xs
xsm
sm
md
lg

Big bad wolf ตัวอย่างมหกรรมหนังสือที่ควรจัดบ่อยๆ

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย


ปิดฉากไปแล้วครับสำหรับงานใหญ่งานหนึ่งที่เข้ามาจัดในเมืองไทยเป็นครั้งแรก นั้นก็คืองาน Big bad wolf งานมหกรรมหนังสือลดราคามหาศาล ที่จัดขึ้นณ อาคารอิมแพ็คฟอรั่ม ระหว่างวันที่ 12 ถึง 21 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา งานนี้มีหนังสือมาจำหน่ายในราคาลด 60-80% กันเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ได้ความประสบความสำเร็จอย่างมากในมาเลเซียและสิงคโปร์มาแล้ว

เป็นครั้งแรกที่งานมหกรรมหนังสือจัดข้ามวันข้ามคืน วันจันทร์ถึงพฤหัสจะเริ่มงานตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึงประมาณ 4 ทุ่ม ส่วน ส่วนวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์เปิดยาวแบบไม่มีการหยุดพักกันเลยทีเดียวคือตั้งแต่ 10 โมงเช้าวันศุกร์ ถึง 4 ทุ่มของคืนวันอาทิตย์คิดเป็นเวลาก็ 60 ชั่วโมง ประมาณว่านอนไม่หลับหรือเลิกงานดึกก็มางานนี้ได้ เหมาะสำหรับคนหนุ่มสาววัยเรียนวัยทำงาน และพ่อแม่รุ่นใหม่ไปหาซื้อหนังสือดีๆให้ลูก แถมมากลางคืนรถไม่ติดมากอย่างกลางวัน ที่จอดรถก็หาง่ายกว่าปรกติอีกด้วย

งานนี้เป็นมหกรรมหนังสือระดับโลก หนังสือภายในงานจึงเป็นหนังสือภาษาอังกฤษส่วนมาก รวมไปถึงหนังสือหายาก หนังสือเก่า หนังสือน่าสะสมซะเป็นส่วนใหญ่ แต่เชื่อเถอะครับว่ามางานนี้ไม่ผิดหวัง

พูดถึงหนังสือภาษาอังกฤษก็ต้องยอมรับละครับว่าคนไทยอาจจะซื้ออ่านกันไม่มากเท่าไร ส่วนหนึ่งก็คงเพราะราคาหนังสือเหล่านี้มักแพงถึงแพงมาก รวมถึงบางคนก็อาจจะกลัวว่าจะอ่านไม่รู้เรื่อง ซึ่งจริงๆแล้วมันก็อาจจะไม่ยากอย่างที่เรากลัวครับ

ผมเองก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษ อาศัยว่าพอมีพื้นฐานบ้าง ส่วนคำไหนอ่านแล้วแปลไม่ถูกก็ลองใช้ทอล์คกิ้งดิคช่วย หรือไม่ก็ทันสมัยขึ้นอีกหน่อยเดี๋ยวนี้มีระบบแปลภาษาบนหน้าเว็บกูเกิ้ลก็พอกล้อมแกล้มพอช่วยเดาคำศัพท์ได้ เพราะมันจะแปลเป็นคำๆมาเรียงต่อกันเฉยๆ อ่านเป็นประโยคไม่ค่อยได้ความ แต่ถ้าแปลศัพท์เป็นคำแล้วเรามาเรียบเรียงประโยคเองก็พอเข้าใจเนื้อหาคร่าวๆ

ไปงานนี้ก็มีหนังสือทุกแนวครับ หนังสือเกี่ยวกับเด็กก็เยอะ หนังสือนิยายก็เพียบ หนังสือที่เหมาะจะเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงก็มากะ เรียกได้ว่าเดินดูกันละลานตาไปหมด

ผมไปงานนี้มาวันหนึ่ง เดินยังไม่ทั่วเท่าไรเลยครับเพราะคนแน่นมาก โซนที่น่าสนใจที่สุดผมว่าเป็นโซนหนังสือเด็กครับ หนังสือเด็กส่วนมากที่เห็นจะเป็นหนังสือประเภทนิทานหรือพวกเรื่องสั้นที่มีภาพประกอบสวยๆน่ารักๆ ที่เด็กเห็นแล้วก็น่าจะชอบกันทุกคน ถ้าน้องๆลองได้มางานนี้จะได้หนังสือที่น่าอ่านเป็นแน่ สำหรับเด็กเล็กจะมีประโยชน์มากเลย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการรักการอ่าน ฝึกฝนภาษาอังกฤษ เหมาะกับคุณพ่อคุณแม่หรือโรงเรียนจะหาหนังสือดีๆให้เด็กในราคาถูกมาก เพราะถ้าซื้อราคาปกติ หนังสือพวกนี้แพงมาก

สำหรับผู้สนใจวรรณกรรม ต้องจุใจแน่ มีหนังสือนวนิยายทุกแนว เท่าที่ดูก็จะมีนิยายคลาสสิคหลายเรื่อง รวมไปถึงนวนิยายใหม่ๆก็มาก และมีแบบบ็อกซ์เซทในราคาพิเศษอีกด้วย

หนังสือความรู้ก็มีทุกสาขาครับ ทั้งปรัชญา ประวัติศาสตร์ รวมทั้งประเภท ชีวประวัติ หนังสือเกี่ยวกับการบริหารการจัดการ ผมว่าหนังสือพวกนี้สามารถเอาไปใช้ประโยชน์หรรือประยุกต์ใช้ได้ อย่างน้อยๆเราก็ได้เรียนรู้วิธีคิดของคนเก่งๆ วิธีการทำธุรกิจ วิธีการตัดสินใจ

หนังสือเกี่ยวกับกีฬาก็มีเยอะเหมือนกันครับ ใครที่อยากรู้ประวัตินักฟุตบอลคนเก่งอย่างเมสซี่ หรือเนียมาร์ก็มีครับ หรือใครอยากเก็บข้อมูลสถิติต่างๆก็มีหนังสือรวบรวมไว้ให้

หนังสือเกี่ยวกับหนังและเพลงก็ไม่เบาเลยครับ เช่นหนัง 100 เรื่องที่เราควรหามาชม เป็นหนังเจ๋งๆทั้งนั้นเลย คิดว่าเป็นโชคดีของผมที่มีผู้รู้ในออฟฟิศที่ทำงานมีนักวิจารณ์หนังเก่งๆ ทำให้ได้ดูหนังดีๆ ได้ฟังคำวิจารณ์คำแนะนำเกี่ยวกับหนังจำนวนมาก เท่าที่เปิดดูผมว่าผมได้ดูไปแล้ว น่าจะเกือบๆครึ่งหนึ่งได้ ส่วนเพลงก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับนักดนตรีดังๆของโลก ไม่ว่าจะ จอห์น เลนนอน เดอะบีทเทิ้ล หรือแม้แต่เซอร์เอลตั้น จอห์น

อีกโชนหนังสือหนึ่งที่ดึงดูดผมให้อยู่แถวนั้นนานที่สุด คือหนังสือภาพ ผมเป็นคนชอบถ่ายภาพมาก ไปโซนนี้ผมได้เห็นหนังสือรวมภาพเก่าๆคลาสสิค ได้เห็นหนังสือรวมภาพคนดังระดับโลก รวมถึงหนังสือภาพจากหนังดังมากมาย ทั้งสตาร์ วอร์ส คนเหล็ก ฯลฯ เรียกได้ว่าเดินวนไปก็วนมา หยิบเล่มนั่นดูเล่มนี้ดู เพลินตาเพลินใจจริงๆครับ

นอกจากนี้ยังมีโซนหนังสือหายากที่ไม่สามารถเปิดดูได้เอง ต้องให้เจ้าหน้าที่เขาหยิบให้ จำนวนหนึ่งอยู่ในตู้กระจก บางเล่มดูจากปีที่ตีพิมพ์ก็เป็นร้อยปีก็มีครับ

เสียดายที่งานนี้จบไปแล้ว บางท่านอาจยังไม่ทันดูในปีนี้ ปีต่อไปอย่าพลาดนะครับต้องไปดูให้ได้เดินงานนี้เสร็จแล้วก็ต้องขอบอกว่าหนังสือ คือครูที่ดีที่สุดจริงๆครับ ในโลกยุคดิจิทัล ความรู้ในโลกอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการอ่านหนังสืออี-บุ๊ก(e- book) ออนไลน์ให้ความสะดวกในการหาความรู้ แต่หนังสือดีๆสวยๆน่าอ่านก็ยังมีเสน่ห์ เป็นคลังความรู้ที่มีค่า จับต้องได้เก็บสะสมได้หยิบฉวยมาอ้างอิงได้

สุดท้ายก็หวังว่างานมหกรรมหนังสือดีๆราคาถูกมากๆอย่างนี้ควรจะจัดอีกทุกๆปี รัฐควรส่งเสริมสนับสนุนเป็นพิเศษ เพื่อให้นักอ่านหรือผู้สนใจได้ซื้อหนังสือในราคาที่ถูกลงแบบนี้อีกบ่อยๆ โดยเฉพาะสำหรับเด็กๆ ควรมีโอกาสได้อ่านหนังสือดีๆสวยๆ ปลูกฝังการรักการอ่าน เพราะการอ่านเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนาคนพัฒนาประเทศ สร้างสังคมที่มีปัญญา คุณภาพของประชากรไทยจะเด่นหรือด้อย ขึ้นอยู่กับการอ่านนี่แหละครับ




กำลังโหลดความคิดเห็น...