xs
xsm
sm
md
lg

เมื่อธนาคารแข่งขันออกบัตรเสมือน (VIRTUAL CARD)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: กิตตินันท์ นาคทอง



กิตตินันท์ นาคทอง Facebook.com/kittinanlive

บัตรเสมือน (VIRTUAL CARD) ไม่ใช่บัตรพลาสติก แต่เป็นข้อมูลบัตรสำหรับซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ต ประกอบด้วยเลขที่บัตร 16 หลัก เดือนและปีที่หมดอายุบัตร ชื่อผู้ถือบัตร และรหัส CVV/CVC

บัตรเสมือนในไทยมี 3 รูปแบบหลัก เหมือนบัตรพลาสติก ได้แก่ บัตรเครดิต (Credit Card) ผูกกับบัญชีบัตรเครดิต, บัตรเดบิต (Debit Card) ผูกกับบัญชีออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน และ บัตรเติมเงิน (Prepaid Card) ผูกกับบัญชีอี-วอลเล็ต

เดิมบัตรเสมือนมีไว้ใช้ซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องแสดงบัตรตัวจริงในการชำระเงิน ซึ่งจะต้องทำรายการผ่านอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งเป็นหลัก วัตถุประสงค์เพื่อแยกข้อมูลระหว่างบัตรเสมือนกับบัตรตัวจริง ซึ่งใช้วงเงินเดียวกัน

บางคนอาจจะมองว่ายุ่งยาก แต่ก็มีข้อดีตรงที่สมมติว่าทำรายการผ่านบัตรไปแล้วเกิดถูกโจรกรรมข้อมูล หลังปฏิเสธรายการกับธนาคารแล้ว สามารถระงับและเปลี่ยนบัตรออนไลน์ได้ แต่ถ้าเป็นบัตรตัวจริง ต้องยกเลิกบัตรเดิม ขอออกบัตรใหม่

ส่วนข้อเสียก็คือ ไม่ใช่บัตรพลาสติก ไม่มีบัตรพลาสติก จึงไม่สามารถทำรายการผ่านเครื่อง EDC ได้เหมือนบัตรทั่วไป ไม่สามารถทำรายการผ่านเครื่องเอทีเอ็มได้ (แต่ปัจจุบันสามารถถอนเงินไม่ใช้บัตร หรือเช็กยอดผ่านแอปพลิเคชันธนาคารนั้นๆ ได้)

อีกทั้งบางเว็บไซต์ที่ต้องใช้บัตรตัวจริงยืนยันตัวตน เช่น สายการบินบางแห่ง หากมีการชำระเงินไปแล้ว ในวันเดินทางถ้าเจ้าหน้าที่ขอดูบัตรตัวจริง จะต้องแสดงเอกสารการชำระเงินจากทางธนาคาร ไม่เช่นนั้นจะถูกปฏิเสธการเช็กอิน

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ถูกพัฒนาไปยังสมาร์ทโฟน เราสามารถผูกกับแพลตฟอร์มอี-วอลเล็ต เช่น ทรูมันนี่ (TrueMoney) แรบบิทไลน์เพย์ (Rabbit LINEPay) ดอลฟิน (Dolfin) เพื่อใช้จ่ายที่ร้านค้า

หรือจะผูกกับบริการออนไลน์ให้ตัดค่าบริการโดยตรง เช่น จ่ายบิลมือถือหรือเน็ตบ้าน ชอปปิ้งออนไลน์ บริการเรียกรถ ส่งอาหาร คอนเทนต์ออนไลน์ วีดีโอออนดีมานด์ หรือซื้อแอปพลิเคชันและเกมส์จาก App Store และ Google Play เป็นต้น

จากเดิมบัตรเสมือนจะมีให้บริการโดยล็อกอินผ่านเว็บไซต์ ปัจจุบันเริ่มมีให้เห็นบนแอปพลิเคชัน เช่น TrueMoney WECARD, AIS mPAY Mastercard, DeepPocket VISA, Wallet@Post Card หรือ ShopeePay Card (AirPay Card เดิม)

ขณะที่ธนาคารเริ่มลงมาออกผลิตภัณฑ์บัตรเสมือนผ่านมือถือบ้างแล้ว เช่น LINE BK ธนาคารกสิกรไทย ออก บัตรเดบิต LINE BK หนึ่งในนั้นมีบัตรเดบิตออนไลน์ ฟรีค่าธรรมเนียม รับเงินคืน 0.5% เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) ออก บัตรเดบิต ALL FREE Digital ในแอปพลิเคชัน TMB TOUCH ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี เหมาะสำหรับใช้จ่ายแบบออนไลน์ ไม่มีค่าความเสี่ยงจากสกุลเงินต่างประเทศ (FX Rate) 2.5%

ล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ออก บัตรเดบิต Krungthai FUN Card สามารถออกบัตรเดบิตได้ด้วยตนเองบนแอปพลิเคชัน KRUNGTHAI NEXT ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี มีหน้าบัตรออนไลน์ให้เลือกถึง 8 ลาย

ส่วนตัวชอบบัตรเดบิต Krungthai FUN Card มากที่สุด เพราะใช้งานง่าย และมีหน้าบัตรที่เหมาะกับบุคลิกของแต่ละคน แต่ถ้าจะสามารถเปลี่ยนรูป เสมือนออกแบบลายบัตรได้เอง เหมือนเปลี่ยนรูปโปร์ไฟล์บนแอปพลิเคชันจะดีมาก


บัตรเสมือนแต่ละใบสามารถเปิด-ปิดการใช้งาน และตั้งค่าวงเงินสูงสุดที่ใช้จ่ายได้ตามต้องการ และเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเสมือน จะมี SMS หรือข้อความจากแอปฯ แจ้งเตือนว่ามีการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ร้านค้าใด และจำนวนเงินเท่าไหร่

ส่วนอายุการใช้งานของบัตรขึ้นอยู่กับธนาคารจะกำหนด อย่างบัตรเดบิตออนไลน์ LINE BK และบัตร ALL FREE Digital มีอายุบัตร 2 ปี ส่วนบัตรเดบิต Krungthai FUN Card มีอายุบัตร 5 ปี

อาจมีคนสงสัยว่า ธนาคารออกบัตรเสมือนฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี จะมีรายได้จากตรงไหน โดยปกติแล้วธนาคารผู้ออกบัตรจะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียม จากการที่ร้านค้าให้ลูกค้าชำระผ่านระบบ Payment Gateway

ในขณะที่ร้านค้าที่รับเครื่องรูดบัตร EDC ถูกลดค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตเหลือ 0.55% แต่บริการ Payment Gateway ที่เชื่อมต่อกับระบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน จะได้ค่าธรรมเนียมเยอะกว่า อยู่ที่ 2.5-3.0% ขึ้นอยู่กับขนาดร้านค้าออนไลน์

ร้านค้าออนไลน์จะเป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียม ธนาคารผู้ออกบัตรได้มากที่สุด รองลงมาคือธนาคารหรือผู้ให้บริการ Payment Gateway ส่วนเครือข่ายรับบัตร เช่น VISA หรือ MasterCard แม้ได้น้อยสุดแต่ก็เหมือนเสือนอนกิน

เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นบรรดาธนาคารต่างๆ จัดโปรโมชันชอปออนไลน์ผ่านบัตรเดบิต รวมทั้งบัตรเสมือน โดยให้เครดิตเงินคืน โค้ดส่วนลด หรือสะสมจำนวนครั้งเพื่อแลกของรางวัน กระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายออนไลน์แทนเงินสด

เมื่อธนาคารสามารถออกบัตรเสมือน ผ่านแอปพลิเคชันให้แก่ลูกค้าได้ โดยที่ลูกค้าทำรายการผ่านมือถือ ไม่ต้องไปสาขา ไม่ต้องมีต้นทุนผลิตบัตรพลาสติก ต้นทุนการดำเนินงานของสาขา เท่ากับว่าทุ่นค่าใช้จ่ายไปได้อีก

ส่วนลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น แม้จะไม่มีบัตรพลาสติกแต่ยังสามารถถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปฯ ได้ และใช้บัตรเสมือนชอปออนไลน์หรือผูกกับแอปพลิเคชันอี-วอลเล็ตได้ฟรี เท่ากับประหยัดค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตรายปี 200-400 บาทต่อปี

ถึงอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่อยากจะย้ำอยู่เสมอว่า ข้อมูลบนบัตรเสมือน เช่น เลขที่บัตร 16 หลัก เดือนและปีที่หมดอายุบัตร ชื่อบนหน้าบัตร และที่สำคัญมากที่สุดคือ รหัส CVV ควรเก็บไว้เป็นความลับและอย่าให้หลุดไปถึงบุคคลอื่น

ปัจจุบัน เครือข่ายรับบัตรชั้นนำ มีบริการรักษาความปลอดภัยเมื่อชำระเงินด้วยบัตร เช่น Verified by Visa หรือ MasterCard Secure Code ถ้าเป็นไปได้ให้สมัครไว้ก่อนเพื่อเพิ่มความปลอดภัย แต่การป้องกันตนเองก็สำคัญไม่แพ้กัน


บัตรเดบิตเสมือน ในแอปพลิเคชันบางธนาคาร จะให้เข้าสู่ระบบโดยใส่ PIN 6 หลัก หรือขอรหัส SMS OTP ก่อนที่จะเห็นข้อมูลบัตรทั้งหมด ขอย้ำเลยว่าไม่แนะนำให้ “แคปหน้าจอ” เพราะถ้าหลุดไปถึงบุคคลอื่นอาจจะเสียหายต่อเงินในบัญชีได้

รวมถึงอย่าบันทึกข้อมูลบัตรลงในบราวเซอร์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากคอมพิวเตอร์ถูกแฮก ส่วนเว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์ ถ้าจะผูกบัตรลงในเว็บไซต์เพื่อสะดวกในการชำระเงิน ควรทำเฉพาะเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ สังเกตที่รูปกุญแจสีเขียว

ในกรณีที่บัตรเสมือนใบนั้นไม่ได้ผูกกับแอปพลิเคชันใดๆ สามารถทำรายการเปิด-ปิดการใช้งานบัตรชั่วคราวได้ และเมื่อต้องการทำรายการชอปออนไลน์ หรือทำธุรกรรมต่างๆ ถึงค่อยเปิดบัตรเพื่อใช้งานต่อได้

และที่เน้นย้ำบ่อยๆ คือ หมั่นตรวจสอบยอดเงินในบัญชี และสมัครบริการแจ้งเตือนผ่านไลน์หรือแอปพลิเคชันธนาคารได้ฟรี บางธนาคารมีบริการส่ง SMS แสดงรายการใช้จ่ายผ่านบัตรโดยไม่มีค่าธรรมเนียม (เพราะไม่ใช่ SMS แจ้งเงินเข้า-ออก)

หากพบรายการใช้จ่ายผ่านบัตรผิดปกติ เช่น จู่ๆ ได้รับข้อความแจ้งเตือนใช้จ่ายผ่านบัตรที่ร้านค้าแปลกๆ ต่างประเทศ ทั้งที่ไม่ได้ใช้บริการ ให้รีบโทร.แจ้งธนาคารเพื่อปฏิเสธยอดใช้จ่ายผ่านบัตรทันที และทำการอายัดบัตรเดิมเพื่อเปลี่ยนบัตรใหม่

ใจจริงอยากให้คนที่จะใช้บัตรเสมือนเหล่านี้ เปิดบัญชีใหม่เพิ่ม เพื่อผูกกับบัตรเสมือน แยกจากบัญชีหลักที่ใช้ประจำไปเลย เวลาจะซื้อของค่อยโอนใส่บัญชีนั้น เพื่อลดความเสี่ยงเวลาบัตรถูกโจรกรรมข้อมูล จะได้ไม่กระทบกับเงินในบัญชีหลัก

บัตรเสมือนมีทั้งข้อดี และข้อควรระวัง สำหรับนักชอปออนไลน์ หรือคนที่ใช้ชีวิตในสังคมไร้เงินสด แต่เมื่อดูจากจุดเด่นที่ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี จึงเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เข้ากับยุคชอปออนไลน์ครองเมืองอย่างยิ่ง
กำลังโหลดความคิดเห็น...