xs
xsm
sm
md
lg

สึนามิวงการแฟชั่นจีน กับ สี จิ้นผิงและแจ็ค หม่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: พรมแดนสื่อใหม่ (New Media, New Frontier)


วริษฐ์ ลิ้มทองกุล


วันก่อน ผมขับรถไปรับเพื่อนชาวจีนที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เพื่อนผมคนนี้ทำงานอยู่ในวงการแฟชั่นของจีน เธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของแบรนด์ NE•TIGER

NE•TIGER หรือในชื่อจีนคือ ตงเป่ยหู่ (东北虎) แบรนด์แฟชั่นจีนระดับหัวแถวของจีน

หัวแถวอย่างไร?

ตอบเป็นตัวเลขให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ สินค้าเสื้อผ้าของแบรนด์นี้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10,000 หยวน (ประมาณ 50,000 บาท) โดยแบรนด์แฟชั่นในระดับใกล้เคียงกันของจีนก็คือ Shanghai Tang

คนไทยคงจะพอเคยเห็นช็อป Shanghai Tang ตามสนามบิน แต่คงไม่ค่อยรู้จัก NE•TIGER เท่าไหร่ เพราะแบรนด์นี้เน้นทำชุดราตรี ชุดแต่งงาน เสื้อผ้าสำหรับเวลาไปงานเลี้ยง ชุดกี่เพ้า เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องแต่งกายโบราณของจีน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน และเสื้อผ้าเด็ก

จาง จื้อเฟิง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ NE•TIGER ตั้งแต่ปี 2525 บอกว่า เขาทำแบรนด์นี้ขึ้นมาก็เพื่อที่จะฟื้นฟู สืบทอด และสานต่อ งานศิลปะอันหรูหราฟุ่มเฟือยของจีน โดยผสมผสานงานศิลปะในอดีตกับปัจจุบัน
และ แฟชั่นของโลกตะวันออกกับโลกตะวันตกเข้าด้วยกัน

“ด้วยรากฐานของอารยธรรมจีนกว่า 5000 ปี การผสมผสานของวัฒนธรรมขงจื๊อ พุทธ และเต๋า ประกอบกับแรงบันดาลใจ และความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบจีนรุ่นใหม่ ผมเชื่อว่าแบรนด์หรูหราของจีนจะมีอนาคตอีกไกล” ผู้ก่อตั้งแบรนด์ชื่อดังของจีน เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ [1]

ร่ำลือกันว่า จาง จื้อเฟิง ซึ่งได้รับการยกย่องจากวงการแฟชั่นจีนให้เป็น “เบอร์หนึ่งแห่งวงการแบรนด์หรูหราของจีน (中国奢侈品第一人)” นั้นค่อนข้างจะเป็นคนที่ชาตินิยมมาก มากจนถึงขั้นที่ กลุ่ม LVMH ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์หรูอย่าง หลุยส์ วิตตอง คริสเตียน ดิออร์ เฟนดิ บุลการี ฯลฯ ต้องการจะมาเทคโอเวอร์ NE•TIGER เขาก็ยังไม่ยอมขาย เพราะต้องการจะคงดีเอ็นเอของความเป็นจีนเอาไว้

“เป็นยังไงบ้างงาน ช่วงนี้ยอดขายดีไหม?” ผมถามเธอระหว่างที่รถเลี้ยวออกจากสุวรรณภูมิ
“ก็ค่อนข้างเครียดนิดหน่อย เจอผลกระทบหลายอย่าง?” สาวจีนผู้ที่เดินทางมาเมืองไทยอย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้งบอก คราวนี้นอกจากมาธุระส่วนตัวแล้ว เธอบอกผมว่าเธอมีแผนจะมาดูเทรนด์เสื้อผ้า และแฟชั่นของเมืองไทยด้วย
“ช่วงนี้ถึงเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัว แต่สินค้าของบริษัทเธอก็ไม่น่ากระทบเท่าไหร่นะ?” ผมซักต่อ

ได้ฟังดังนั้น เธอจึงร่ายยาวอธิบายให้ผมฟังว่า ตอนนี้แบรนด์หรูหราของจีน เจอผลกระทบหลายประการ โดยเหตุผลเหล่านี้ถ้าเป็นคนข้างนอก หรือคนต่างชาติอาจไม่ค่อยรู้เรื่อง หรือ ไม่คิดว่ามันมาเกี่ยวข้องกันได้

ด้านหนึ่งก็คือ แรงกดดันจากข้างบน คือ นโยบายการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีนทำให้ยอดขายสินค้าหรูหราของจีนนั้นลดลงอย่างฮวบฮาบ รวมถึงสินค้าของ NE•TIGER ด้วย เพราะที่ผ่านมาพ่อค้า นักธุรกิจชาวจีนมักจะจับจ่ายสินค้าหรูหรา ราคาแพง เพื่อใช้มอบเป็นของขวัญให้กับข้ารัฐการ หรือ เจ้าหน้าที่ภาครัฐในเทศกาลและโอกาสสำคัญต่างๆ ทว่า ตั้งแต่เหตุการณ์ประธานาธิบดีสี เชือด “โจว หย่งคัง” อดีตซาร์ความมั่นคงจอมคอร์รัปชันของจีน ให้ดูเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ตลาดสินค้าหรูหราของจีนถึงกับหงอยซึม

ตัวเลขจากการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company ชี้ให้เห็นชัดว่าในช่วงปี 2557-2558 ตลาดสินค้าหรูหราของจีนหดตัวลงจาก 55,000-75,000 ล้านหยวน เหลือเพียง 34,000-50,000 ล้านหยวน เท่านั้นเอง [2]

ทั้งนี้ไม่เพียงแต่เสื้อผ้าราคาแพงที่ยอดขายตกลง เพราะแม้แต่เหล้าเหมาไถ และอาหารหรูหราราคาแพงอย่างหูฉลามก็ยังได้รับผลกระทบ
สี จิ้นผิง (ซ้าย) แจ็ค หม่า (ขวา) ภาพเอพี
“ส่วนศึกอีกด้านนึงก็คือ ‘หม่า หยุน’ แบรนด์เรากำลังสู้กับ ‘หม่า หยุน’ อยู่!!!” เธอพูดไปพลางหัวเราะ (ทั้งน้ำตา)

หม่า หยุน (马云) หรือ แจ็ค หม่า คือ ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารของเครืออาลีบาบา (Alibaba) สาเหตุที่เธอบอกว่าเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่กลายเป็นคู่กรณีกับแบรนด์หรูหราระดับแถวหน้าของจีน ก็อันเนื่องมาจากปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ และการลอกเลียนแบบสินค้า

“ราคาของชุดเราชุดนึงก็หลายหมื่นหยวน พ่อค้าหัวใสคนอื่นพอเห็นว่าสวย ก็เอาไปตัดเลียนแบบขายผ่านเว็บไซต์ ในราคาไม่กี่ร้อย ไม่กี่พันหยวน แม้คุณภาพจะด้อยกว่ามาก ทั้งดีไซน์ เนื้อผ้า การตัดเย็บ ความประณีต ฯลฯ แต่คนสมัยนี้ก็คิดว่าไม่เป็นไร ใส่ไม่กี่ครั้งชุดพังก็ไม่เป็นไร ชุดของ NE•TIGER เลยถูกก้อปปี้ขายผ่านทางเว็บเถาเป่า (เว็บอีคอมเมิร์ซในเครืออาลีบาบา – ผู้เขียน) กันกระจาย” เธอบอก

“ทุกวันนี้พฤติกรรมของลูกค้า ผู้บริโภคจีนก็เปลี่ยนไปเยอะ เรื่องคุณภาพกลายเป็นเรื่องรอง เสื้อผ้าก็เน้นแฟชั่นใส่ครั้งสองครั้งแล้วก็ทิ้ง แบรนด์หลายแบรนด์เลยหันมาทำ แบรนด์รอง (副品牌; Subsidiary Brand) ขึ้นมา แต่ของบริษัทฉันยังไม่ได้ทำ” เธอกล่าวทิ้งท้าย ก่อนผมจะเลี้ยวรถไปส่งเธอถึงโรงแรมที่พักในย่านอโศก

สัปดาห์ก่อน แจ็ค หม่า ไปขึ้นเวที Gateway 17 ที่เมืองดีทรอยด์ มลรัฐมิชิแกน สหรัฐฯ เขาบอกว่าเป้าหมายในอนาคตของเขาและอาลีบาบาก็คือ ทำแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคทุกคนในโลกสามารถซื้อหาสินค้าใดๆ ในโลกก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นแซลมอนจากนอร์เวย์ หรือ มะพร้าวจากประเทศไทย และได้รับสินค้าภายใน 72 ชั่วโมง

ในยุค Digital Disruption หรือ ดิจิทัลพลิกโลก ไม่เพียงแต่แวดวงของสื่อมวลชน การสื่อสารโทรคมนาคม หรือ การค้าเท่านั้นที่ถูกเขย่า ถูกกระทบ ถูกกระแทก ถูกคลื่นสึนามิเข้าถาโถม แต่ทุกอุตสาหกรรมต่างได้รับผลกระทบ ไม่มากก็น้อย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

อ้างอิง :
[1] Chinese Luxury Brand NE-TIGER Bursts Onto Shanghai Scene; https://jingdaily.com/chinese-luxury-brand-ne-tiger-bursts-onto-shanghai-scene/
[2] LUXURY MARKET IN CHINA IS CHANGING IN 2016 ; http://marketingtochina.com/luxury-market-china-changing-2016/

กำลังโหลดความคิดเห็น...