรกิจเกี่ยวกับ พนันหลายอย่าง และยังมีความมสนิทสนมกับนายตำรวจในพื้นที่อย่างมาก และเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว เสี่ยล้านกับเมียขับรถไปชนตำรวจบางโพงพางเสียชีวิต แต่เคลียร์ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมี “จ่านาวี” รับหน้าที่คอยเก็บเงิน และเคลียร์ทุกอย่างให้กับเสี่ยล้าน รวมถึงผู้ประกอบการที่กระทำผิดกฎหมายทุกอย่าง
ส่วน “เฮียสมชาย” ไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ดังนั้นเฮียสมชายจึงไปรับแทงบอลด้วยตัวเองที่โต๊ะสนุกเกอร์ ชื่อ CP อยู่ข้างร้านหัวปลาหม้อไฟ ถนนพระราม 3 คอยรับแทงจากลูกค้าขาประจำและขาจรทั่วไปที่ทราบข่าว จนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน เฮียสมชายจึงพยายามหาทางเปิดร้านรับแทงของตัวเองให้ได้เมื่อมีทำเลที่ตั้งดีๆ
สน.ที่ 3 สน.ลาดพร้าว เป็นของเฮียชั้ย มี 2 ที่ ที่แรก ซอยลาดพร้าว 98 เปิดเป็นร้านคอมพิวเตอร์ ไว้คอยรับลูกค้าประเภทนักเรียนนักศึกษา อีกจุดหนึ่งอยู่ในซอยเสนา จะเปิดเป็นตึกแถวอยู่ในตลาดสดเสนา จะมีเด็กเดินโพยคอยเก็บโพยมาส่ง และเปิดให้ลูกค้ามาแทงหน้าร้าน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็ยังเป็นนักเรียน-นักศึกษาเช่นกัน
สน.ถัดไปเป็น สน.บางเขน เป็นของ “เฮียโจ” อยู่แถวสะพานใหม่ดอนเมือง เป็นร้านรับจำนำรถยนต์ มีออฟฟิศบังหน้า แต่ภายในเปิดเป็นโต๊ะรับแทงบอล จะเปิดให้ลูกค้าทั่วไปเข้าไปแทง
สน.ต่อมา สน.ท่าเรือ เป็นของ “เฮียไซม่อน” ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง เปิดอยู่ 3 จุดด้วยกัน จุดแรก ที่ตลาดสดคลองเตย เป็นตึกแถวอยู่ในตลาดหน้าร้านเป็นร้านปล่อยเงินกู้ หลังร้านเป็นโต๊ะพนันฟุตบอล มีทีวีพร้อมโต๊ะ-เก้าอี้ ให้ลูกค้าขาประจำนั่งดูทั้งคืน ส่วนลูกค้าขาจรจะให้รับโพยและแทงที่หน้าร้านอย่างเดียวเท่านั้น
จุดที่ 2 อยู่ในซอยโรงหมู หน้าโรงเชือดหมูคลองเตย ใช้อพาร์ตเมนต์เป็นโต๊ะบอล ที่ห้องเอ 16 ชั้น 2 จะมีคนชื่อ “เสก” ลูกน้องเฮียไซม่อนคอยดูแล โดยลูกค้าประจำเท่านั้นที่จะได้ขึ้นไปห้องดังกล่าว ส่วนลูกค้าขาจรจะให้รับโพยที่ใต้ตึก และกาโพยข้างล่างเท่านั้น ส่วนจุดที่ 3 อยู่บริเวณทางเข้าชุมชน 70 ไร่ ลักษณะเป็นตึกแถว เปิดเป็นร้านซ่อมรถ จยย. และเต็นท์รถยนต์มือสอง มีคนชื่อ “พล” คอยรับแทงจากลูกค้าทั่วไป จากนั้นก็จะส่งให้ผู้หญิงในเต็นท์รถคอยเก็บเงินและโพยไปส่งต่อที่บ้านเฮียไซม่อนอีกที
สน.ที่ 6 สน.บางนา เป็นของ “เฮียหมู” มีอยู่ 3 ที่ด้วยกัน จุดแรก บริเวณวินรถตู้สี่แยกบางนา จะอยู่ในเป็นเต็นท์ผ้าใบที่จอดรถตู้โดยสาร จะมีคนชื่อ “ชาติ” คอยดูแลเปิดให้ลูกค้ารถตู้ และประชาชนทั่วไปเข้ามาเล่นแทง หรือแม้แต่คนที่เดินผ่านไปมาใครจะแวะมาแทงก็ได้
จุดที่ 2 ในชุมชุมขนาดใหญ่หลายร้อยหลังคาเรือน อยู่ฝั่งตรงข้ามโรงงานธานินท์ มีซอยย่อยหลายซอยซึ่งจะทะลุถึงกันได้หมด เปรียบเสมือนซอยเดียวกัน โต๊ะจะเปิดเป็นร้านขายของชำ มีผู้หญิงชื่อ “หนิง” เป็นคนรับแทง เปิดให้ลูกค้าขาประจำซึ่งส่วนใหญ่จะป็นวัยรุ่นเข้ามาแทง และจุดสุดท้ายอยู่ในซอยยาสูบ ที่ตั้งจะเป็นบ้านของเฮียหมูเอง อยู่ท้ายซอย เป็นที่จอดรถสองแถว แท็กซี่ รถซูบารุ ลักษณะเป็นอู่จอดรถมีเนื้อที่กว้าง จะมีลูกน้องเฮียหมูมาคอยรับแทง บางครั้งลูกสาวเฮียมาเองเลย โต๊ะนี้จะเปิดให้โชเฟอร์แท็กซี่ คนขับรถสองแถว รถซูบารุมาแทง และรับเงินจาก 2 สาขาข้างต้น
สน.สุดท้าย สน.วัดพระยาไกร มี “เสี่ยโจ” นิสัยเป็นนักเลง ร่ำรวยมาจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบ และการขายที่ดิน มีลูกน้องมากมาย มีโต๊ะอยู่ 2 ที่คือ ที่แรกหน้าวัดไผ่เงิน ย้ำหน้าวัด!!! ที่ตั้งของโต๊ะอยู่ตรงวิน จยย.รับจ้าง มีคนชื่อ “นึก” ไว้หนวด คอยรับแทง และจะมีวิน จยย.คอยดูต้นทางให้ ซึ่งจะเปิดให้ลูกค้าในละแวกนั้นมาแทง รวมทั้งรับโพยจากเด็กเดินโพย
ส่วนจุดที่ 2 อยู่บริเวณด้านหน้า บ.บางกอกรับเบอร์ ซึ่งจะเปิดเป็นร้านขายเหล้าคล้ายสวนอาหาร แต่ไม่ขายอาหาร ภายในจะมีทีวีให้ลูกค้านั่งดูบอล มีคนชื่อ “อู๊ด” รูปร่างอ้วนๆ เป็นคนดูแล ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นคนงานของโรงงานย่านนั้น
ทั้งนี้ ทีมข่าวอาชญากรรมได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมงานของเฮียชูถึงวินาทีเสี่ยงภัยในการเข้าไปตรวจสอบโต๊ะพนันบอลในแต่ละท้องที่ ก็ได้รับคำตอบว่า ในแต่ละที่นั้นกว่าจะเข้าไปได้ยากมาก เราไปเหมือนคนไม่รู้อะไรเลย ยกตัวอย่างเช่น ตอนเข้าไปที่ของ สน.ดินแดง ใกล้กับ ม.หอการค้าฯ พยายามเดินวนหาอยู่หลายชั่วโมงก็ไม่พบ ถามใครก็ไม่มีใครตอบ ต้องเข้าไปใน ม.หอการค้าฯ ถามกับนักศึกษา ทุกคนก็บอกตรงกัน เลยมาเฝ้าดูอยู่นานมาก แต่ก็ไม่ชัวร์ จนกระทั่งช่วงเย็นๆ เห็นคนเข้า-ออกมากขึ้นเรื่อยจึงแน่ใจ เลยเข้าไปดูก็ใช่เลย
“ข่าวบอกว่า ตอนนี้ทุกโต๊ะในเขตนครบาลยอมถอยหมดแล้ว ไม่มีใครกล้าเปิดโต๊ะให้เดินเข้าไปแทงกันอย่างโจ่งแจ้งแน่ๆ ขนาดเขตชานเมืองไกลๆ ออกไปดูมาก็ไม่มีใครกล้าเปิด ตอนนี้ไปดูได้ ตอนแรกข่าวบอกว่า จะยอมหยุดให้สัก 2 อาทิตย์ แต่ตอนนี้กระแสปราบโต๊ะบอลมาแรงมาก น่าจะเป็นเดือนหรือ 2 เดือน แถมตอนนี้ไม่ใช่ในนครบาลเท่านั้น ปริมณฑล ต่างจังหวัด ก็โดนกันหมด”
ทีมงานบอกกับเราต่อว่า ตอนนี้ทางโต๊ะเค้าก็เปลี่ยนวิธีใช้เด็กเดินโพยเข้ามาช่วย ยกตัวอย่าง ในซอยประดู่ ย่านพระราม 3 จะมีเด็กเดินโพยเป็น 10 คนมารับโพยจากเจ้าของโต๊ะ แล้วขับรถ จยย.ไปจอดไว้ตามซอยย่อยๆ ต่างๆ แล้วใช้วิธีซุกโพยบอลไว้ใต้เบาะนั่งแต่ไม่ล็อก พอจอดเสร็จก็จะเดินไปนั่งรอ ให้เด็กๆ มาหยิบโพยบอลกลับไปกาที่บ้านโดยจะให้เวลา 2 ชั่วโมงในการนั่งรอกาโพย เสร็จแล้วก็รับโพยกลับไปส่งที่โต๊ะ ง่ายและไม่เสี่ยงถูกตำรวจจับด้วย
“อย่างเมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค.ในท้องที่ สน.ดินแดง ก็ใช้เด็กเดินโพย ซึ่งเขาระวังตัวกันมาก แม้แต่ตรา ดี.เดย์.สปอร์ตที่เคยปั๊มบนโพย ตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ไม่มีหัวด้วยว่าเป็นของใคร เพราะถ้าจับได้แล้วพบตราปั๊ม ตำรวจก็จะรู้ทันทีว่า เป็นของโต๊ะไหน เจ้ามือคนไหน วันเสาร์นี้ก็มั่นใจว่ามีแน่ เพราะไอ้คนแทง ถ้าไม่ได้แทงก็จะลงแดงตาย ส่วนเจ้ามือไม่ได้เงินมันก็ตายเหมือนกัน”
ด้าน นายชูวิทย์ เปิดเผยว่า อย่างที่ทีมงานตนบอก ตอนนี้โต๊ะบอลเริ่มเปลี่ยนรูปแบบกันแล้ว ซึ่งจะเริ่มไปแฝงอยู่ในร้านขายของชำ ร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเหล้า หลากหลายกันไปเพื่อเป็นการตบตาตำรวจ ถามหน่อยเหอะ ช่วงนี้มาเร่งๆ จับกันเพราะอะไร เพราะมันเป็นฤดูกาลโยกย้ายของตำรวจเค้า ถ้าไม่โยกย้ายจะมาจับกันมั้ย
“ของตำรวจเขาน่ะเหรอ มันเป็นเกาเหลา มีแต่ถั่วงอกกับผัก ของผมนี่มีแต่ลูกชิ้นกับเนื้อทั้งนั้น ข้อมูลเค้าลึกแบบผมรึเปล่า”
นั่นเป็นคำทิ้งท้ายของนายชูวิทย์ ที่ตำรวจเจ้าของพื้นที่ไม่น่าจะมองข้าม เนื่องจากหากตำรวจนอกพื้นที่ไปจับกุมโต๊ะพนันบอลตามที่เฮียชูเปิดลายแทงไว้ 5 เสือโรงพัก อาจจะถูกเด้งแบบไม่รู้ตัวก็เป็นได้...อย่ากะพริบตา..!


