xs
xsm
sm
md
lg

แกะรอย...ปฏิบัติการ 20 วันไล่ล่า “แก๊งเสือเกตุ” เหี้ยม โหด โฉดครบเครื่อง!

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ตำรวจกองกำกับการสืบสวนนครบาล 2 และ 4 โชว์ฝีมือใช้เวลาเพียง 20 วัน รวบตัวคนร้าย “แก๊งเสือเกตุ” ที่ก่อเหตุยิงตำรวจสายตรวจ สน.บางเขน จนเสียชีวิต ซึ่งหลังการจับกุมผู้ต้องหาได้ เหยื่อต่างรุดมาดูตัวคนร้ายพร้อมก่นด่าสาปแช่งในความเหี้ยมโหด แถมพบบุตรสาวอดีตรองผู้การ ตชด.หวิดดับ หลังถูกคนร้ายกลุ่มนี้รัวกระสุนใส่ ขณะที่ตำรวจยังคงเร่งไล่ล่ามือลั่นไกยิงตำรวจที่หนีหัวซุกหัวซุนอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้


“ขณะขับรถมากับน้องสาว และกำลังถอยรถเข้าบ้านในซอยเสนานิคม หมู่บ้านเสนา มีชายวัยรุ่น 2 คนขี่จักรยานยนต์ตามมา หนึ่งในนั้นลงมาแล้วชักปืนขู่ให้ส่งทรัพย์สินมาให้ ดิฉันจึงร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายกลับเล็งปืนยิงใส่ ดิฉันจึงก้มลงหมอบ กระสุนไปถูกคอมเพรสเซอร์แอร์ในบ้าน นับรอยกระสุนแล้ว คนร้ายตั้งใจยิงใส่ถึง 3 นัด”

คำบอกเล่าจากปากของ น.ส.นพพร อุดมศักดิ์ หรือดีเจจุ๋ม คลื่น “บิ๊กเรดิโอ 103.5” หนึ่งในผู้เสียหาย บุตรสาวของ พ.ต.อ.สันติ อุดมศักดิ์ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่เกือบต้องเสียชีวิตหลังถูกคนร้ายหนึ่งใน “แก๊งเสือเกตุ” ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ เหตุเกิดวันที่ 12 ก.ค. เวลา 21.30 น. หน้าบ้านของเธอในหมู่บ้านเสนานิคม หนึ่งในเหยื่อความเหี้ยมของคนร้ายแก๊งนี้ที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด นับว่าเธอโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนคนร้าย แต่เหตุการณ์ในวันรุ่งขึ้น กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ต้องสูญเสียตำรวจมือดีไปหนึ่งนาย จากฝีมือของ “แก๊งเสือเกตุ”

ตามยุทธศาสตร์ของ บช.น. ในการจัดสายตรวจเดินเท้าออกตรวจในแต่ละพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัย ความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ประชาชนจากกลุ่มมิจฉาชีพลัก วิ่ง ชิง ปล้นทั้งหลาย ด.ต.วัชระ สตารัตน์ ผบ.หมู่ ป. (สายตรวจเดินเท้า) สน.บางเขน รับคำสั่งและออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดเรื่อยมา

กระทั่งวันที่ 13 ก.ค. ขณะนายดาบมือตรวจเห็นวัยรุ่นขี่จักรยานยนต์ต้องสงสัย 3 คน กำลังขี่รถผ่านหน้าปั๊มแก๊ส ส.เจริญพจน์ ถ.ลาดปลาเค้า แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน ด้วยสัญชาตญาณตำรวจมือปราบจึงเรียกรถคันดังกล่าวหยุดตรวจค้น และนั่นคือภารกิจสุดท้ายของ ด.ต.วัชระ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในเครื่องแบบตำรวจ

หนึ่งในกลุ่มคนร้าย ชักทูตมรณะขนาด .25 กระหน่ำยิง ด.ต.วัชระ หลังจากถูกสอบถามเพียงสองประโยค เนื่องจากคนร้ายทั้งหมดเพิ่งยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ในช่วง 09.00 น. เหตุเกิดที่หลังห้างบิ๊กซีสะพานใหม่ โดยคนร้ายทิ้งรถกระบะไม่ติดป้ายทะเบียนที่มียาบ้าอยู่ 200 เม็ด และอาวุธปืนอีก 1 กระบอกไว้ภายใน จากนั้นในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทั้งหมดได้เตรียมออกตระเวนปล้นทรัพย์ และเมื่อถูกเรียกตรวจค้น ด้วยสันดานโจรที่ฝังแน่นในตัว หนึ่งในนั้นจึงยิงหัวดาบตำรวจมือปราบโดยไม่ลังเล

พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รอง ผบช.น. หัวหน้านักสืบนครบาล ระดมเรียกนักสืบฝีมือดีในสังกัดเพื่อเร่งคลี่คลายคดี ทั้ง พ.ต.ท.เสถียร ดีเหมาะ รักษาการ ผกก.กก.สส.น.2 ท้องที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.สวัสดิ์ เปี่ยมมนัส พ.ต.ท.สมศักดิ์ นิเต็ม พ.ต.ท.ทินกร วรโชติ และพ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ สว. นอกจากนี้ยังขอกำลังจากกองกำกับการสืบสวนนครบาล 4 นำทีมโดย พ.ต.อ.ปกรณ์ กิตติวัฒน์ นักสืบชั้นครูเข้าร่วมปฏิบัติการตามล่าแก๊งคนร้ายขบวนการนี้

เบาะแสแรกที่ตำรวจมีอยู่ในมือคือพยานที่เห็นเหตุการณ์ ให้ข้อมูลว่า ทั้งหมดเป็นวัยรุ่น ขี่จักรยายนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทั้งหมดไม่สวมหมวกกันน็อก เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ากลุ่มคนร้ายน่าจะอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ จึงระดมทีมสืบสวนออกหาข่าวในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ทุกนายทำงานกันอย่างหนัก กระทั่งสามารถปิดคดีนี้ได้โดยใช้ระยะเวลาเพียง 20 วัน หลังรวบรวมข้อมูลจนแน่ใจว่าคนร้ายกลุ่มนี้ คือกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลังวัดหนองผักชี ที่รวมตัวกันออกตระเวนปล้นทรัพย์โดยใช้ จยย. ลงมือก่อเหตุในหลายพื้นที่ ผู้เสียหายมีมากกว่า 60 ราย!!

กลางดึกคืนวันที่ 31 ก.ค. พล.ต.ต.กฤษฎาได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล 2 ว่า สามารถลากคอคนร้าย “แก๊งเสือเกตุ” มาได้หนึ่งราย จึงเร่งไปยังกองสืบสวนเพื่อเค้นข้อมูลจากปากคนร้ายด้วยตัวเอง

นายทรงศักดิ์ หรือหมู เสือเอก อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.1 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เป็นคนแรก แม้ในเบื้องต้นจะปากแข็งปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เชิญผู้เสียหายหลายรายที่ให้ข้อมูลไว้มาดูตัวคนร้าย หนึ่งในนั้นคือ น.ส.นพพร ดีเจคลื่นดัง ต่างยืนยันว่าเคยถูกนายหมู ที่ร่วมกับพวกใช้อาวุธปืนขู่ชิงทรัพย์สิน ส่วนมากเหยื่อที่เป็นผู้หญิงทั้งหมดให้ข้อมูลตรงกันว่า คนร้ายจะชักปืนข่มขู่ เข้ามาตบตีทำร้ายหากเหยื่อขัดขืน บางครั้งถึงกับทำร้ายเหยื่อด้วยการยิงปืนใส่ เมื่อถูกเค้นหนักเข้า ในที่สุดนายทรงศักดิ์จึงให้การซัดทอดว่ามีนายธนินทร หรือเก่ง พร้อมทอง อายุ 23 ปีเป็นคนขี่ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกจับกุมได้เป็นรายต่อมา และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นหัวหน้าขบวนการนี้ โดยมีนายสุวิทย์ หรือเกตุ รอดอินทร์ เป็นผู้ลงมือยิง ด.ต.วัชระ

นายทรงศักดิ์ รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุยิง ด.ต.วัชระ ได้ร่วมกับพวกทั้งสองชิงทรัพย์หญิงสาวในย่านลาดปลาเค้า โดยนายสุวิทย์เป็นผู้ชักปืนลงไปจี้เหยื่อ มีนายธนินทรเป็นผู้ขี่รถ ส่วนตนนั่งซ้อนท้าย จากนั้นเมื่อขับหลบหนีมาตามเส้นทาง พบ ด.ต.วัชระที่เรียกตรวจค้นและถามว่าไปไหนกันมา และตนตอบกลับไปว่าจะกลับบ้าน นายสุวิทย์กลับชักปืนออกมายิงจำนวน 2 นัด เมื่อแน่ใจว่า ด.ต.วัชระเสียชีวิต จึงแยกย้ายกันหลบหนี

ด้าน พ.ต.อ.ปกรณ์ กล่าวว่า ได้ระดมกำลังตำรวจกองสืบสวนนครบาล 4 ไล่ล่าคนร้าย ใช้รองผู้กำกับ 2 นาย และสารวัตร 3 นาย กำลังอีก 20 นาย กดดันคนร้าย และขอเตือนให้คนร้ายรีบเข้ามอบตัวเพราะถึงอย่างไรก็หนีไม่รอด

“ทราบข้อมูลว่า ขณะนี้นายสุวิทย์ได้หาปืนประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมมาใช้ แม้คนร้ายจะเป็นเด็กอายุเพียง 18 ปี แต่กลับก่อคดีมามากกว่า 60 คดี จึงสั่งให้ลูกน้องทุกนายสวมเสื้อเกราะทุกครั้งเมื่อออกทำงาน อยากเตือนว่าให้คนร้ายเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ดีกว่า หากทำผิดควรกล้าที่จะรับผิด” พ.ต.อ.ปกรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

นอกจากนี้ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจสืบสวนนครบาล 4 ยังตามจับกุม เพื่อนร่วมแก๊ง “เสือเกตุ” ได้อีก 2 คน มีนายณัฐพงษ์ หรือต้อง รอดอินทร์ ซึ่งเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเสือเกตุ และนายอรรถพล หรือตั้ม ใช้ประทุม โดยทั้ง 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ 2 คันพร้อมกับพวกรวม 4 คน ออกตระเวนปล้นทรัพย์ในย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ เมื่อมาถึงบริเวณทางลัดลาดปลาเค้า 34 พบเหยื่อเป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน จอดซ่อมรถอยู่ นายณัฐพงษ์ได้ใช้ไม้เข้าทำร้ายผู้ชายด้วยการตีหลายครั้ง และให้เพื่อนร่วมแก๊งเข้ารุม จากนั้นได้ลวนลามผู้เสียหายที่เป็นหญิง โดยเข้าขยำที่หน้าอก ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนกระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ที่หน้าโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางเขน แขวงท่าแร้ง เขตคันนายาว กทม.

คดีนี้นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจากกองกำกับการนครบาล 2 และ 4 ที่ใช้ระยะเวลาเพียง 20 วันในการไล่ล่าคนร้าย แม้ตอนนี้จะไม่ได้ตัวคนร้ายที่ถูกซัดทอดว่าเป็นผู้สังหาร ด.ต.วัชระ แต่ “ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์” เชื่อว่า ไม่มีอะไรเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ “หากสามัคคี และร่วมมือ ร่วมใจในการทำคดี” ผลดีที่ได้รับก็เพื่อประโยชน์ของประชาชนที่ไม่ต้องนั่งหวาดกลัวว่า “เมื่อไร วันไหน ภัยเหล่านี้จะมาถึงตัว”







กำลังโหลดความคิดเห็น