อดีตพนักงานแบงก์กรุงเทพ สาขาอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เกิดความเครียดหลังถูกไล่ออกจากงาน กระชาก 9 มม.รัว 7 นัดเพื่อนร่วมงานดับ 2 ศพเจ็บ 1 ราย พร้อมยิงขมับตัวเองหนีความผิด
เมื่อเช้าวันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ต.ณรงค์ เพชรทอง สวส.สภ.อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอำเภออู่ทอง ตั้งอยู่เลขที่ 801 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง ผบก.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สายัณห์ ฟักทับ ผกก. พ.ต.ท.อรรถชัย อุ้ยเถาวัลย์ รอง ผกก.ป.
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บริเวณเคาน์เตอร์ด้านหลังของธนาคาร พบศพผู้เสียชีวิตนอนตายอยู่เก้าอี้ทำงานจำนวน 3 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือนายจรูญวิทย์ ไทยศรีวิชัย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยบริการ อาวุโส 11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ชายโครงซ้าย 2 นัด
ใกล้กันเจ้าหน้าที่ยังพบศพนายพิทยา สัมพันธ์สันติกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 9 ต.กระจัน อ.อู่ทอง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยบริการ 11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่ใต้ตาขวา ใต้คาง และคอ แห่งละ 1 นัดนั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอีกเช่นกัน ถัดไปยังพบศพของนายสวาท ไทยศรีวิชัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ต.อู่ทอง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายจรูญวิทย์ และนายพิทยา นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้เช่นกัน โดยใช้อาวุธปืนขนาดเดียวกัน ยิงเข้าที่บริเวณขมับด้านซ้ายของตัวเองเสียชีวิตคาที่
นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.อู่ทอง ทราบชื่อว่านายวิพล แก้วสระแสน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.อู่ทอง ซึ่งเป็นคนขับรถผู้จัดการ ถูกยิงเข้าหน้าท้องจำนวน 1 นัด
จากการสอบสวนนางศันสนีย์ สุรพงศ์ศานุรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ ให้การว่า ผู้ลงมือก่อเหตุคือนายสวาท ซึ่งเป็นอดีตพนักงานบริการลูกค้าของธนาคาร แต่โดนให้ออกจากธนาคารไปเมื่อประมาณ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากมีความประพฤติไม่ดี เพราะนายสวาทเป็นคนที่ชอบกินเหล้าและมีอาการเมามายมาทำงานทุกวัน ทำให้เสียงาน ทางธนาคารจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และให้กลับตัวกลับใจ แต่นายสวาทก็ยังคงมีพฤติกรรมเหมือนเดิม จึงต้องให้ลาออกจากงาน
นอกจากนี้ ก่อนที่ทางธนาคารจะให้นายสวาทลาออกจากงาน นายสวาทยังได้มีอาการเมาเข้ามาทำงาน และทะเลาะวิวาทกับแม่บ้าน จนถึงขั้นขว้างแก้วน้ำใส่หน้าแม่บ้านของธนาคาร จนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกันมาก่อนหน้านี้ ส่วนสาเหตุนั้นเชื่อว่านายสวาทอาจจะเกิดจากความอาการเครียดที่ตกงาน ประกอบกับกินเหล้าเข้าไปจึงกลับมาหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
ทางด้านนางอุษา ผงสุวรรณ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่อำนวยบริการ 11 ธนาคารเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุทางธนาคารเพิ่งจะเริ่มเปิดทำการได้ไม่นาน โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการพอสมควร แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายสวาทเดินเข้ามาในธนาคารด้วยอาการเมาสุรา โดยเดินเป๋ไปเป๋มาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหานายจรูญวิทย์ และขอให้ช่วยดูว่า มีเอกสารส่งมาถึงหรือเปล่า นายจรูญวิทย์ จึงได้บอกกลับไปว่าให้รอสักครู่จะดูให้
จากนั้น นายสวาทก็ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม.ออกมายิงนายจรูญวิทย์ และนายพิทยา อย่างบ้าคลั่ง และยังไล่ยิงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ และพนักงานทำความสะอาด แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่คนอื่นวิ่งหนีได้ทัน หลังเกิดเหตุ นายสวาทได้นั่งสงบสติอารมณ์ที่โต๊ะทำงานในธนาคารสักครู่ ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับปลิดชีพตัวเอง
พล.ต.ต.สมบูรณ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายสวาทซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตประสาท เพราะมีความเครียดเรื่องครอบครัวที่ภรรยาและลูกทิ้งไป ประกอบกับถูกให้ออกจากงาน จึงเกิดอาการเครียดมากยิ่งขึ้น และดื่มเหล้าทุกวันจนเมามายและครองสติไม่อยู่ ก่อนเกิดเหตุทราบว่าได้นั่งกินเหล้าจนสว่าง และมานั่งรอจนธนาคารเปิด และก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานดังกล่าว
เมื่อเช้าวันที่ 22 ต.ค. พ.ต.ต.ณรงค์ เพชรทอง สวส.สภ.อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันตายภายในธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาอำเภออู่ทอง ตั้งอยู่เลขที่ 801 หมู่ 6 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง ผบก.สุพรรณบุรี พ.ต.อ.สายัณห์ ฟักทับ ผกก. พ.ต.ท.อรรถชัย อุ้ยเถาวัลย์ รอง ผกก.ป.
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ บริเวณเคาน์เตอร์ด้านหลังของธนาคาร พบศพผู้เสียชีวิตนอนตายอยู่เก้าอี้ทำงานจำนวน 3 ศพ ทราบชื่อต่อมาคือนายจรูญวิทย์ ไทยศรีวิชัย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ต.ทุ่งคอก อ.สองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยบริการ อาวุโส 11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่ชายโครงซ้าย 2 นัด
ใกล้กันเจ้าหน้าที่ยังพบศพนายพิทยา สัมพันธ์สันติกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 9 ต.กระจัน อ.อู่ทอง ตำแหน่งเจ้าหน้าที่อำนวยบริการ 11 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกัน เข้าที่ใต้ตาขวา ใต้คาง และคอ แห่งละ 1 นัดนั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอีกเช่นกัน ถัดไปยังพบศพของนายสวาท ไทยศรีวิชัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 1 ต.อู่ทอง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นผู้ก่อเหตุยิงนายจรูญวิทย์ และนายพิทยา นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้เช่นกัน โดยใช้อาวุธปืนขนาดเดียวกัน ยิงเข้าที่บริเวณขมับด้านซ้ายของตัวเองเสียชีวิตคาที่
นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.อู่ทอง ทราบชื่อว่านายวิพล แก้วสระแสน อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 หมู่ 3 ต.อู่ทอง ซึ่งเป็นคนขับรถผู้จัดการ ถูกยิงเข้าหน้าท้องจำนวน 1 นัด
จากการสอบสวนนางศันสนีย์ สุรพงศ์ศานุรักษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ ให้การว่า ผู้ลงมือก่อเหตุคือนายสวาท ซึ่งเป็นอดีตพนักงานบริการลูกค้าของธนาคาร แต่โดนให้ออกจากธนาคารไปเมื่อประมาณ 1 เดือนแล้ว เนื่องจากมีความประพฤติไม่ดี เพราะนายสวาทเป็นคนที่ชอบกินเหล้าและมีอาการเมามายมาทำงานทุกวัน ทำให้เสียงาน ทางธนาคารจึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และให้กลับตัวกลับใจ แต่นายสวาทก็ยังคงมีพฤติกรรมเหมือนเดิม จึงต้องให้ลาออกจากงาน
นอกจากนี้ ก่อนที่ทางธนาคารจะให้นายสวาทลาออกจากงาน นายสวาทยังได้มีอาการเมาเข้ามาทำงาน และทะเลาะวิวาทกับแม่บ้าน จนถึงขั้นขว้างแก้วน้ำใส่หน้าแม่บ้านของธนาคาร จนถึงขั้นแจ้งความดำเนินคดีกันมาก่อนหน้านี้ ส่วนสาเหตุนั้นเชื่อว่านายสวาทอาจจะเกิดจากความอาการเครียดที่ตกงาน ประกอบกับกินเหล้าเข้าไปจึงกลับมาหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่ของธนาคาร และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
ทางด้านนางอุษา ผงสุวรรณ อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่อำนวยบริการ 11 ธนาคารเดียวกัน เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุทางธนาคารเพิ่งจะเริ่มเปิดทำการได้ไม่นาน โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการพอสมควร แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อนายสวาทเดินเข้ามาในธนาคารด้วยอาการเมาสุรา โดยเดินเป๋ไปเป๋มาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหานายจรูญวิทย์ และขอให้ช่วยดูว่า มีเอกสารส่งมาถึงหรือเปล่า นายจรูญวิทย์ จึงได้บอกกลับไปว่าให้รอสักครู่จะดูให้
จากนั้น นายสวาทก็ได้ชักอาวุธปืนขนาด 9 มม.ออกมายิงนายจรูญวิทย์ และนายพิทยา อย่างบ้าคลั่ง และยังไล่ยิงเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ และพนักงานทำความสะอาด แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่คนอื่นวิ่งหนีได้ทัน หลังเกิดเหตุ นายสวาทได้นั่งสงบสติอารมณ์ที่โต๊ะทำงานในธนาคารสักครู่ ก่อนใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับปลิดชีพตัวเอง
พล.ต.ต.สมบูรณ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทราบว่า นายสวาทซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุมีอาการทางจิตประสาท เพราะมีความเครียดเรื่องครอบครัวที่ภรรยาและลูกทิ้งไป ประกอบกับถูกให้ออกจากงาน จึงเกิดอาการเครียดมากยิ่งขึ้น และดื่มเหล้าทุกวันจนเมามายและครองสติไม่อยู่ ก่อนเกิดเหตุทราบว่าได้นั่งกินเหล้าจนสว่าง และมานั่งรอจนธนาคารเปิด และก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานดังกล่าว


