xs
xsm
sm
md
lg

เตรียมฟ้องบ.แอร์ไหม้-เจ้าของขยาดประกาศเลิกใช้

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

ผู้บริโภคเหยื่อ"แอร์ไหม้"หารือทนายเตรียมฟ้อง"มิตซูบิชิ" ฐานผลิตแอร์ไม่ได้คุณภาพออกมาจำหน่าย ชี้จุดอันตรายเครื่องปรับอากาศในไทย ไม่มีเครื่องตัดไฟอัตโนมัติที่ระบบพัดลม หากมอเตอร์ขัดข้อง เจ้าของบ้านต้องเสี่ยงถูกไฟคลอกเท่านั้น ร้องสคบ.-มอก.คุมมาตรฐานด่วน ในขณะที่บริษัทใหญ่ ส่งเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายไปพบผู้เสียหาย และเก็บข้อมูลแล้ว

ภายหลังจากนายอภิชาติ ฟุ้งลัดดา อดีตวิศกรการบิน และคอลัมนิสต์ นิตยสารกรังปรีซ์ ได้เข้าร้องเรียนกับ “ผู้จัดการออนไลน์” กรณีแอร์มิตซูบิชิ แบบติดผนังที่บ้าน เกิดไฟลุกไหม้จนเกือบทำให้บ้านทั้งหลังเสียหาย และตัวเองได้รับบาดเจ็บจากการเข้าดับไฟ และได้แจ้งความไว้ที่สน.พระโขนงแล้วนั้น ( อ่านข่าว โวยแอร์ “มิตชุ่ย” ไฟลุกพรึบหวิดทำบ้านวอด!) วันนี้ (5ก.ค.) นายอภิชาติ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กำลังรอผลการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานว่า สาเหตุของไฟไหม้แอร์ครั้งนี้เกิดจากอะไร และอยู่ระหว่างปรึกษาทนายความ เพื่อฟ้องร้องให้บริษัทผู้ผลิตแอร์รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น หากสาเหตุของไฟไหม้มาจากความบกพร่องของอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนของเครื่องปรับอากาศ

นายอภิชาติ ตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องปรับอากาศที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ รวมทั้งเครื่องปรับอากาศแบบติดผนังทั่วไปในบ้านเรา ไม่มีระบบตัดไฟอัตโนมัติ หรือ เทอร์โม เซฟตี้ สวิตช์ ที่มอเตอร์พัดลม หากมอเตอร์ขัดข้อง ก็จะเกิดความร้อนที่ขดลวด เมื่อไม่มีระบบตัดไฟ ความร้อนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกิดไฟไหม้ และยิ่งมีพลาสติกหุ้มที่สามารถติดไฟได้ ยิ่งทำให้เกิดเหตุไฟไหม้ได้ง่ายขึ้น

“เครื่องปรับอากาศ ที่เน้นความเงียบเป็นจุดขาย เมื่อเปิดเครื่อง เราจะไม่รู้ว่ามอเตอร์หมุนหรือไม่หมุน หากมอเตอร์ไม่หมุน แล้วเราเปิดทิ้งไว้ จนเกิดไฟไหม้ ถ้าดับไม่ทัน ไฟไหม้บ้านทั้งหลัง ตำรวจก็ไม่รู้ว่ามาจากมอเตอร์ ก็ไปสันนิษฐานเป็นอย่างอื่น เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งในความเป็นจริงกรณีนี้ อาจจะเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งก็ได้”นายอภิชาติกล่าว

เขากล่าวอีกว่า ปัจจุบัน เครื่องปรับอากาศมีระบบตัดไฟอัตโนมัติที่คอมเพรสเซอร์ อยู่แล้ว แต่หากผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ จะคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ให้มากขึ้น ควรจะมีการติดตั้งไว้ที่ระบบพัดลมแอร์ด้วย เหมือนกับในต่างประเทศ ซึ่งจะไม่ทำให้ราคาเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นมากมายนัก เพราะแม้แต่เครื่องเป่าผม อันละพันกว่าบาท ก็ยังมีระบบอยู่

นายอภิชาติ กล่าวอีกว่า กรณีไฟไหม้ที่เครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ ที่บ้านของเขา ไม่น่าจะเกิดจากความผิดพลาดของการติดตั้ง เพราะเครื่องปรับอากาศตัวนี้ใช้งานมาแล้ว 5-6 ปี ถ้ามีปัญหาจากการติดตั้งควรจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และที่ผ่านมา ได้ใช้บริการจากตัวแทนจำหน่ายคือ บริษัท เจเอสแอร์ จำกัด เจ้าเดียวมาตลอด โดยที่บ้านใช้แต่แอร์มิตซูบิชิยี่ห้อเดียวเท่านั้น ยกเว้นตัวแรกยี่ห้อ เฟดเดอร์ ที่ติดตั้งมา 30 กว่าปีก่อน ซึ่งปัจจุบันยังใช้งานได้ดี

นายอภิชาติ ได้กล่าวฝากไปถึงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ว่า น่าจะแจ้งให้ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ ด้วยการใช้วัสดุที่ปลอดภัย ไม่ติดไฟง่าย รวมทั้งให้มีเครื่องตัดไฟอัตโนมัติที่ระบบพัดลมแอร์ ซึ่งไม่น่าจะทำให้เครื่องปรับอากาศราคาสูงขึ้นกว่าเดิมมากนัก เมื่อเทียบกับความปลอดภัยของผู้บริโภคน่าจะคุ้มค่ากว่า และที่สำคัญ มอก. ควรจะมีความเข้มงวดในการออกใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายศูนย์บริการลูกค้า และเจ้าหน้าที่ฝ่ายรับประกันคุณภาพ ของบริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค (ประเทศไทย) จำกัด เดินทางไปพบนายอภิชาติ จากนั้นได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนายอภิชาติได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ฟังอย่างละเอียด ก่อนจะให้นางนริศรา ฟุ้งลัดดา อายุ 29 ปี ลูกสะใภ้ นำเจ้าหน้าที่ขึ้นไปดูบริเวณที่เกิดเหตุ และคอยให้ข้อมูล โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวไม่ได้แตะต้องอะไร

นางนริศรา กล่าวว่า เป็นเจ้าของห้อง ส่วนใหญ่จะพักอยู่กับสามี โดยมีลูกสาว 2 คนจะเข้ามานอนบ้างเป็นครั้งคราว ก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 18.00 น. ด.ญ.นลดา หรือน้องดิว วัย 6 ขวบ บุตรสาวคนโตทำการบ้านอยู่ในห้องที่เกิดเหตุ ตนจึงไปเปิดไฟและแอร์ให้ จากนั้นได้ออกจากห้องลงไปข้างล่าง และต่อมา ย่าของน้องดิวเรียกให้นำจานขึ้นไปใส่ขนมให้น้องดิวซึ่งได้ออกจากห้องไปอยู่ในห้องของผู้เป็นย่าแล้ว และเมื่อเดินขึ้นไปอีกครั้ง ก็ได้กลิ่นเหม็นไหม้อย่างรุนแรง เบื้องต้นไม่ได้เอะใจ คิดว่าเป็นเพื่อนข้างบ้านที่เผาเศษหญ้าทิ้ง แต่เมื่อเดินออกไปดูที่ระเบียง ซึ่งต้องเดินออกจากตัวบ้านไป กลิ่นเหม็นไหม้ดังกล่าวก็จางลง แต่เมื่อกลับเข้ามากลับพบว่า กลิ่นรุนแรงขึ้น และมองเห็นควันไฟพวยพุ่งออกมาจากห้องที่เกิดเหตุ ซึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่า ทั้งมีเปลวไฟบริเวณที่นอน และตัวแอร์รวมทั้งม่านหน้าต่าง พร้อมกับควันไฟจำนวนมาก จึงรีบปิดประตูและวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อบอกพ่อสามี

“ปกติแอร์เครื่องนี้ ใช้มา 6-7 ปีไม่เคยมีปัญหาอะไร ความเย็นปกติ อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกตกใจ ยังแหยงๆอยู่ และเชื่อว่า ต้นเหตุน่าจะมาจากแอร์ เพราะดูจากสภาพเปลวไฟที่ลุกไหม้ โดยไม่น่าจะเกิดจากที่นอน ส่วนที่ว่า น้องบลิวจะเล่นไฟนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะในห้องไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะเป็นชนวนทำให้เกิดเปลวไฟได้ อีกทั้ง หากลูกคนเล็กวัย 3 ขวบ อยู่ในห้องคงแย่แน่ เพราะน้องยังเปิดประตูเองไม่ได้”นางนริศรากล่าว

นางนริศรากล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุได้ไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพื่อจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลัง โดยจริงๆแล้ว ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไร เพียงอยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นกรณีศึกษามากกว่า และโดยปกติทางครอบครัว ใช้แอร์มิตซูบิชิ และรู้สึกชื่นชอบมาโดยตลอด แต่หลังจากเหตุการณ์ครั้งนี้ หากเปลี่ยนใหม่จะไม่ใช้อีก เพราะนอกจากปัญหาดังกล่าว ยังมีปัญหาจุกจิกตามมาอีกมาก

ด้านเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายของบริษัทมิตซูบิชิอิเล็คทริก(ประเทศไทย)จำกัด ได้ปฏิเสธการตอบคำถามต่างๆของผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆได้ เพียงแต่เดินทางมาตรวจสอบเพื่อหาข้อมูลเบื้องต้นให้ทางบริษัท เท่านั้น รายละเอียดไม่สามารถให้ได้ ซึ่งถือเป็นระเบียบของบริษัท โดยจะมีเพียงนายอนันต์ บรรเจิดธรรม กรรมการผู้จัดการทั่วไปเท่านั้นที่สามารถให้ข้อมูลได้เพียงผู้เดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัท ได้ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะบริเวณตัวเครื่องปรับอากาศอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง โดยเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ตั้งข้อสังเกตว่า จุดต่อสายไฟและมอเตอร์แอร์ยังมีสภาพที่สมบูรณ์ และสายไฟไม่มีการเผาไหม้ แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เกรงจะส่งผลกระทบต่อหลักฐานต่างๆ

ต่อมา ผู้สื่อข่าว เดินทางไปยังสน.พระโขนง ได้สอบถามถึงเรื่องที่มีการแจ้งความเป็นหลักฐานไว้ โดยตำรวจระบุว่า ผลการพิสูจน์หลักฐานต่างๆที่เจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานไปตรวจที่เกิดเหตุ และเก็บตัวอย่างพลาสติกห่อหุ้มแอร์ไป ยังไม่ออกมา จึงยังไม่สามารถให้ความเห็นได้