xs
xsm
sm
md
lg

เหยื่อฮอนด้านัดเคลียร์วันนี้ ลั่นขอเปลี่ยนรถและขอค่าเสียเวลา

เผยแพร่:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


Update มือทุบซีอาร์วีประกาศลั่นรายการ “คนในข่าว” ที่ออกอากาศทางช่อง 11 News 1 ขอนัดเคลียร์กับทางฮอนด้าในวันนี้ (28 มกราคม) เวลา 14.00 น. ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมคือวันที่ 7 กุมภาพันธ์เข้ามาถึง 9 วัน ย้ำนอกจากฮอนด้าควรเปลี่ยนรถให้ใหม่แล้ว ต้องชดใช้ค่าเสียเวลาอีกด้วย

หลังจากที่ออกมาใช้ค้อนและพลั่วประเคนลงไปบนส่วนต่างๆ ของซีอาร์วีคันงามป้ายแดง สนนราคาเรือนล้านของตัวเอง เพื่อประชดความชุ่ยในการผลิตของบริษัทฮอนด้า จนกลายเป็นที่ฮือฮาในความใจเด็ดชนิดเวบไซต์ข่าวอันดับ 1 อย่างผู้จัดการออนไลน์ แทบจะล่มเนื่องจากบรรดาแฟนๆ กระหน่ำโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นและแสดงความสนใจในข่าวนี้
ล่าสุดรายการ “คนในข่าว” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 นิวส์ 1 (11 News 1) ได้คว้าตัวน.ส.เดือนเพ็ญ ศิลาเกษ สาวใจเด็ดรายนี้ มานั่งคุยชนิดเปิดใจ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์จากรายการรายงานยานยนต์ อสมท. FM 100.5 Mzและหัวหน้าศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ.

โดยระหว่างการออกอากาศนั้น น.ส.เดือนเพ็ญกล่าวว่า ในวันนี้ (27 มกราคม) เวลา 14.00 น. ได้นัดคุยกับทางตัวแทนฮอนด้า เพื่อตกลงกันในเรื่องของความผิดพลาดของบริษัท ตลอดจนตกลงกันถึงการชดใช้ของบริษัทฮอนด้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยน.ส.เดือนเพ็ญกล่าวว่า นอกจากควรจะเปลี่ยนรถคันใหม่ให้แล้ว ทางฮอนด้าจะต้องจ่ายค่าเสียเวลาให้แก่เธอด้วย


  • ตัดตอนจากบางส่วนจากรายการ “คนในข่าว” เป็นบทสนทนาระหว่างจินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ผู้ดำเนินรายการ และคุณเดือนเพ็ญ ผู้เสียหาย


  • จินดารัตน์ – คุณเดือนเพ็ญคะ อย่างไหนที่เรียกว่าเราพอใจ

    เดือนเพ็ญ – ได้รถคันใหม่ค่ะ

    จินดารัตน์ – อย่างเดียวหรือเปล่าคะ

    เดือนเพ็ญ – ไม่แล้วค่ะ พอเกิดเหตุการณ์นี้กับดิฉันมา ดิฉันได้ร้องเรียนและมีการพูดคุยกับผู้บริการสูงสุด ดิฉันต้องเรียบร้องค่าเสียหายที่ดิฉันเสียเวลามาตั้งแต่วันที่ 17 มาด้วยค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำงานเลย

    จินดารัตน์ – สมมติว่าเขาเปลี่ยนคันใหม่ให้จบไหมคะ

    เดือนเพ็ญ – จบค่ะ

    จินดารัตน์ – เงินไม่ให้นี่ไม่เป็นไร

    เดือนเพ็ญ – ค่าเสียเวลานี่ต้องเสียค่ะ ทำไมต้องให้เราทำถึงขนาดนี้

    จินดารัตน์ – แล้วคุณเดือนเพ็ญทราบใช่ไหมว่า ที่คุณไปทุบกระจก ทุบฝากระโปรงรถ

    เดือนเพ็ญ – รู้ค่ะ ว่าต้องซ่อมเองค่ะ ถึงเขาไม่เปลี่ยนให้ฉันก็ยอมรับสภาพ แต่อยากให้ประชาชนได้รับรู้ ว่าการซื้อรถป้ายแดง ให้ดูดีๆซักนิดนึง

    จินดารัตน์ – ถ้าเผื่อว่าบริษัทฮอนด้าไม่ยอมเปลี่ยนคันใหม่คะ ทำยังไงคะ จบไหมคะ หรือว่าจะให้ สคบ.ฟ้องให้

    เดือนเพ็ญ – อันนั้นก็ตามที่เดินเรื่องไป ก็แสดงว่าเขาไม่ได้มีความรับผิดชอบ คนที่จะซื้อนี่คิดหน่อยนะคะ ว่าบริษัทนี้คือแย่ที่สุด

    ข่าวเกี่ยวข้อง

    27/01/2548
    ทุบทิ้ง "ซีอาร์วีป้ายแดง" ประจาน! (13:38 น.)
    "ฮอนด้า" ย้ำ!! ไม่มีเปลี่ยนรถ พร้อมแถลงข่าวกรณีCR-Vเย็นนี้ (16:25 น.)
    ย้อนรอย "ซีอาร์-วี" ปัญหาคาใจที่ผู้บริโภคต้องรับกรรม (16:43 น.)
    ทนายฯ ชี้"ทุบรถประจาน"ดีกว่าฟ้องร้องเพราะกม.มีช่องว่าง (17:39 น.)
    สคบ.นัดคู่กรณีซีอาร์วี ไกล่เกลี่ยจ่ายค่าชดเชย 7 ก.พ.นี้ (18:00 น.)
    มูลนิธิผู้บริโภคจวกผู้ประกอบการรถยนต์ขายของห่วยคุณภาพต่ำ (19:01 น.)
    ฮอนด้าแจงกรณีทุบ "ซีอาร์-วี" (20:01 น.)

    28/01/2548
    เหยื่อฮอนด้านัดเคลียร์วันนี้ ลั่นขอเปลี่ยนรถและขอค่าเสียเวลา (06:48 น.)
    คำต่อคำ! กับสาวใจเด็ดทุบรถหรูสังเวยความชุ่ย (06:50 น.)
    ทนายชี้เคส“ซีอาร์-วี”ต้องยอมรับชะตากรรม (11:43 น.)
    ทนายฯแนะฟ้องฮอนด้า ถือเป็นคดีตัวอย่าง หากผลเจรจาวืด (12:12 น.)
    สคบ.ลั่นถ้าตกลงไม่ได้ ก็พร้อมเป็นทนายฟ้องฮอนด้า (12:15 น.)
    ยอดจอง "ซีอาร์-วี" คงที่ ลูกค้ายังเชื่อใจ (14:26 น.)
    เปิดโต๊ะเจรจา บ.ฮอนด้าจับเข่าคุยสาวค้อนปอนด์ ยุติศึกซีอาร์วี (14:37 น.)
    รถใหม่...ทำไมต้องทนซ่อม??? (15:01 น.)
    งามหน้าอีกครั้ง ลูกค้าฮอนด้าโร่แจ้งสคบ.เหตุ"ซีวิค" เสีย 18 รายการ (15:58 น.)
    ศึก"ซีอาร์วี"ยุติ ฮอนด้ายอมซื้อรถคืน (17:26 น.)
    ส.ว.อัด!“ฮอนด้า”เอาเปรียบผู้บริโภค (17:43 น.)

    ชมภาพวิดีโอ ทุบซีอาร์วีประจาน!!!

    แหล่งอื่นๆ
    Upset Honda owner smashes `lemon', demands new car Standards set for auto parts to be enforced (Bangkok Post)
    ทุบจริงป้ายแดงคันละล้าน แม่ค้าเหลืออด‘ฮอนด้าซีอาร์วี’ปัญหาเพียบ-สคบ.นัดหาทางออก7ก.พ. (โพสต์ทูเดย์)
    ผู้บริหารถกลูกค้า กู้ภาพลักษณ์ซีอาร์วี หาข้อยุติร่วมสคบ.7 กุมภาฯ (กรุงเทพธุรกิจ)
    สาวใจเด็ดทุบรถแล้ว ฮอนด้ายับอีก30คันร้อง"ข่าวสด" หนุ่มซีวิคนำทีม-รวมฟ้อง"ป้ายแดง"งอแงคล้ายๆกันบิ๊กฮอนด้าจ๋อย-แจงข่าว (ข่าวสด)
    สาวทุบ"ซีอาร์วี" "ถ้าดีจริงคงไม่ทำแบบนี้" ปธ.ฮอนด้าบอก"เสียใจ" แจงไม่ชัดให้"เปลี่ยนคัน" (มติชน)
    ประท้วงเก๋ง"ชีอาร์วี" ทุบรถทิ้ง!ป้ายแดง-ซ่อมตลอด ขอเปลี่ยนคันใหม่แต่"ฮอนด้า"อ้างมีแค่1ใน100คัน (มติชน)
    ร้อง"สคบ."รถ"ห่วย" ท็อปฮิตปีละ300ราย คอลัมน์ เคียงข่าว (มติชน)
    ค้อนปอนด์โพละ!ทุบซีอาร์วีป้ายแดงมีปัญหา (ไทยรัฐ)
    สาวเดือด "ฮอนด้า" โบ้ย ทุบประจาน "ซีอาร์วี" เยิน (เดลินิวส์)
    ทุบซีอาร์วีโชว์ ฮอนด้าแบะท่า ขอคุยอีกรอบ (คมชัดลึก)

    เรื่องราวเก่าๆ
    ลูกค้าซีอาร์วีขู่รวมตัว จัดแรลลี่ย้อมแมวประจานทั่วไทย !! ! (Nation)
    ลูกค้า "CR-V" ย้อมแมวเตรียมเฮ ฮอนด้ารับ "จัดให้" ตามต้องการ คืนเงิน-เปลี่ยนรถ (MThai)
    ***ย้อมแมว*** สั่งซื้อรถเบาะหนังจากโรงงาน แต่เซลเอารถเบาะผ้าแล้วไปทำเบาะหนังจากข้างนอก เพื่อกินส่วนต่าง (AutoInfo)
    CRV คนอวดรวยเสียค่าโง่ (Inet-KPP)

    สรุปประเด็นข่าวเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นๆ

    ข่าวสด

    หลังข่าวการประท้วงทุบรถฮอนด้าของ น.ส.เดือนเพ็ญสะพัดไป นายณัฐพล วุฒิพงษ์ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 17 ม.7 ต.หนองตำลึง อ.พานทอง จ.ชลบุรี ได้ร้องเรียน "ข่าวสด" อีกราย พร้อมกับรถเจ้าปัญหา ฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ศก 5051 กทม. มาแสดง ระบุมีปัญหาคล้ายกับ น.ส.เดือนเพ็ญ คือพอซื้อจากศูนย์รถก็เสียมาตลอด

    นายณัฐพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 2547 ได้ซื้อรถเก๋งคันดังกล่าวที่บริษัท นครินทร์ฮอนด้าคาร์ส จำกัด ในราคา 874,000 บาท โดยไม่ได้ตรวจสอบเนื่องจากคิดว่าเป็นรถป้ายแดง แต่ปรากฏว่าวันต่อมาได้ลองขับรถที่ถนนมอเตอร์เวย์ พบว่าพวงมาลัยมีอาการกินซ้าย แต่ก็คิดว่าเป็นเพราะถนนเอียง แต่เมื่อจอดรถแล้วลองออกตัวพบว่ารถมีอาการผิดปกติ จึงนำรถเข้าศูนย์บริการ ช่างตรวจแล้วบอกว่าอาจจะเป็นที่ศูนย์จึงตั้งใหม่ แต่ต่อมาบริเวณเพลารถมีปัญหา จึงต้องนำรถกลับเข้าศูนย์บริการอีกครั้ง ช่างก็บอกว่าระบบเพลาอาจจะมีปัญหาเพราะเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ต่อมาก็มีเสียงจากภายนอกรถเข้ามาในรถ ลองเปรียบเทียบโดยการไปนั่งรถแท็กซี่ก็ไม่มีเสียงดังเหมือนรถตน กระจกด้านข้างก็มีเสียงดังคล้ายกับเสียดสีกับอะไรบางอย่าง ประตูหลังซ้ายก็มีปัญหา ต้องใช้แรงปิดมากไม่เหมือนกับประตูด้านอื่น

    "เมื่อตรวจสอบดูพบว่าประตูมีการปรับศูนย์ที่ไม่เท่ากัน รวมทั้งภายคิ้วขอบด้านในรถก็หลุดออก ล่าสุดเกียร์ไม่ล็อกที่ตำแหน่งมาหลายครั้งแล้ว บางครั้งขณะขับอยู่เกียร์กลับไปอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ว่างทำให้รถไม่มีแรง และระบบเซ็นเซอร์เวลาถอยหลังก็ไม่ทำงานจนบางครั้งเกือบชน เมื่อปรึกษาช่างก็ให้คำตอบว่าต้องซ่อมเกือบทั้งคัน ผมจึงแจ้งไปยังศูนย์ว่าต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่ ศูนย์ให้คำตอบว่าเปลี่ยนได้แต่ต้องเพิ่มเงินอีก 300,000 บาท ปัจจุบันผมยังไม่ได้ซ่อมเพราะต้องใช้รถไปทำงาน และยังร้องเรียนไปยัง สคบ.เขาก็ให้เจรจากันถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ยังไม่มีการติดต่อมาจากบริษัทฮอนด้าแต่อย่างใด ผมจึงเตรียมปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องร้องบริษัทฮอนด้ากับศาลแพ่งต่อไป" ลูกค้าฮอนด้ากล่าว

    นายณัฐพลกล่าวต่อว่า ต้องขอชมเชย น.ส.เดือนเพ็ญที่ออกมาพูดให้ประชาชนรับรู้ เพราะปัญหาอย่างนี้เกิดกับอีกหลายๆ ราย แต่ไม่มีใครกล้าออกมา ซึ่งตนคงไม่กล้าทุบรถอย่างนั้น เนื่องจากคงไม่มีเงินที่จะซ่อม

    "ผมเคยติดต่อไปที่สำนักงานใหญ่ฮอนด้า ก็ได้รับคำตอบเดียวกับที่คุณเดือนเพ็ญว่ารถ 100 คันจะมีปัญหาแบบนี้สัก 1 คัน ซึ่งผมฟังแล้วไม่พอใจเป็นอย่างมาก ที่เคยร้องเรียน สคบ.ไปจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่คืบหน้า จึงตัดสินใจที่จะฟ้องร้อง ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่ เพราะคิดว่าคงจะต้องช่วยตัวเองเนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดช่วยได้ นอกจากนี้ผมยังอยากจะรวมกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปัดความรับผิดชอบของบริษัทฮอนด้ารวมตัวกันฟ้องร้อง เพราะทราบว่ามีจำนวนมาก เพื่อขอความเป็นธรรมต่อไป" นายณัฐพลกล่าว

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนกว่า 30 รายโทรศัพท์เข้ามายังสำนักงาน "ข่าวสด" ส่วนใหญ่กล่าวว่าใช้รถยี่ห้อฮอนด้าเหมือนกัน และประสบเหตุการณ์คล้ายๆ กัน ต้องเข้าซ่อมตั้งแต่นำรถออกมาในวันแรกๆ บางรายได้ติดต่อไปยังศูนย์ และสำนักงานใหญ่ ก็ได้รับคำตอบว่าจะรับผิดชอบส่วนของการซ่อมให้ อย่างไรก็ตามพวกตนไม่คิดว่ารถป้ายแดงจะต้องเข้าซ่อมในวันแรกๆ ที่นำรถออกมา จึงไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อทราบข่าวของ น.ส.เดือนเพ็ญจึงได้ติดต่อเข้ามาแจ้งข้อมูลให้ทราบ และหากมีการตั้งกลุ่มเพื่อนำเรื่องเข้าร้องเรียนหรือฟ้องร้องบริษัท พวกตนก็ยินดีจะเข้าร่วมแน่นอน

    กรุงเทพธุรกิจ

    นายภูสิต เพ็ญศิริ นักวิเคราะห์การตลาด เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นความผิดพลาด ของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ที่ไม่ออกมาแก้สถานการณ์ตั้งแต่เริ่มแรก หากฮอนด้าสามารถเจรจากับลูกค้าได้ เรื่องราวจะไม่บานปลาย

    ขณะเดียวกัน สิ่งหนึ่งที่จะส่งผลกระทบตามมาคือ จะทำให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไป ย้อนนึกภาพไปถึงเรื่องในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับรุ่นซีอาร์วี นั่นก็คือ เรื่องที่ดีลเลอร์นครสวรรค์ ได้ย้อมแมวขายรถให้กับลูกค้าก่อนหน้านี้ นั่นหมายความว่า ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ไว้วางใจกระบวนการผลิตมากขึ้น

    "หากมองแง่ผลกระทบที่มีต่อแบรนด์ ผมเชื่อว่าคงไม่ส่งผลกระทบนัก เพราะฮอนด้าอยู่ในเมืองไทยมานาน สร้างความเชื่อมั่นโดยเฉพาะกับลูกค้าที่ชอบแบรนด์ฮอนด้าอย่างเหนียวแน่น ที่ผ่านมา ฮอนด้าก็แสดงให้เห็นว่า ลงทุนในเมืองไทยจริงจัง แต่สิ่งที่ฮอนด้าพลาดคือ ไม่เร่งออกมาแก้สถานการณ์ให้เร็วกว่านี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ เพราะอย่าลืมว่าวัฒนธรรมของคนไทยคือ การประนีประนอม" นายภูสิตกล่าว

    สำหรับในเรื่องของความผิดพลาดในการประกอบนั้น ปัจจุบันต้องยอมรับว่าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอุตสาหกรรมรถยนต์เท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับทุกผลิตภัณฑ์ เพียงแต่ว่าจะเกิดขึ้นมากหรือน้อย หนักหรือเบา ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นบทเรียนอันสำคัญ ขณะเดียวกัน สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต คือหากเกิดกรณีเช่นนี้อีก เชื่อว่าจะเกิดการลอกเลียนแบบ และผู้บริโภคจะมีการเรียกร้องสิทธิกันมากขึ้น

    ชี้ทุกอุตสาหกรมต้องมี "คิวซีพี"

    "ต่อไปนี้ ในทุกๆ อุตสาหกรรมคุณจะมีคิวซีพี หรือการรับประกันคุณภาพการประกอบเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่คุณต้องมีคิวซีเอฟด้วย นั่นก็คือ การรับประกันทางความรู้สึก เพราะถ้าคุณไม่รีบแก้ไขด้วยการระงับความรู้สึกโกรธของลูกค้าได้ เหตุการณ์ก็จะออกมาเป็นแบบนี้ หากเป็นลูกค้าที่มีแบรนด์ลอยัลตี้คงไม่กระทบ แต่ลูกค้าใหม่อาจมีบ้างเล็กน้อย"

    ด้านแหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์รายหนึ่ง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะอาจจะเกิดจากปัญหาของการบริหารจัดการด้านความเสี่ยง ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับสินค้าประเภทรถยนต์ ที่เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับลูกค้า โดยเฉพาะในไทย ทั้งนี้ เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้าที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด

    เหตุการณ์ดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างภาพลักษณ์ของแบรนด์ ที่สร้างขึ้นกับข้อเท็จจริงที่ลูกค้าได้รับ ซึ่งปกติรถยนต์จะเป็นสินค้าที่สร้างขึ้น เพื่อให้ลูกค้าเข้าสร้างประสบการณ์ต่อยอดจากภาพลักษณ์ที่บริษัทสื่อสารออกไป หากว่าไม่สามารถที่จะสร้างความพึงพอใจอย่างเดียวกันกับที่ลูกค้าได้รับจากสื่อ อาจจะทำให้เกิดปัญหาเช่นที่เกิดขึ้นนี้ได้อีก

    นายณัฐวุฒิ ศรีกตัญญู นักวิชาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษาที่การปล่อยให้คำร้องเรียนของลูกค้า ซึ่งในส่วนของผู้ปฏิบัติอย่างดีลเลอร์ น่าจะเป็นผู้จัดการ แต่พอเรื่องราวผ่านสื่อแล้วกลับทำให้เกิดความเสียหายต่อแบรนด์โดยรวมของบริษัท ซึ่งสิ่งที่ฮอนด้าจะต้องทำเป็นการเร่งด่วน ก็คือ การควบคุมผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยอาจจะต้องออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน ว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด และมีวิธีการแก้ไขกับปัญหานั้นอย่างไรอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า จะพบกรณีนี้ได้ในอัตราส่วน 1 ใน 100

    มติชน

    นายประพิศ ยอดสุวรรณ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก แห่ง สคบ. ให้ข้อมูลว่า ปัญหารถมาอันดับต้นๆ อยู่ในอันดับ 1-3 มีทั้งรถใหม่ และรถมือสอง

    ในปี พ.ศ.2547 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2546-กันยายน 2547 มีผู้บริโภคร้องเรียนเกี่ยวกับรถยนต์ 300 ราย

    สคบ.สามารถไกล่เกลี่ยเจรจาจนเป็นที่พอใจ 265 ราย มีกรณีที่เปลี่ยนรถและซื้อรถคืน 11 ราย รวมค่าชดเชยทั้งหมดเป็นเงินจำนวน 6,171,545 บาท

    ส่วนทางด้านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภครับร้องเรียนปัญหาเรื่องรถๆ ทั้งที่อยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้อง และชนะคดีมีดังนี้

    1.กรณีผู้ซื้อรถมาสด้า แลนติส 2000 ซีซี วี6 ฟ้องร้องต่อศาลว่า ขณะขับรถเกิดอาการล้อล็อก เพลาหลุด หักพวงมาลัยแล้วรถไม่เลี้ยว จึงไถลชนกับขอบถนนทำให้พลิกคว่ำ แต่ถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน เพราะไม่ได้ติดตั้งตามที่ได้ขออนุญาตนำเข้าและโฆษณาไว้ เหตุเกิดเมื่อปี 2539 และกล่าวหาว่าบริษัทไม่รับผิดชอบ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลยุติธรรม

    2.ผู้ซื้อรถเปอโยต์ รุ่น 205 จีอาร์ ไฟส่องสูงไม่ทำงาน สวิตช์เปิด-ปิดแอร์หัก ต่อมาท่อไอเสียหัก เวลาขับจะมีเสียงดังมาก ระบบเบรกห้ามล้อจมหายไปเฉยๆ ตรวจสอบโรงงานในประเทศฝรั่งเศส พบว่ารถดังกล่าวผลิตในปี 2536 กว่ารถจะนำออกขายก็เก่าเก็บกว่า 4 ปี ทางบริษัทขยายอายุประกันและจะบริการซ่อมให้ถ้ารถเสียอีก

    3.ผู้ซื้อรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค อีเอ็กซ์ไอ 2001 ป้ายแดง ออกรถครึ่งปีต้องเข้าศูนย์ซ่อมทุกเดือน แก้ไขหลายรายการ รถยังไม่สมบูรณ์ ล่าสุด หลังคารั่วทำให้น้ำขังในห้องผู้โดยสาร ตามนโยบายของบริษัทคือซ่อมจนกว่าจะหมดอายุประกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ

    4.ผู้ซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ ร้องเรียนบริษัท โตโยต้ามอเตอร์(ประเทศไทย) ว่า มีไฟเตือนความผิดปกติของเครื่องซ่อนและเข้าซ่อมศูนย์บริการหลายครั้ง หลังจากใช้งานไม่นานเกิดการลุกไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ

    5.ผู้ซื้อรถบีเอ็มดับเบิลยู รุ่น 323 ไอเอ ระบบเกียร์ขับเคลื่อนเสีย รถไม่มีแรงวิ่งและทำท่าจะดับ ขณะขับมีเสียงดังจากใต้ท้องรถ ต้องนำรถเข้าซ่อมที่ศูนย์บริการหลายครั้ง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นอกจากนี้ มีผู้ใช้รถรุ่นดังกล่าวอีกนับสิบรายมีปัญหาเดียวกัน โดยผู้ซื้อขอคืนรถยนต์ แต่บริษัทยืนยันว่าไม่มีนโยบายรับคืนหรือเปลี่ยนรถให้ลูกค้า แต่จะเปลี่ยนระบบเกียร์ให้ ซึ่งผู้ซื้อได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและฟ้องเป็นคดีต่อศาล

    ศาลแพ่งตัดสินให้บริษัทคืนเงินจำนวน 2.23 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% นับจากวันที่รถยนต์เสีย 19 พฤษภาคม 2544

    6.กรณีผู้ซื้อรถเชฟโรเลต ซาฟิรา รุ่น 2.2ซีดีเอ็กซ์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2544 เป็นรถป้ายแดง ใช้ 7 วัน เสียเป็น 10 รายการ ร้องขอเปลี่ยนรถคันใหม่หรือขอเงินคืน แต่บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส(ประเทศไทย) จำกัด และเชฟโรเลต เซลส์(ประเทศไทย)จำกัด อ้างว่าไม่มีนโยบายเปลี่ยนหรือรับรถคืน จะรับผิดชอบด้วยการซ่อมให้ถ้ารถเสียอีก แต่หลังจากผู้บริโภคนำรถออกประท้วงต่อสังคม บริษัทยอมรับรถคืนและคืนเงินให้ โดยไม่คิดค่าเสื่อมราคา

    มติชน

    นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ โฆษกอัยการสูงสุด กล่าวว่า หากรถยนต์คันดังกล่าวเป็นการเช่าซื้อ แต่เมื่อมีการทำลายรถยนต์เกิดขึ้น ทางบริษัทยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันนั้น สามารถดำเนินคดีกับผู้ทุบทำลายได้ แต่หากไม่ประสงค์จะดำเนินคดีสามารถจดบันทึกเป็นหลักฐานเอาไว้ได้

    นายศิริศักดิ์กล่าวว่า กรณีที่ซื้อรถยนต์ใหม่ๆ แต่เกิดเหตุขัดข้องอยู่เป็นประจำโดยที่ไม่ทราบสาเหตุนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าบริษัทที่ขายรถให้นั้น มีเจตนาปกปิดข้อมูลผู้ซื้อกรณีที่รถยนต์คันดังกล่าวมีสภาพไม่สมบูรณ์เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ทางผู้ซื้อสามารถแจ้งความดำเนินคดีหรือยื่นฟ้องฐานฉ้อโกงได้ แต่หากไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าบริษัทผู้ขายรถยนต์มีเจตนาปกปิด ผู้ซื้อสามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ โดยพิสูจน์ให้เห็นว่าจะต้องเสียเวลา สูญเสียโอกาสในการใช้รถยนต์ทำประโยชน์ และสูญเสียเงินที่ต้องซ่อมแซมรถยนต์ไปเท่าใด