xs
xsm
sm
md
lg

ปัญหาแท็กซี่ กับ ไทยแลนด์ 4.0 บทเรียนจากกรุงปักกิ่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: พรมแดนสื่อใหม่ (New Media, New Frontier)


ปลายเดือนมีนาคม 2560 สายลมอุ่นเคลื่อนตัวเข้าพัดพาไอเย็นที่ปกคลุมมหานครอันเยือกเย็น

กิ่งของต้นหลิวเต้นระบำเหนือลำธารสายน้อย ฝ่ายดอกหยิงชุนสีเหลืองสดก็ผลิบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่เดินทางมาถึงแล้ว

ผมยืนมองจัตุรัสเทียนอันเหมินจากมุมที่คุ้นเคย ด้านหลังของผมคือรูปประธานเหมา เจ๋อตง เหนือประตูเทียนอันเหมิน คลื่นนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและชาวต่างชาติทยอยกันหลั่งไหลเข้าไปยังประตูบานใหญ่สีแดง ที่แต่ละบานตอกหมุดทองคำเอาไว้ 81 ชิ้น มองเผินๆ สิ่งรอบกายคล้ายจะเหมือนเดิม แต่มีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่บอกผมว่า “ปักกิ่งทุกวันนี้ไม่ใช่เมืองที่ผมเคยรู้จัก”

หลังใช้ชีวิตอยู่ในมหานครแห่งนี้ระหว่างปี 2545-2551 จนแทบกลายเป็นบ้านหลังที่สอง ผมต้องเดินทางกลับมาที่นี่ทุกปี ปีละ 2-3 ครั้ง หรือบางปีมากกว่านั้นแล้วแต่ภารกิจ แต่แค่สองปีหลังมานี้ที่จำนวนสมาชิกในครอบครัวเล็กๆ ของผมขยายตัวจากสองเป็นสี่ ทำให้ผมห่างเหินปักกิ่งไปพักใหญ่

ที่หน้าประตูเทียนอันเหมิน ผมเจอ “เอ๋” นักศึกษาปริญญาโทด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยชิงหัว สถาบันอุดมศึกษาระดับจอหงวนของจีน

หลังจากเรียนจบนิติศาสตร์ที่จุฬาฯ เอ๋ ก็สนใจเกี่ยวกับเมืองจีน และเคยใช้ชีวิตอยู่ในหลายเมือง ก่อนมาลงเอยกับชีวิตของนักเรียนระดับบัณฑิตศึกษาที่ปักกิ่ง

เอ๋อัพเดตวิถีชีวิตที่ปักกิ่งให้ผมฟังหลายเรื่อง โดยหลายเรื่องในหลายเรื่องนั้นเป็นสิ่งที่ผมได้ฟังแล้วก็ได้แต่อ้าปากค้าง
“เดี๋ยวนี้ที่ปักกิ่งโบกแท็กซี่ตามริมถนนยากนะครับพี่”
“ทำไมล่ะ?”
“เดี๋ยวนี้เขาเรียกผ่านแอปพลิเคชันกันหมด อย่างพวก ‘ตีตีต่าเชอ’ เขาไม่ค่อยโบกรถกันแล้ว”


“ตีตีต่าเชอ (滴滴打车)” เป็นแอปพลิเคชันเรียกรถแท็กซี่ คล้ายๆ แกร็บแท็กซี่ (Grab Taxi) ที่บ้านเราคุ้นเคย

เดือนกุมภาพันธ์ 2558 (ค.ศ.2015) ภายหลังจากก่อตั้งและเปิดให้บริการได้ไม่ถึง 3 ปีดี “ตีตีต่าเชอ” ก็ควบรวมกับไคว่ตี้ต่าเชอ (快的打车) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ในจีนอีกยี่ห้อหนึ่ง จนกลายเป็นบริษัทผู้ให้บริการการขนส่งผ่านสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกในทันที ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 300 ล้านคนในกว่า 300 เมืองทั่วประเทศจีน
แอปพลิเคชันตีตีชูสิง (ภาพเอพี)
ปัจจุบัน ตีตีชูสิง (滴滴出行) หรือเดิมทีชื่อ ตีตีไคว่ตี้ (滴滴快的) บริษัทที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการเมื่อสองปีก่อน ไม่เพียงปฏิวัติวิธีการเดินทางของคนเมือง แต่ยังขยายบริการแตกแขนงออกไปมากมาย จนหาญกล้าเข้าไปซื้อกิจการของ อูเบอร์จีน (Uber China) ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว (2559) และกลายเป็นบริษัทที่ถูกประเมินมูลค่าไว้สูงถึง 35,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหากตีมูลค่าเป็นเงินไทยก็มากกว่า 1.2 ล้านล้านบาท!!!

ที่น่าสนใจที่สุดคือ ตีตีชูสิง ถือเป็นบริษัทสตาร์ทอัพบริษัทเดียวในจีนที่มี 3 ยักษ์ใหญ่แห่งโลกออนไลน์ของจีนถือหุ้นอยู่ คือทั้ง อาลีบาบา ไป่ตู้ และเทนเซ็นต์ รวมไปถึงบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของโลกอย่างแอปเปิลยังลงขันร่วมด้วยอีก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

แต่ก็ใช่ว่าเส้นทางของตีตีชูสิงจะราบเรียบและโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะนอกจากจะโดนรัฐบาลจีนจับตามอง และเรียกไปคุยให้จัดการอุดช่องโหว่ที่ละเมิดกฎหมายแล้ว เนื่องจากแอปฯ ตีตีชูสิงเปิดและครอบคลุมให้บริการอื่นๆ ที่สุ่มเสี่ยงว่าจะผิดกฎหมายหลายข้อของจีน เช่น เป็นช่องทางให้รถโดยสารส่วนบุคคลสามารถรับผู้โดยสารได้ ธุรกรรมผ่านบริการไม่เข้าสู่ระบบภาษี (คล้ายๆ กับที่อูเบอร์โดนอยู่ในบ้านเรา ณ ปัจจุบัน) รวมไปถึงถูกแจ้งว่าธุรกิจอาจละเมิดกฎหมายการผูกขาดการค้า (反垄断法) เพราะตีตีชูสิงกินส่วนแบ่งตลาดแอปฯ เรียกแท็กซี่มากถึงราวร้อยละ 80 รัฐบาลจีนยังอยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้เกิดแอปฯ เรียกแท็กซี่คู่แข่งขึ้นมาด้วย

แต่มาตรการดังกล่าวของรัฐบาลจีนก็มิอาจปิดกั้นความต้องการของผู้บริโภค และความนิยมในหมู่ผู้โดยสารทั่วประเทศได้ โดยในปี 2558 เพียงปีเดียว มีผู้โดยสารเรียกใช้บริการแท็กซี่ผ่านตีตีชูสิงมากถึง 1,400 ล้านครั้ง ขณะที่เดือนธันวาคม 2559 ที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียวก็มีผู้ใช้บริการมากถึง 200 ล้านครั้งเข้าไปแล้ว

“A-P-P (คนจีนเรียกแอปพลิเคชันว่า เอพีพี) เรียกแท็กซี่ก็ดีนะ สะดวกดีนะสำหรับทั้งผู้โดยสาร หรือคนขับแท็กซี่อย่างผม ผมก็ใช้อยู่นี่ไง” คนขับแท็กซี่ชาวปักกิ่งวัย 50 กว่าๆ บอกผม ระหว่างที่รถแท็กซี่กำลังเลี้ยวเข้าถนนเจี้ยนกั๋วเหมินไว่ พร้อมกับนิ้วที่ชี้ไปบนสมาร์ทโฟนยี่ห้อออปโป้ที่ติดอยู่บนคอนโซล

คืนวันเดียวกัน ... หลังจากที่เครื่องไชน่าแอร์ไลน์พาผมกลับมาถึงกรุงเทพ

ผมกดคิวเรียกแท็กซี่ที่สุวรรณภูมิเพื่อกลับบ้านย่านรัชดาภิเษก พอโชเฟอร์ชายวัยกลางคนเปิดกระโปรงท้ายให้ผมยกกระเป๋าเดินทางใส่ ได้ยินจุดหมายปลายทางที่อยู่ใกล้เกินกว่าความคาดหมาย ก็ทำหน้าเหมือนท้องผูก ถ่ายไม่ออกมาหลายวัน

บอกตรงๆ ผมเพียงหวังว่า “ไทยแลนด์ 4.0” ในบริบทของปัญหารถแท็กซี่และรถโดยสารสาธารณะ ในสายตาของรัฐบาล คสช. คงไม่ได้หมายความถึง การแค่ไล่จับอูเบอร์ จัดระเบียบรถตู้ ติดกล้องซีซีทีวีกับปุ่มเตือนภัยฉุกเฉินในแท็กซี่เท่านั้นนะ
กำลังโหลดความคิดเห็น...