xs
xsm
sm
md
lg

เบื้องลึก “ซีเกมส์-ซีโกง” โยงการเมืองมาเลเซีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: พรมแดนสื่อใหม่ (New Media, New Frontier)

นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กับคบเพลิงซีเกมส์ (ภาพเอพี)
วริษฐ์ ลิ้มทองกุล


วันที่ 30 สิงหาคม 2560 นี้กีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 29 ที่ประเทศมาเลเซีย ภายใต้คำขวัญว่า Rising Together หรือ ก้าวหน้าไกลไปด้วยกัน จะรูดม่านปิดฉากลง โดยที่เจ้าภาพมาเลเซียน่าจะครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองไปแบบแบเบอร์ เพราะกวาดเหรียญทองทิ้งห่างชาติอื่นๆ ไปแบบชัดเจน

จริงๆ คำว่า “เจ้าเหรียญทอง” กับการเป็น “เจ้าภาพ” นั้นก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอะไร เพราะหากย้อนไปในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งก่อนๆ อย่างเช่น ครั้งที่ 26 ที่อินโดนีเซีย ในปี 2554 เจ้าภาพก็ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองโดยกวาดเหรียญทองไป 182 เหรียญ ทิ้งห่างอันดับสองอย่างไทยที่ได้ 109 เหรียญไปแบบขาดลอย, ครั้งที่ 24 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ณ จังหวัดนครราชสีมา ในปี 2550 ไทยก็ครองเจ้าเหรียญทองด้วยจำนวน 183 เหรียญ ทิ้งห่างอันดับสองอย่างมาเลเซียที่ได้เพียง 68 เหรียญทองไปร่วมๆ 3 เท่าตัว, ครั้งที่ 23 ที่ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพ ในปี 2548 ฟิลิปปินส์ก็ได้เหรียญทอง 113 เหรียญ ทิ้งอันดับสอง คือไทย ที่ได้เพียง 87 หลายสิบเหรียญ หรือ ครั้งที่ 22 ที่เวียดนาม เป็นเจ้าภาพในปี 2546 เจ้าภาพก็ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทองด้วยจำนวน 158 เหรียญทอง ส่วนอันดับสองคือ ไทยได้เพียง 90 เหรียญทอง

หรือแม้กระทั่งในการแข่งขันกีฬาระดับทวีปและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเอเชียนเกมส์ โอลิมปิก ฟุตบอลโลก เจ้าภาพก็มักจะใช้ความได้เปรียบในหลากหลายแง่มุม รวมถึงใช้กลเม็ดเด็ดพราย ในการโกยเหรียญและโกยอันดับในตารางเหรียญรางวัลอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 29 ที่มาเลเซียในปีนี้ ต้องยอมรับว่ามีเรื่องอื้อฉาว และประเด็นปัญหาให้ชาติสมาชิกอาเซียนได้หงุดหงิดมากผิดปกติ จนสื่อไทยและคนไทยหลายคนตั้งฉายาการแข่งขันครั้งนี้ให้เป็น “ซีโกง” แทน “ซีเกมส์”
(ภาพเอพี)
เริ่มตั้งแต่เรื่องเจ้าภาพประชาสัมพันธ์ธงชาติอินโดนีเซียแบบผิดพลาด จนรัฐมนตรีด้านเยาวชนและกีฬาของมาเลเซียต้องขอพบรัฐมนตรีฝั่งอินโดนีเซียเพื่อขอโทษเป็นการเฉพาะ ไปจนถึงเรื่องความไม่พร้อมในและเสียงบ่นที่ทยอยออกมาเป็นระยะ เช่น นักกีฬามีอาหารรับประทานไม่พอเพียง รถมารับช้า รถมาแต่ไม่มีคนขับ ไม่ได้จัดสนามซ้อมให้ พักห้องพักคนละชั้น ให้นักกีฬาจดแต้มเอง ให้นักกีฬาพิการของไทยเดินไปเก็บลูกธนูเอง ปัญหาการจัดเวลาแข่ง ปัญหาการถ่ายทอดสด ให้กรรมการเอาหูเอานาเอาตาไปไร่ หรือ ตัดสินช่วยเจ้าภาพ จนถึงกับมีการวอล์กเอาท์ ฯลฯ


ปัญหาการจัดการและความไม่พร้อมที่ทัพนักกีฬาไทย และนักกีฬาชาติอื่นประสบ หากค้นข้อมูลดูจะพบว่ามีส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณของ ทางรัฐบาลมาเลเซีย ที่ไปให้คำมั่นสัญญากับรัฐสภาไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 แล้วว่าจะใช้งบประมาณจัดซีเกมส์ และอาเซียนพาราเกมส์ครั้งนี้ให้น้อยกว่าที่สิงคโปร์ใช้จัดร้อยละ 50 โดยในปีนี้มาเลเซียจัดสรรงบเพื่อจัดมหกรรมกีฬาของภูมิภาค 450 ล้านริงกิต หรือ ราว 3,500 ล้านบาท ขณะที่เมื่อ 2 ปีก่อนในปี 2558 สิงคโปร์ใช้งบประมาณ 265 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือราว 6,500 ล้านบาท [1]

“ผมเชื่อมั่นว่า เราจะสามารถเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2017 และ อาเซียนพาราเกมส์ 2017 ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยงบประมาณที่น้อยกว่าสิงคโปร์ใช้จัดครึ่งหนึ่ง” ไครี จามาลุดดิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซียบอก

ไม่เพียงแต่ในด้านงบประมาณที่รัฐบาลมาเลเซียพยายามบริหารจัดการ และควบคุมให้อยู่ในเป้าหมาย แต่ผลการแข่งขัน และตารางอันดับเหรียญก็ถูกมองว่าเป็นปัจจัยมีความสำคัญยิ่งต่อ “กระแสความนิยม” ในทางการเมืองของพรรคอัมโน และนายกรัฐมนตรี นายนาจิบ ราซัค ด้วยเช่นกัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพิจารณาว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานายนาจิบ ราซัค ตกอยู่ท่ามกลางมรสุมข้อกล่าวหาทางการเมืองว่าเขามีความเชื่อมโยง และอยู่เบื้องหลังเครือข่ายการยักยอกเงินของ กองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย หรือ 1MDB มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อันเป็นปัญหาทุจริตคอร์รัปชันร้ายแรง อันนำไปสู่การฟ้องร้องและสั่งอายัดทรัพย์สินของญาติและคนสนิทของนายนาจิบหลายคนโดยอัยการสูงสุดของสหรัฐฯ จนกระทั่งในมาเลเซียเกิดการชุมชุมขับไล่นายนาจิบที่มีมวลชนเข้าร่วมนับแสนๆ คน ทั้งยังจัดขึ้นต่อเนื่องหลายต่อหลายครั้ง
 Bersih 4.0 ม็อบเสื้อเหลืองของมาเลเซียที่ออกมาแสดงการต่อต้านความไม่ชอบธรรม และขับไล่นายกฯ นาจิบ ราซัค ในปี 2558 (แฟ้มภาพเอพี)
ด้วยเหตุนี้นี่เองเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2560 ไครี จามาลุดดิน รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย รัฐมนตรีหนุ่มผู้รับผิดชอบการจัดกีฬาซีเกมส์จึงออกมาให้สัมภาษณ์ยอมรับกับผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์แชนแนลนิวส์เอเชีย โดยระบุว่า

“เราจะเฉลิมฉลองวันเมอร์เดกา (วันประกาศอิสรภาพ หรือ วันชาติมาเลเซีย) ปีที่ 60 หนึ่งวันหลังจากพิธีปิดกีฬาซีเกมส์ ดังนั้นผมหวังว่าในวันที่ 30 สิงหาคม ผมจะสามารถประกาศได้ว่าเราได้ครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง หลังจากนั้นหนึ่งวันก็เป็นวันเมอร์เดกา มันเป็นปัจจัยที่ทำให้คนรู้สึกดี (Feel good factor) หลังจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรี (ว่าจะตัดสินใจว่าจะประกาศให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่)” จามาลุดดินกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง [2]

นี่เองทำให้เป็นที่คาดหมายกันไปทั่วว่า นายนาจิบจะถือโอกาสอันดีนี้ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในเดือนกันยายนนี้เลย

ไครี จามาลุดดิน รมว.กระทรวงเยาวชนและกีฬาของมาเลเซีย รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการจัดกีฬาซีเกมส์ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์แชนแนลนิวส์เอเชีย



ไม่เพียงเท่านั้น ทางรัฐบาลมาเลเซียยังพยายามล็อบบี้เพื่อนบ้านให้มีการจัดอาเซียนพาราเกมส์ไปพร้อมๆ กับซีเกมส์ ด้วยเหตุผลด้านคะแนนนิยมทางการเมืองเช่นกัน แต่สมาคมและสมาพันธ์กีฬาต่างๆ ในอาเซียน ไม่เห็นด้วย อาเซียนพาราเกมส์ 2017 จึงต้องจัดต่อจากซีเกมส์ระหว่างวันที่ 17-23 กันยายน 2560

จริงๆ แล้ว การเลือกตั้งทั่วไปของมาเลเซียถูกกำหนดให้มีขึ้นอย่างช้าภายในเดือนสิงหาคม ปีหน้า 2561 แต่ด้วยเหตุผลทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่อง Feel Good Factor ของการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ และการครองตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง ที่ถูกผูกให้กลายเป็นเครื่องมือในการเลือกตั้งของพรรคอัมโน และนาจิบ ราซัค ในท้ายที่สุดกีฬาซีเกมส์ครั้งนี้ จึงต้องถูกผูกโยงเข้ากับการเมืองมาเลเซียแบบแยกไม่ออก
นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ของมาเลเซีย
อ้างอิง :
[1] Malaysia confident of keeping SEA Games 2017 cost 50% below Singapore, The Edge Markets, March 30, 2017.
[2] Malaysian elections after SEA Games? Up to PM, but we're getting ready, says Minister Khairy, Channel News Asia, 14 Jun 2017.

กำลังโหลดความคิดเห็น...