xs
xsm
sm
md
lg

BNK48 ไอดอลญี่ปุ่นฉบับไทย กับเส้นทางที่ท้าทาย

เผยแพร่:   โดย: ดรงค์ ฤทธิปัญญา

ห่างกันไปนานจนคนอ่านลืมกันไปหมดแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ แต่... ผมยังไม่หยุดเขียนนะครับ

อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่าช่วงนี้ค่อนข้างยุ่งๆ กับภารกิจเลยไม่ได้มาแวะเล่าเรื่องไร้สาระให้อ่านกันสักเท่าไหร่ จังหวะว่างวดนี้หลายอย่างเริ่มลงตัวเลยขอชะแว่บมาคุยกันสักเล็กน้อยเพื่อไม่ให้คอลัมน์นี้ห่างหายกันไปก็แล้วกัน

จั่วหัวข้อมาอย่างนี้ ...เดี๋ยวท่านผู้อ่านบางคนอาจจะมาแซวว่า ผมแอบไปติดวงไอดอลหน้าใหม่แน่ๆ แหม่... มันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับ แค่ตามดูบ้างเป็นบางครั้งบางคน...!!??
ปกซิงเกิ้ลแรกของ BNK48
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า พูดถึงเกิร์ลกรุ๊ปที่กำลังเป็นกระแสขึ้นเรื่อยๆ ก็คงหนีไม่พ้น BNK48 วงหญิงล้วนน้องใหม่ ที่เรียกได้ว่าเป็นสาขาหนึ่งในตระกูล ๔๘ ของญี่ปุ่น ซึ่งไทยถือเป็นประเทศที่ ๓ ในเอเชียที่เป็นสาขานอกประเทศ รองจาก JKT48 ของอินโดนีเซีย และ SNH48 ของจีน นับจากวันเปิดตัวสมาชิกวงอย่างเป็นทางการ (ภายหลัง SNH48 ถูกตัดจากกลุ่ม 48 เนื่องจากทำผิดกฏสร้างวงน้องภายในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาติ) โดยมีจุดเริ่มมาจากวง AKB48 เกิร์ลกรุ๊ปที่ก่อตั้งโดย ยะซุชิ อากิโมะโตะ (Yasushi Akimoto) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ภายใต้คอนเซปท์ "ไอดอลที่คุณสามารถมาพบได้" ซึ่ง AKB มาจากคำว่า อากิฮะบะระ (Akihara) ย่านการค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและของเกี่ยวกับการ์ตูนในโตเกียว ส่วน 48 มีการตั้งข้อสังเกตุว่า น่าจะมาจากนามสกุลของ โคะทะโระ ชิบะ (Kotaro Shiba) ประธานบริษัท Office48 ๑ ในผู้ก่อตั้งวง โดยปัจจุบัน AKB48 ถือว่าเป็น "ไอดอลแห่งชาติญี่ปุ่น" ไปแล้ว

ความน่าสนใจของเกิร์ลกรุ๊ปตระกูลนี้ คือพวกเธอไม่ได้อยู่ยงคงกระพันกันไปตลอดเหมือนกับวงไอดอลอื่นๆ แต่รูปแบบของวงนั้นกลับเป็นเหมือนสะพานเพื่อเชื่อมเด็กๆ สู่วงการบันเทิงหรือให้ทำตามฝัน กล่าวคือ เมื่อสมาชิกคนใดเข้ามาแล้ว ก็ต้องมีวันที่จะสมาชิกคนนั้นออกไป เขาใช้คำว่า แกรด (graduation) หรือ จบการศึกษา ซึ่งก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องอายุเท่าไหร่ถึงออกจากวง (อย่างใน AKB48 ตอนนี้มากสุดคือ ๒๖ ปี) ส่วนสาเหตุนั้นก็มีทั้งด้านบวก อย่างได้ลู่ทางในวงการ อาทิ เล่นละคร ทำเพลง ถ่ายแบบ ฯลฯ บางคนก็อิ่มตัวไปทำอาชีพอื่น ส่วนด้านลบก็เช่นทำผิดกฏอย่างแอบมีแฟนแล้วถูกจับได้ (มีภาพหลุดออกมา)

โดยแต่ละกรุ๊ปก็จะถูกแบ่งสมาชิกเป็นทีมๆ เช่น AKB ก็จะมีทีม A,K,B,4,8 และทีมเด็กฝึกหัด ปัจจุบันถ้านับรวมทั้งหมดในตระกูล 48 ก็น่าจะมีสมาชิกเกือบ ๕๐๐ คนเลยทีเดียว ที่น่าจะแปลกใหม่กับบ้านเราก็คือนอกจากงานร้องเพลงทั่วไปแล้ว เขายังมีโรงละครเปิดทำการแสดงเป็นของตัวเอง มีร้านอาหาร มีรายการทีวี เพื่อให้สาวๆ ได้โชว์ศักยภาพของตัวเอง และอีเว้นท์ต่างๆ รวมทั้งยังให้รับงานในวงการ ทั้งเป็นนักแสดง ถ่ายแบบได้อีกด้วย และที่สำคัญในแต่ละปีทางฝั่งญี่ปุ่นเขาจะมีการเลือกตั้งหา ๑๖ สาวที่จะมาเป็นสมาชิกในซิงเกิ้ลใหม่ของ AKB โดยผู้ที่ได้รับอันดับ ๑ จะได้เป็นเซ็นเตอร์ (ผู้นำ) ของเพลงนั้น ซึ่งเขาจะให้ผู้ฟังเป็นคนเลือกผ่านทางการขายซีดีแล้วนำโค้ดไปโหวตคนที่ตัวเองชื่นชอบ โดยมีรายงานว่ารอบล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย.มีเม็ดเงินสะพัดกว่า ๔ พันล้านเยนเลยทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีคำศัพท์แปลกๆ อย่างเช่น โอตะ แทนตัวคนที่ชื่นชอบในวงนี้ โอชิ...(ชื่อ) หมายถึงสมาชิกคนนี้เราให้การสนับสนุน ซึ่งก็มีทั้ง โอชิเมน คือสมาชิกที่เราติดตาม คามิโอชิ คือสมาชิกที่เราชอบที่สุด โอชิเฮน หมายถึงเคยชอบสมาชิกคนนี้แต่พอเจอสมาชิกอีกคนที่น่าสนใจก็เลยหันไปติดตามคนนั้นมากกว่า หรือศัพท์ไทยๆ อย่างคำว่า โดนตก แปลว่า ถูกสมาชิกในวงทำให้รู้สึกชอบ

กลับมาที่ BNK48 จริงๆ กลุ่มคนที่ชื่นชอบวงตระกูล 48 เขาก็รู้สึกว่าอยากให้มีสาขาในบ้านเราบ้างจังมานานแล้ว จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๕๙ บริษัทแม่ ได้ประกาศว่า จะตั้งวงน้องที่ไทย ฟิลิปปินส์ (MNL48) และ ไต้หวัน (TPE48) จากนั้นก็เริ่มมีการออดิชั่นเด็ก แล้วคัดจนเหลือ ๒๙ คน เปิดตัวชุดแรกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และก็มีสมาชิกจาก AKB48 ชื่อ อิซุตะ รินะ ขอถ่ายโอนมาร่วมทีม จึงกลายเป็น ๓๐ คน น่าจะเรียกได้ว่าเป็นทีม B III ไปโดยปริยาย ซึ่งในวงก็คละอายุกันพอสมควร เด็กที่สุดอายุเพียงแค่ ๑๓ ปีเท่านั้น ต่อมามีการคัดเลือกเด็กให้เหลือ ๑๖ คน หรือเรียกว่า เซ็มบัทสึ (Senbatsu) เพื่อร้องเพลงในซิงเกิ้ลเปิดตัว ส่วนที่เหลือเรียกว่าเค็งคิวเซย์ (Kenkyuusei) หรือเด็กฝึกหัด เป็นตัวเสริมขึ้นแสดงแทนกรณีที่ตัวจริงไม่พร้อม โดยจะมีสมาชิก ๑ คน ถูกเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์ ส่วนทั้งทีม ก็จะมีสมาชิก ๑ คนถูกเลือกให้เป็นกัปตัน
รินะ อิซุตะ อดีตสมาชิก AKB48 ที่ย้ายมายัง BNK48
ซึ่งเพลงที่ออกมาในซิงเกิ้ลแรกก็มี ๓ เพลง คือ Aitakatta (อยากจะได้พบเธอ) ,365 Nichi No Kamihikouki 365 วันกับเครื่องบินกระดาษ ,Oogoe Diamond ก็ชอบให้รู้ว่าชอบ ส่วนอีก ๑ เพลงที่เพิ่งเปิดเผยออกมาคือ Koisuru Fortune Cookie (ยังไม่มีชื่อไทย) ทั้งหมดเป็นเพลงของ AKB ที่แปลงเป็นภาษาไทย โดยมีคำภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้างเล็กน้อย

คุณเอ๊ะ วงละอองฟอง (พงศ์จักร พิษฐานพร) ในฐานะมิวสิก ไดเร็คเตอร์ของวงเคยเล่าให้ผมฟัง เมื่อคราวได้ร่วมเข้าไปสัมภาษณ์น้องเฌอปราง อารีย์กุล กัปตันทีม BIII ว่า ทางญี่ปุ่นจะส่งทำนองมาให้ทางไทยแปลงเนื้อเพลงขึ้นมาโดยเนื้อหาให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับ ซึ่งก็ได้นักเขียนในวงการหลายคน อาทิ คุณก้อ วงพีโอพี (ณฐพล ศรีจอมขวัญ) ,คุณเป้ วงมายด์ (บดินทร์ เจริญราษฎร์) มาช่วยกันเขียน โดยทีมไทยก็ต้องพยายามเขียนเพื่อให้คนไทยฟังเป็นหลักมากที่สุด

พอพูดถึงเรื่องเพลง ก็จะนึกถึงความพิเศษของวงไอดอลสัญชาตินี้ เวลาที่มีคอนเสิร์ต แน่นอนว่า ถ้าเป็นนักร้องทั่วไป แฟนคลับก็จะเต้น ร้อง กรี๊ด กันเป็นปกติ แต่สำหรับวงเหล่านี้ แฟนคลับที่มาดู (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) เขาที่มีท่าเต้นตามของกลุ่มเขา รวมถึงการร้องสวน หมายถึง ไม่ได้ร้องตามเพลง แต่สร้างเสียง หรือคำขึ้นมาเพื่อให้สอดคล้องกับเพลง อ่านแล้วจะดูงงๆ แต่ผมอยากให้คุณลองไปดู แล้วจะงงเข้าไปใหญ่ ว่าแบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะ?

ความแปลกของวงนี้อีกอย่างก็คือ "กฏ" หรือ ข้อห้ามที่ฟังดูแล้วอาจจะรู้สึกว่า ถึงขนาดนั้นเลยเหรอ? อย่างเรื่องสำคัญคือ ห้ามมีแฟน ด้วยเหตุผลอาจจะเป็นเพราะไม่ต้องการให้แฟนคลับรู้สึกว่าคนที่เขาชอบเป็นของใคร (หรือเปล่า?) แต่กฏนี้ก็ทำให้สมาชิกใน BNK หลายคนต้องยอมเลิกกับแฟน อย่างเฌอปราง เธอก็ยอมรับตรงๆ ว่าก่อนเข้าวงก็เคยมี แต่ต้องยอมหยุดความสัมพันธ์ เพื่อทำตามความฝัน หรืออย่างข้อห้ามการถ่ายรูปในที่สาธารณะ คนทั่วไปจะเข้าไปขอถ่ายรูปคู่ หรือ ถ่ายรูปพวกเธอเวลาทำกิจกรรมที่ไม่ใช่ในนามกลุ่มไม่ได้เด็ดขาด เนื่องด้วยทางญี่ปุ่นค่อนข้างถือในเรื่องสิทธิส่วนบุคคล และที่สำคัญคือเขาอยากให้มาถ่ายในที่ที่ทางกลุ่มจัดอีเว้นท์
เฌอปราง อารีย์กุล กัปตัน BNK48
ซึ่งสถานที่ที่ว่านี้ก็คือ Digital Studio ภายในห้างดิเอ็มควอเทียร์ หรือที่เรียกกันว่า ตู้ปลา จะเป็นห้องที่ให้สมาชิกของวงมาไลฟ์สดโชว์ทุกๆ วัน หรือที่กำลังอยู่ในระหว่างการสร้างก็คือโรงละคร หรือ เธียเตอร์ ที่ทำการแสดงของพวกเธอในทุกสัปดาห์ โดยคาดกันว่าน่าจะเป็นที่ห้างนี้อีกนั่นแหละ เพราะใกล้รถไฟฟ้า และใกล้ชุมชนชาวญี่ปุ่น ที่สำคัญในทางธุรกิจ บริษัท โรส อาร์ทิสท์ แมเนจเม้นท์ จำกัด เจ้าของสิทธิ์ในไทยก็ได้จับมือกับเดอะมอลล์กรุ๊ป ทำการโรดโชว์ตามสาขาต่างๆ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมไปถึงคาเฟ่ที่ไว้สำหรับขายสินค้าที่ระลึกของวงด้วย

และของที่เขาขายนี่ ไม่ธรรมดานะครับ!! นอกจากซีดี ที่ต้องสั่งจอง เสื้อ ผ้าพันคอ ยังมีการ์ดสะสมภาพสมาชิกวง (Photo set) ใส่ซองสุ่มขายด้วย ซองละ ๒๕๐ บาท บางซองจะมีภาพพิเศษพร้อมลายเซ็น ได้ข่าวมาว่า ภาพเฌอปราง พร้อมลายเซ็นนี่แฟนคลับเขาประมูลกันราคาสูงถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าบาทเลยทีเดียว!! นี่ยังไม่รวมรายได้ที่เข้าวงจากสปอนเซอร์ และการขายสติ๊กเกอร์ภายในแอพลิเคชั่นไลฟ์สด VOOV ที่ร่วมมือกับสนุกดอทคอมด้วย ที่สำคัญทางเจ้าของสิทธิ์ก็พยายามผลักดันให้ BNK เป็นเหมือนทูตทางวัฒนธรรมระหว่างไทย ญี่ปุ่น จึงทำให้อาจมีรายได้จากการรับงานโฆษณาสินค้าญี่ปุ่นที่ขายในเมืองไทย และเป็นที่รู้จักมากขึ้น
รูปที่มีการประมูลขายได้ในราคามากกว่า ๔๐,๐๐๐ บาท
หากดูแผนการก็เหมือนว่าวงนี้จะไม่ใช่แค่เกิร์ลกรุ๊ปที่ถูกสร้างเพื่อขายเสียงอย่างเดียว แต่ในมุมกลับ นั่นคือความท้าทายอย่างยิ่งของเด็กๆ ที่ถูกจับตามองมากขึ้นในสังคม แน่นอนว่าตอนนี้พวกเธออาจได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนที่ชื่นชอบไอดอลตระกูล 48 ในไทย แต่จะไปได้สักแค่ไหนล่ะ?

ในส่วนของเพลงต้องยอมรับว่า สไตล์นี้มันเข้าถึงแค่บางกลุ่มจริงๆ บางคนอาจจะมองว่า มันคือการคัฟเวอร์เพลงญี่ปุ่น บางคนอาจรู้สึกไม่ได้ติดหู ตรงนี้คือโจทย์ที่ทางผู้บริหารอาจต้องหาวิธีทำให้เข้าถึงมากขึ้น รวมไปถึงการเขียนทำนองขึ้นมาใหม่ที่ไม่ใช่เอาเพลง AKB มาร้อง (อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าทำได้หรือเปล่า?) ขณะที่น้องๆ บางคนการเต้น การร้องก็ยังดูไม่แกร่ง หลายคนดูไม่ดึงดูดเท่าไหร่ ซึ่งก็ต้องทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจถึงคอนเซปท์ของคำว่า "ไอดอลที่ไม่ได้เพอร์เฟ็ค แต่เติบโตไปพร้อมกับแฟนๆ" ให้ได้ แต่เรื่องนี้สำหรับบ้านเราอาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันนานสักหน่อย เพราะพอพูดถึงเกิร์ลกรุ๊ปก็มักเคยชินอยู่ที่หน้าตาเป็นหลัก

และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สมาชิกหลายคนก็จะต้องพยายามทำตัวเองให้โดดเด่นขึ้นมา ด้วยจุดขายที่แตกต่างออกไป ทั้งการร้อง เต้น หรือความสามารถอื่นๆ รวมทั้งความเป็นกันเอง ซึ่งอนาคตก็น่าจะมีการเลือกตั้งเซ็นเตอร์และสมาชิก ๑๖ คนในเพลงใหม่ (อาจจะใช้การโหวตจากแฟนคลับที่ซื้อซีดี) ที่ดูเสมือนวัดเรตติ้งแบบกลายๆ รวมไปถึงการเข้ามาเพิ่มของทีม N และ K ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ แต่แน่นอนว่า สุดท้ายคงมีเพียงไม่กี่รายที่อาจจะประสบความสำเร็จในวงการหลังจบการศึกษาออกไป เหมือนกับวงรุ่นพี่ที่ผ่านๆ มา

เห็นว่าจะมีละครด้วย ถ้าทำออกมาดีก็คงเข้าถึงคนได้อีกกลุ่มนึง ส่วนงานจับมือ (มันเป็นอีเว้นท์หนึ่งของวงไอดอลญี่ปุ่นครับ เขาจะให้แฟนคลับที่ได้คูปองจากการสั่งซื้อซีดีสามารถเข้าไปต่อแถวจับมือพร้อมพูดคุยกับสมาชิกคนใดก็ได้คนละราว ๑๐ - ๑๕ วินาที) ก็น่าจะทำให้คนสงสัยจนเกิดความอยากรู้จักวงนี้เพิ่มขึ้น

อ่อ ... ตอนนี้มีไอดอลอีกวงที่กำลังเริ่มสร้างขึ้นมานั่นคือ Sweat 16 ภายใต้การดูของค่าย เลิฟอิส ของคุณบอยด์ โกสิยพงษ์ กับ Yoshimoto Entertainment Thailand บริษัทลูกของค่ายตลกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (สังกัดของกลุ่มดาวน์ทาวน์ โกโกริโกะ) และผู้ถือหุ้นใหญ่วง NMB48 ที่บางคนมองกันว่าจะเป็นวงคู่แข่งสำคัญของ BNK เหมือน AKB กับ Nogizaki46 (แต่นั่นเขาสังกัดเดียวกัน) ซึ่งวงนี้มีคอนเซปท์สไตล์ออกกำลังกาย และมีแผนจะตีตลาดในไทยและในเอเชีย ที่น่าจับตามองนอกจากหน้าตาของสาวๆ ที่ดูดีแล้ว จุดแข็งของคุณบอยด์ ในการทำเพลงและคอนเน็คชั่นในวงการเพลงไทย ก็น่าจะสร้างให้ทีมนี้เป็นที่รู้จักได้ไม่ยาก (เขาสงสัยกันว่าพี่บอยด์แกอยากสร้างโดโจซิตี้ขึ้นมาอีกครั้ง)
Sweat16
แต่ที่รู้ๆ คือ ๒ วงนี้น่าจะทำให้หัวใจหนุ่มๆ กระชุ่มกระชวยไม่น้อยเลยทีเดียว ....

ส่วนผมโอชิใครนั้น ... ผมว่าเดาได้ไม่ยาก


กำลังโหลดความคิดเห็น...