xs
xsm
sm
md
lg

อาชญากรรมทั่วไทย

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม

อาชญากรรมทั่วไทย

ปิกอัพชนรถรับส่งนักเรียนเจ็บระนาว

สุราษฏร์ธานี- วันนี้ (31 ม.ค.) ศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์สาธารณภัย - อุบัติเหตุหมู่ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน จังหวัดสุราษฏร์ธานี (ศูนย์ กู้ชีพตาปี โรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี) วันที่ 31 มกราคม 2548 เวลาประมาณ 07.0 น. เกิดอุบัติเหตุรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน บท 2371 สุราษฏร์ธานี รถตู้โดยสารรับส่งนักเรียน ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน นข 1200 สุราษฏร์ธานี รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บฉ 7737 สุราษฏร์ธานี และรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บต 951 สุราษฏร์ธานี เหตุเกิดบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 หัวสะพานธาตุทอง หมู่ 4 ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฏร์ธานี มีผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลสุราษฏร์ธานี ทั้งหมด 8 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน โรงเรียน ธิดาแม่พระ ได้แก่ ด.ญ. นิตกาญ พรหมจินดา อายุ 8 ปี ด.ญ. สุพัตรา สังฆ์ชัย อายุ 11 ปี ด.ช. ชวนากรณ์ ชูพันธ์ อายุ 7 ปี ด.ญ. ศศิธร หนูปอด อายุ 9 ปี ไม่ทราบโรงเรียนได้แก่ ด.ญ. ชนิตา ทองเผือก อายุ 6 ปี ด.ญ. เกวลี ชัยสุวรรณ อายุ 12 ปี ด.ญ. พิมตะวัน ขำสุข อายุ 11 ปี ด.ญ. ลีลาวดี น่วมนวล อายุ 10 ปี ศูนย์กู้ชีพตาปี ส่งหน่วยบริการฯ ขั้นสูง รพ.สุราษฏร์ธานี รถพยาบาลฉุกเฉินพร้อมทีมกู้ชีพ เดินทางออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บพร้อมด้วยหน่วยบริการฯ ขั้นพื้นฐาน มูลนิธิกุศลศรัทธา ออกปฏิบัติการช่วยเหลือในที่เกิดเหตุแล้ว

นครบาลปล่อยแถวกวาดล้างอาชญากรรมช่วงเลือกตั้ง

บช.น. – วันนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ท.ปานศิริ ประภาวัต ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวตำรวจระดมกวาดล้างอาชญากรรมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2548 บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า พร้อมสั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเฝ้าระวังกลุ่มมือปืนรับจ้างตามหมายจับ 11 คนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเว็บไซต์ให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส ส่วนอีก 6 คนอยู่ในกลุ่มที่เฝ้าระวังพฤติกรรม ทั้งนี้ให้มีการประสานข้อมูลกับกองปราบปราม ตำรวจภูธรภาค 1 และภาค 2 อย่างใกล้ชิด หลังจากได้รับรายงานว่ากลุ่มมือปืนบางกลุ่มเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่กรุงเทพมหานครแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอกที่มีการแข่งขันรุนแรง

ตำรวจภาค 5 จัดชุดเคลื่อนที่เร็วรับเหตุร้ายเลือกตั้ง
เชียงใหม่ – วันนี้ (31 ม.ค.) พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ระดมกำลังตำรวจในทุกพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนให้เพิ่มความเข้มงวดเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างเต็มที่ โดยได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็วออกปฏิบัติการในพื้นที่ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำให้ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางทางการเมืองและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่
ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวด้วยว่า สำหรับกลุ่มมือปืนรับจ้างที่อาจเข้ามาในพื้นที่ช่วงเลือกตั้ง ได้ทำการจับกุมไปแล้วส่วนหนึ่งและสามารถควบคุมได้ ส่วนผู้มีอิทธิพลนั้นส่วนใหญ่ได้เลิกไปแล้วยกเว้นกลุ่มผู้มีอิทธิพลใหม่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามพฤติกรรมและกดดันให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งจนถึงขณะนี้มั่นใจว่าการเลือกตั้งในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือจะไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน

จับพ่อค้าข้ามโขงไปซื้อยาเคจากลาว
หนองคาย/ยโสธร –
วันนี้ (31 ม.ค. ชุดสกัดกั้นยาเสพติดจังหวัดหนองคาย ได้ทำการตรวจค้นนายชูเกียรติ เตี้ยสมบูรณ์ อายุ 34 ปี ชาวสมุทรปราการ ขณะข้ามมาจากฝั่งลาวเพื่อประทับตราตรวจคนเข้าเมือง ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว โดยตำรวจพบยาเค ขนาด 50 มิลลิลิตร จำนวน 87 ขวด และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง ตำรวจสอบสวนนายชูเกียรติ ให้การว่า ได้เช่ารถตู้ไปซื้อยาเคซึ่งผลิตในประเทศเยอรมนีจากพ่อค้าที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ในนครเวียงจันทน์ จากนั้นก็ได้เดินทางกลับเพื่อเตรียมนำยาเคดังกล่าวไปจำหน่ายให้กับพ่อค้ายาเสพติดที่กรุงเทพมหานคร
ส่วนตำรวจ สภ.อ.เมืองยโสธร จับกุมแก๊งวัยรุ่นที่ลักลอบค้าและเสพยาบ้าได้ที่บ้านร้างแห่งหนึ่งบริเวณด้านหลังสำนักงานชลประทานจังหวัดยโสธร ซึ่งขณะที่ตำรวจเข้าจับกุม วัยรุ่นทั้งหมดยังอยู่ในสภาพเมายาบ้า พูดจาไม่ได้สติ

โจรใต้มอบปืนอาก้า-ลูกซองคืนทางการ
ปัตตานี –
วันนี้ (31 ม.ค.) ชุดเฉพาะกิจสำนักข่าวกรองแห่งชาติ นำโดย พ.อ.นเรนทร์ มหารักขกะ นายทหารประจำ บก.ทหารสูงสุด ได้รับรายงานจากหน่วยการข่าวที่ประจำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รหัสไม่สามารถเปิดเผยได้ รายงานว่า มีการเข้าไปตรวจสอบและสืบหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้รับการติดต่อจากกลุ่มขบวนการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะขอมอบอาวุธปืนดังกล่าว โดยจะตั้งไว้จำนวน 2 จุด คือ ป่าละเมาะบริเวณเสาไฟฟ้า เลข 238 หลังศาลาที่พักผู้โดยสาร กม.ที่ 25 ริมถนนสายปาลัส ต.ปะนาเระ ม.1 บ้านท่าข้าม ต.ท่าข้าม อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี จึงสั่งการ พ.ต.อ.สุชาติ ธระสวัสดิ์ รอง ผบก.ดพ ช่วยราชการ บชก. เจ้าหน้าที่สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และได้ประสานงานกับ พ.ต.ท.นฤชา สุวรรณลาภา รอง ผกก.ป. สภ.อ. ปะนาเระ จ.ปัตตานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง จึงเข้าไปตรวจสอบและตรวจค้นพบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว เป็นกระสอบภายในพบอาวุธปืนอาก้า ชนิดพับฐานจำนวน 1 กระสอบ มีหมายเลข ระบุ 56-19089122 และซองกระสุนอาก้า ไม่มีกระสุนอีก 2 ซอง จึงยึดเพื่อทำการตรวจสอบ นำส่ง ร.ต.ท.นพรัตน์ นพฤทธิ์ดะนุเขต ร้อยเวร สภ.อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินการต่อไป

จากนั้นชุดเฉพาะกิจดังกล่าวได้ประสานกับ พ.ต.อ.สมศักดิ์ วรรณวรรค ผกก. สภ.อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พร้อมกำลัง เข้าไปตรวจสอบป่าละเมาะข้างโรงเรียนบำรุงมุลลิมมิน ม.3 ต. ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จากการกระจายกำลังทำการตรวจค้น พบกระสอบถุงสีดำ มีหญ้าสูงมาปกคลุม จากการตรวจค้นภายในถุงดังกล่าวพบอาวุธปืนอาก้าชนิดพับฐานจำนวน 2 กระบอก หมายเลข 56-14197271 และ 56-1258467 ถูกคลุมด้วยขากางเกงที่ขาดแล้ว และพบซองกระสุนเปล่าอีก 2 ซอง และพบกระสุนชนิด 7.62 รวม 64 นัด จึงยึดทำการตรวจสอบ นำส่ง ร.ต.ต.วรศักดิ์ รอดสัมฤทธิ์ ร้อยเวร สภ.อ. สายบุรี จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินการต่อไป

ระเบิดห้องพักแรงงานไทยใหญ่ยังปริศนา
เชียงใหม่ - หลังเกิดเหตุระเบิดภายในห้องพักแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นทหารกู้ชาติชาวไทยใหญ่ในบ้านเช่า ถนนช้างเผือกซอย 4 กลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (31 ม.ค.) เวลา 01.30 น. ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกสะเก็ดระเบิดตามใบหน้า แขนขา และอาการสาหัสนิ้วมือขาดรวม 3 คน และมีวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด หลงเหลืออยู่ภายในห้อง ซึ่งมีสายไฟต่อไว้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงปิดห้องไว้รอเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบ โดยช่วงบ่ายวันนี้ (31 ม.ค.) หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ทหารอากาศกองบิน 41 ได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ภายในห้องที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พบว่าเป็นเพียงขวดพลาสติกเปล่า แต่มีสายไฟฟ้าต่อวงจรไว้ ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นวงจรอะไร จึงยึดไปตรวจสอบ ส่วนสาเหตุการเกิดระเบิด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายก็ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากไม่พบชิ้นส่วนและดินระเบิด ซึ่งขณะนี้ต้องรอสอบปากคำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ยังถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจภูธรตำบลช้างเผือก นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้ยึดเศษแก้ว ซึ่งคาดว่าใช้เป็นชิ้นส่วนในการทำระเบิดขวดภายในห้องพัก รวมทั้งมีดดาบยาวกว่า 50 ซม. อีก 1 ด้าน ซึ่งซุกซ่อนไว้ใต้ที่นอนด้วย.

จับเจ้าของฟาร์มเป็ดใช้แรงงานเด็ก
ราชบุรี –
วันนี้ (31 ม.ค.) นายวิโรจน์ แจ้งพลอย หัวหน้าสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดราชบุรี ร่วมกับเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดราชบุรี ขอกำลังจาก พ.ต.ท.ศุภสาร อายุยืน สารวัตรสืบสวนจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงเป็ด เลขที่ 104 หมู่ที่ 7 ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นฟาร์มเลี้ยงเป็ดของ นายสุพจน์ กลั่นเกตุ อายุ 46 ปี หลังได้รับแจ้งว่าฟาร์มเป็ดดังกล่าวมีการใช้แรงงานเด็ก และมีการทารุณกรรมเด็กด้วย อย่างไรก็ตาม หลังมีการตรวจค้น เจ้าหน้าที่เด็กพบ 3 คน คือ เด็กชายเตี่ยว อายุ 15 ปี เด็กชายเตี้ย อายุ 15 ปี และเด็กชายยอง อายุ 15 ปี เป็นเด็กชาวลาว มาจากเวียงจันทน์ สปป.ลาว ถูกขังอยู่ภายในบ้านพักคนงาน ด้านหลังฟาร์มเป็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ช่วยเหลือออกมา พร้อมทั้งควบคุมตัว นายสุพจน์ ไปสอบสวน ทราบว่าเด็กลาวทั้งหมด ได้หลบหนีเข้ามาเพื่อมาค้าแรงงานในประเทศไทย โดยมีผู้ชักนำพามา จนอยู่เป็นคนงานเลี้ยงเป็ด แต่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำทารุณกรรมเด็ก เนื่องจากที่ขังไว้นั้นเกรงว่าเด็กทั้ง 3 จะหลบหนีไป หลังสอบปากคำเจ้าของฟาร์มและเด็กทั้งหมด ตำรวจได้มอบตัว นายสุพจน์ ให้ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เนื่องอ้น สารวัตรเวร สภ.อ.โพธาราม สอบสวนดำเนินคดีในข้อหาให้ที่พักพิงคนต่างด้าวและค้ามนุษย์มีความผิดตาม พ.ร.บ.แรงงาน ส่วนเด็กชาวลาวทั้ง 3 คน ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งไปยังสถานสงเคราะห์เด็กจังหวัดนครปฐม เพื่อรอประสานไปยังสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ในการผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

ซนแหย่ช้างถูกเหยียบหวิดดับ
นครศรีธรรมราช –
วันนี้ (31 ม.ค.) พ.ต.ต.สุรพงษ์ ฉับพลัน สารวัตรเวร สภ.อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งว่ามีเหตุช้างเหยียบคนที่สวนยางพารา ต.คลองเส อ.ถ้ำพรรณรา มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยร่วมใจถ้ำพรรณรารีบรุดไปที่เกิดเหตุ แต่เมื่อไปถึงพบเพียงช้างเพศผู้ถูกล่ามโซ่อยู่ในสวนยางดังกล่าว ส่วนผู้บาดเจ็บมีคนนำส่ง รพ.ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ คือ นายพรภิรมย์ แป้นแก้ว อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.3 ต.ห้วยปริก อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า นายพรภิรมย์ ผู้บาดเจ็บมีอาชีพรับจ้างทำสวนยางพารา ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายพรภิรมย์ กำลังทำสวนอยู่ในสวนยางดังกล่าว ได้มีควาญช้างไม่ทราบชื่อนำช้างเชือกดังกล่าวมาล่ามโซ่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ระหว่างที่นั่งพักนายพรภิรมย์ ก็ได้เข้าไปหยอกล้อกับช้างและเนื่องจากสภาพอากาศร้อนทำให้ช้างเกิดอาการหงุดหงิด พอนายพรภิรมย์ เข้าใกล้ก็ใช้งวงฟาดเข้าที่ร่างเต็มแรง จนนายพรภิรมย์ล้มก่อนจะเหยียบซ้ำ 1 ครั้ง จนนายพรภิรมย์ฟุบแน่นิ่งไป หลังเกิดเหตุผู้เห็นเหตุการณ์จึงช่วยกันนำร่างนายพรภิรมย์ ส่ง รพ.ถ้ำพรรณรา แต่อาการหนักจึงส่งต่อไปยัง รพ.ทุ่งสง เพื่อช่วยชีวิตต่อไป

แก๊ง18มงกุฎหลอกมอมยาตบทรัพย์เฉียดหมื่น
กระบี่ - วันนี้ (31 ม.ค.) พ.ต.ท.ทรงวุฒิ ขุนจันทร์ สารวัตรสอบสวน สภ.อ.เมืองกระบี่ รับแจ้งความจาก นางภินิชนันท์ แก้วสมบูรณ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 948 หมู่ที่ 2 ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ว่าถูกคนร้ายลวงและคล้ายถูกมอมยาก่อนขโมยทรัพย์สิน เป็นเงิน 9,500 บาท และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อโนเกีย 3310 เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามมาดำเนินคดีด้วย

นางภินิชนันท์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้กับเจ้าหน้าที่ฟังว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีชายหญิง 2 คน โดยแต่งตัวภูมิฐานมาหาตน บอกว่าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะเลี้ยงหัวคะแนนของพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ขอให้ปิดเป็นความลับเพราะอาจจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยนัดจ่ายเงินมัดจำในวันนี้ จากนั้นชายหญิงทั้งคู่ก็มารับตนที่ร้าน โดยมีรถยนต์กระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ ป้าย กทม. แต่จำเลขไม่ได้ จากนั้นได้นำมาที่โรงแรมเหมทานนท์ ฮอลิเดย์ อินน์ ที่ในตัวเมืองกระบี่ แล้วขึ้นไปที่ห้องพักชั้น 2 ก่อนใช้กลอุบายลวงเล่นการพนัน แต่ตนเงินไม่พอจึงได้ไปกดเอทีเอ็มที่ธนาคารนครหลวงไทย จากนั้นขึ้นรถยนต์มารู้สึกตัวอีกทีอยู่ที่หน้าเซเว่น ซอยเกียรติกุลแล้ว โดยไม่ทราบว่าลงจากรถอย่างไร และเมื่อตรวจสอบพบว่าเงินที่เพิ่งกดมาจำนวน 9,500 บาท และโทรศัพท์หายไปแล้ว จึงได้เดินทางมาแจ้งความดังกล่าว

พ.ต.ท.สาคร บุญยรักษ์ สว.สส.สภ.อ.เมืองกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแก๊งคนร้ายโดยการลวงผู้เสียหาย ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรที่มีเงินและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงหรือคนชรา แล้วทำการมอมยาก่อน ปลดเอาทรัพย์สินไป ทั้งนี้เมื่อวานนี้ (30 ม.ค.) ได้เกิดเหตุแล้วครั้งหนึ่ง โดยมีผู้เสียหายคือ นางสุภา เชื้อสง่า อายุ 43 ปี แม่ค้าผักในตลาดสดมหาราช ก็ถูกคนร้ายลวงว่าจะซื้อผักโดยเหมาทั้งหมดเป็นเวลา 3 วัน จากนั้น นัดจ่ายเงินกัน แต่เมื่อขึ้นรถกลับรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่อำเภออ่าวลึกห่างจากเมืองกระบี่เกือบ 40 กิโลเมตร พบว่าสร้อยคอและสร้อยข้อมือทองคำหนักรวม 2 บาท เงินสด 30,000 บาท หายไปด้วย และคาดว่าน่าจะเป็นแก๊งเดียวกันโดยคนร้ายจะใช้วิธีมอมยา ซึ่งจะได้ทำการสอบสวนต่อไป

น้อง “เกรียง กัลป์ตินันท์”โร้แจ้งตร.ถูกสปาต้าไล่ฟันรถ
อุบลราชธานี -
วันนี้ (31 ม.ค.) พ.ต.ต.ดุจดล ด้ายละออง ร้อยเวร สภ.อ.เมืองอุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากนายสมเดช กัลป์ตินันท์ อายุ 41 ปี น้องชายนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักไทย เขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดอุบลราชธานี ว่าขณะขับรถไล่ตามรถกระบะนิสสันสีเขียวหมายเลขทะเบียน ผ-7485 อุบลราชธานี จากปั้มน้ำมันเพิ่มพูนเซอร์วิส ถนนชยางกูร ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการหาเสียงพรรคมหาชนไปถึงหน้าวัดท่าวังหิน ถนนสรรพสิทธิ์ มีวัยรุ่น 2 คน ทราบชื่อภายหลังว่านายตี๋ กับนายเตี้ย ขับรถจักรยานยนต์เข้าประกบด้านข้างคนขับ แล้วใช้มีดดาบสปาต้าฟันถูกขอบกระจกประตูด้านข้างเสียหาย ก่อนขับรถหลบหนีไป

ในเวลาไล่เลี่ยกันนายพงศ์สุกรี พลบุรี อายุ 44 ปี ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากนายเกรียง กัลป์ตินันท์ นำเอกสารเป็นใบปลิวมีข้อความว่า “6 ก.พ. โอกาสของคนอุบล 1.เลือกคนดี มีคุณภาพเข้าสภาฯ 2.กำจัดอิทธิพลมืดทางการเมือง 3.ได้ผู้รับใช้คนใหม่ที่ดีและมีคุณภาพ 4.อุบลเมืองนักปราชญ์ ฉลาดเลือกผู้แทนฯ” แจ้งความดำเนินคดีกับนางติ๋ม เวชคง นายวันทา เวชคง นายหมี ตันสา และนายบุญยัง บุญเงิน ราษฎรบ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลปทุม อำเภอเมืองอุบลราชธานี ข้อหาร่วมกันหลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด เหตุเกิดระหว่างวันที่ 17-30 มกราคม ขอให้เรียกคนทั้งหมดมาดำเนินคดีด้วย

เฒ่าวัย61ปีนเสาไฟฟ้าแรงสูงประท้วง-ก่อม็อบขอพบนายกฯ
ฉะเชิงเทรา -
วันนี้ (31 ม.ค.) ร.ต.ท.อติเทพ พงษ์สุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเหตุมีชายวัย 61 ปี คุ้มคลั่งปีนขึ้นไปประท้วงบนยอดเสาไฟฟ้าแรงสูง ประมาณ 30 เมตร ริมถนนสุวินทวงศ์ ฝั่งขาเข้าตัวเมืองฉะเชิงเทรา หมู่ที่ 13 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทราใกล้ สน.สุวินทวงศ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ พ.ต.อ.มานิต ไตรภพ ผกก.สภ.อ.บางน้ำเปรี้ยว พ.ต.ท.นิคม ขำชื่น รอง ผกก.สภ.อ.บางน้ำเปรี้ยว นายชูศักดิ์ ตรีสาร นายอำเภอบางน้ำเปรี้ยว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จำนวนกว่า 30 นาย ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ โดยมี พ.ต.อ.วีรชัย วิสุทธิอุทัยกุล รอง ผบก.ภจว.ฉะเชิงเทรา เดินทางมาอำนวยการสั่งการ พร้อมประสานหน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่รถกระเช้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและรถพยาบาลหน่วยกู้ชีพจากโรงพยาบาลเมืองฉะเชิงเทรา เดินทางมายังที่เกิดเหตุและเตรียมกลางเบาะลมไว้รองรับบริเวณโคนต้นเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาด 115 kv ในที่เกิดเหตุมีประชาชนมุงดูอยู่กว่า 300 คน และรถที่สัญจรผ่านไปมาต่างหยุดรถจอดดูเป็นแนวตลอดไหล่ทาง

สอบสวนทราบต่อมาชื่อนายหวัน ทองทรัพย์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 62/3 หมู่ที่ 13 ตำบลศาลาแดง อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งร้องตะโกนอยู่บนยอดเสาไฟฟ้าถึงเรื่องที่ครอบครัวและคนในหมู่บ้านกว่า 1,000 คน จาก 100 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่มาหลายชั่วอายุคนนับร้อยปี ถูกศาลสั่งขับไล่ที่อยู่อาศัยและชาวบ้านถูกตำรวจ สภ.อ.บางน้ำเปรี้ยวออกมาไล่จับเป็นประจำข้อหาบุกรุกโดยที่ผ่านมาชาวบ้านถูกจับกุมไปแล้วจำนวน 14 ราย พร้อมเรียกร้องอยากพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อมาเหตุการณ์ได้เริ่มวุ่นวายขึ้นเมื่อกลุ่มชาวบ้านในหมู่บ้าน ออกมารวมตัวกันเพิ่มมากขึ้นกว่า 100 คน และพยายามที่จะไปนอนขวางปิดถนน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันผลักดันออกไปจนพ้นเส้นทาง หลังจากนั้นได้พยามเกลี้ยกล่อม โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง นายหวันจึงยอมปีนลงมาเมื่อเวลา 11.45 น.

จากการสอบถามนางพยอม ทองทรัพย์ อายุ 60 ปี ภรรยาผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า นายหวัน ได้ออกจากบ้านมาตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า เพื่อหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมาไล่จับกุมชาวบ้านอีก สาเหตุที่นายหวันขึ้นไปประท้วงบนเสาไฟฟ้านั้น เพราะเกิดจากความเครียดที่ถูกไล่ที่ ไม่มีที่อยู่อาศัย และยังถูกตำรวจไล่จับอีก ทั้งที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ในหมู่บ้านคลองหลวงแพ่งแห่งนี้ มาเป็นเวลานับร้อยปีแล้วโดยไม่ทราบมาก่อนว่าที่อยู่ดังกล่าวเป็นที่ดินของพระที่วัดทองธรรมชาติในกรุงเทพฯ หลังมรณภาพลง ทางวัดได้เข้าครอบครองเป็นเจ้าของที่และมาฟ้องขับไล่ชาวบ้านให้ออกจากพื้นที่ไปเพื่อให้เอกชนเช่าทำเป็นหมู่บ้านจัดสรร

พ.ต.อ.มานิต กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตำรวจจับตามอำนาจหมายศาลเรื่องละเมิดขับไล่ โดยที่ผ่านมาเคยทำหนังสือรายงานถึงผู้บังคับบัญชาได้รับทราบมาแล้ว สำหรับครั้งนี้ถือว่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้สำเร็จโดยไม่มีการสูญเสียหรือเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ซึ่งเป็นเพราะความร่วมมือในการทำงานของทุกฝ่าย