สืบพยานโจทก์ คดีห้างทอง สุดไฮเทค บุตรชายห้างทอง ขนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ คัดถ่ายสำเนาภาพศพบิดากลางศาล ช่วย อานพดล สู้คดี ด้านพยานน้องสุดท้อง เบิกความชี้ ห้างทอง เครียดก่อนพบจุดจบ
ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (30 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ครั้งที่สาม ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ธรรมวัฒนะ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต สส.กทม.พรรคประชากรไทย พี่ชายตนเองโดยไตร่ตรองไว้ก่อน สำหรับการสืบพยานในนัดนี้ นายจังหวัด ธรรมวัฒนะ บุตรชาย ของนายห้างทอง ได้เดินทางมาร่วมฟังสืบพยานโจทก์ และนำเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป และเครื่องปริ้นเตอร์ เลเซอร์ มาใช้ในห้องพิจารณาคดี เพื่อคัดสำเนาภาพถ่าย ห้องที่เกิดเหตุ ภาพการเสียชีวิตของนายห้างทอง และคัดสำเนาคำเบิกความของพยานโจทก์ ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่ฝ่ายจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอไว้
สำหรับการสืบพยานโจทก์ปากที่สอง วันนี้ อัยการนำ นางฐานิยา หรือ นงนุช ธรรมวัฒนะ อายุ 41 ปี น้องสาวของนายห้างทอง และนายนพดล หนึ่งในสาม ทายาทที่ถูกตัดออกจากกองมรดกของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ มารดา เข้าเบิกความ สรุปว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 42 เวลาประมาณ 3 นาฬิกาเศษ ได้รับแจ้งจาก นายบุญชัย หลีระพันธ์ สามีของนางมัลลิการ์ พี่สาว ว่า นายห้างทอง เสียชีวิตที่บ้านธรรมวัฒนะ ซึ่งขณะนั้น ตนพักอาศัยอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 71 แขวง และเขตลาดพร้าว กทม.
จึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับสามี โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่ได้สังเกตว่า มีพนักงานรักษาความปลอดภัย อยู่ตรงที่ประตูทางเข้าด้านหลังหรือไม่ จากนั้น จึงได้ตรงไปที่ลิฟท์ของบ้าน เพื่อขึ้นไปชั้นที่ 4 ห้องเกิดเหตุที่นายห้างทอง เสียชีวิต พบศพของผู้ตาย อยู่ในลักษณะนอนพิง กับพนักเก้าอี้ มีหยดเลือดไหลมาจากศีรษะ ตกลงบนพื้นพรม พบปืนตก อยู่ที่หน้าตักของผู้ตาย รอบห้องที่เกิดเหตุ มีตำรวจอยู่จำนวนหลายนาย แต่จำไม่ได้ว่า ชั้นยศ ประทวน หรือสัญญาบัตร เห็นนายปริญญา ธรรมวัฒนะ พี่ชายของพยาน กำลังยืนถ่ายรูปศพของนายห้างทอง นางคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ พี่สาวอีกคนหนึ่ง นั่งพิงฝาผนังห้อง นางมัลลิการ์ และนายบุญชัย โดยขณะนั้น ยังไม่ผู้ใดแตะต้องศพ หรือสิ่งของบนโต๊ะกลาง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพ ไปยังสถาบันนิติเวช ขณะนั้นเป็นเวลาสว่างแล้ว
อย่างไรก็ตาม นางนงนุช เบิกความต่อว่า ได้พบกับนายห้างทอง เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนการเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2542 ที่ตลาดยิ่งเจริญ วันทำบุญครบรอบการเสียชีวิต ของนายเทอดชัย ธรรมวัฒนะ หรือ ผู้ใหญ่แดง พี่ชายต่างบิดา โดยนายห้างทอง เมื่อเห็นหน้าตน มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหมองคล้ำ และคิ้วขมวดตลอดเวลา การพูดคุยกับผู้ตาย มีประเด็นในเรื่องทั่วไป
โดยไม่ได้คุย เรื่องโครงการแต่งงานของพี่ชาย นับแต่นางสุวพีร์ เสียชีวิต ได้พบกับนายห้างทองประมาณ 2 เดือนต่อครั้ง เพราะผู้ตายมีงาน ธุรกิจมาก เข้าพบลำบาก
จากนั้น นางนงนุช ได้เบิกความ ในประเด็นต่างๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องของพินัยกรรม ที่ถูกตัดออกจากกองมรดกของมารดา ก่อนศาลสั่งพักการพิจารณา และนัดสืบพยานต่อในช่วงบ่าย
ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (30 ก.ย.) เวลา 09.00 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ครั้งที่สาม ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายนพดล ธรรมวัฒนะ เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่านายห้างทอง ธรรมวัฒนะ อดีต สส.กทม.พรรคประชากรไทย พี่ชายตนเองโดยไตร่ตรองไว้ก่อน สำหรับการสืบพยานในนัดนี้ นายจังหวัด ธรรมวัฒนะ บุตรชาย ของนายห้างทอง ได้เดินทางมาร่วมฟังสืบพยานโจทก์ และนำเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค กล้องถ่ายรูป และเครื่องปริ้นเตอร์ เลเซอร์ มาใช้ในห้องพิจารณาคดี เพื่อคัดสำเนาภาพถ่าย ห้องที่เกิดเหตุ ภาพการเสียชีวิตของนายห้างทอง และคัดสำเนาคำเบิกความของพยานโจทก์ ซึ่งศาลได้อนุญาตตามที่ฝ่ายจำเลย ได้ยื่นคำร้องขอไว้
สำหรับการสืบพยานโจทก์ปากที่สอง วันนี้ อัยการนำ นางฐานิยา หรือ นงนุช ธรรมวัฒนะ อายุ 41 ปี น้องสาวของนายห้างทอง และนายนพดล หนึ่งในสาม ทายาทที่ถูกตัดออกจากกองมรดกของนางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ มารดา เข้าเบิกความ สรุปว่า เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 42 เวลาประมาณ 3 นาฬิกาเศษ ได้รับแจ้งจาก นายบุญชัย หลีระพันธ์ สามีของนางมัลลิการ์ พี่สาว ว่า นายห้างทอง เสียชีวิตที่บ้านธรรมวัฒนะ ซึ่งขณะนั้น ตนพักอาศัยอยู่ที่ซอยลาดพร้าว 71 แขวง และเขตลาดพร้าว กทม.
จึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับสามี โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ไม่ได้สังเกตว่า มีพนักงานรักษาความปลอดภัย อยู่ตรงที่ประตูทางเข้าด้านหลังหรือไม่ จากนั้น จึงได้ตรงไปที่ลิฟท์ของบ้าน เพื่อขึ้นไปชั้นที่ 4 ห้องเกิดเหตุที่นายห้างทอง เสียชีวิต พบศพของผู้ตาย อยู่ในลักษณะนอนพิง กับพนักเก้าอี้ มีหยดเลือดไหลมาจากศีรษะ ตกลงบนพื้นพรม พบปืนตก อยู่ที่หน้าตักของผู้ตาย รอบห้องที่เกิดเหตุ มีตำรวจอยู่จำนวนหลายนาย แต่จำไม่ได้ว่า ชั้นยศ ประทวน หรือสัญญาบัตร เห็นนายปริญญา ธรรมวัฒนะ พี่ชายของพยาน กำลังยืนถ่ายรูปศพของนายห้างทอง นางคนึงนิตย์ ธรรมวัฒนะ พี่สาวอีกคนหนึ่ง นั่งพิงฝาผนังห้อง นางมัลลิการ์ และนายบุญชัย โดยขณะนั้น ยังไม่ผู้ใดแตะต้องศพ หรือสิ่งของบนโต๊ะกลาง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายศพ ไปยังสถาบันนิติเวช ขณะนั้นเป็นเวลาสว่างแล้ว
อย่างไรก็ตาม นางนงนุช เบิกความต่อว่า ได้พบกับนายห้างทอง เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนการเสียชีวิต เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2542 ที่ตลาดยิ่งเจริญ วันทำบุญครบรอบการเสียชีวิต ของนายเทอดชัย ธรรมวัฒนะ หรือ ผู้ใหญ่แดง พี่ชายต่างบิดา โดยนายห้างทอง เมื่อเห็นหน้าตน มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหมองคล้ำ และคิ้วขมวดตลอดเวลา การพูดคุยกับผู้ตาย มีประเด็นในเรื่องทั่วไป
โดยไม่ได้คุย เรื่องโครงการแต่งงานของพี่ชาย นับแต่นางสุวพีร์ เสียชีวิต ได้พบกับนายห้างทองประมาณ 2 เดือนต่อครั้ง เพราะผู้ตายมีงาน ธุรกิจมาก เข้าพบลำบาก
จากนั้น นางนงนุช ได้เบิกความ ในประเด็นต่างๆ ส่วนใหญ่เกี่ยวกับเรื่องของพินัยกรรม ที่ถูกตัดออกจากกองมรดกของมารดา ก่อนศาลสั่งพักการพิจารณา และนัดสืบพยานต่อในช่วงบ่าย


