xs
xsm
sm
md
lg

ภาพยนตร์San Andreas กับความรู้รับมือแผ่นดินไหวของคนไทย

เผยแพร่:   โดย: ยุรชัฏ ชาติสุทธิชัย

วันก่อนผมและครอบครัวไปทานข้าวและมีโอกาสดูหนังในวันหยุด ทีแรกดูเหมือนจะเป็นหนังธรรมดา คงไม่มีอะไรน่าสนใจ จากการชมตัวอย่างแล้ว ยอมรับเลยครับว่าผมเฉยๆ แต่เมื่อดูจบ ต้องบอกว่า มีอะไรมากกว่าที่คิด

ข่าวแผ่นดินไหวในประเทศต่างๆทั่วโลก เกิดขึ้นบ่อยมาก เกือบทุกสัปดาห์จะไหวมากหรือน้อยก็แล้วแต่ ที่เนปาลหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สร้างความเสียหายอย่างหนัก ยังไหวต่อเนื่องมาอีกหลายครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เกิดแผ่นดินไหวที่ซาบาร์ของมาเลเซีย ซึ่งใกล้ไทยมาก
ใช่แล้วครับ วันนี้ขอพูดถึงหนัง San Andreas ชื่อไทย ซาน แอนเดรียส มหาวินาศแผ่นดินแยก หน่อยก็แล้วกันครับ

เป็นเรื่องราวบนรอยเลื่อนSan Andreas ที่พาดผ่านรัฐแคลิฟอเนียร์ ในสหรัฐอเมริกา เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ9 ริกเตอร์ นักบินเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยกู้ภัย (จอห์นสัน) กับภรรยาที่ไม่ค่อยลงรอยกันต้องออกเดินทางจากลอสแองเจลิสไปจนถึงซานฟรานซิสโก เพื่อช่วยลูกสาวคนเดียวของพวกเขาที่กำลังเผชิญภัยแผ่นดินไหวท่ามกลางความโกลาหล และความเสียหายของชีวิตผู้คนและการพังถล่มของอาคารตึกสูงจำนวนมากในเมือง

ในเชิงของหนังภัยพิบัติ ต้องบอกเลยว่าไม่มีอะไรใหม่เลย แผ่นดินไหวครั้งรุนแรงแบบไม่เคยเจอกันมาก่อน จนเกิดสึนามิ สร้างความเสียหายอย่างหนัก ผู้คนล้มตาย เกิดความโกลหลไปทั่ว ลูกสาวติดอยู่ในเมือง รอพ่อ ที่เป็นหน่วยกู้ภัยมาช่วย เธอมีหนุ่มและน้องชายที่เพิ่งรู้จักกัน เสี่ยงอันตรายเข้าไปช่วยชีวิตไว้ เรื่องราวเหล่านี้ไม่แปลก ไม่ใหม่ และที่สำคัญทำให้ผมไม่รู้สึกลุ้นระทึกมากนัก หากเทียบกับหนังแนวคล้ายกันอย่าง 2012 ซึ่งดูระทึกกว่ามาก

การปูทางของเรื่อง ตัวเอกเป็นหน่วยกู้ภัย มีปัญหากับเมีย มีผู้ชายคนใหม่ หล่อกว่ารวยกว่า แต่พอเกิดเรื่องก็ทำให้ครอบครัวนี้กลับมารักกันแนบแน่น แถมท่าทางจะได้ว่าที่ลูกเขยติดมาด้วย

กราฟฟิกในเรื่องก็ไม่ได้พิเศษ หากเทียบกับหนังฮอลลี่วู๊ดด้วยกัน ฉากคลื่นถล่มเมืองก็งั้นๆ อาจจะมีโอเวอร์บ้างเช่นฉากที่พระเอกขับเรือลำน้อยๆปีนคลื่น ขณะที่เรือลำใหญ่กว่า เครื่องแรงกว่าไม่สามารถสู้แรงคลื่นได้ เรือพระเอกยังรอดมาได้ แต่ก็เอาน่าต้องรีบไปช่วยลูกสาวต่อจะตายได้ไงล่ะครับ

นอกจากนี้การปูความตอนเปิดเรื่อง ว่าพระเอกเป็นหน่วยกู้ภัยที่เก่งมาก กล้าหาญใจเด็ดยอมเสี่ยงชีวิตช่วยสาวที่เกิดอุบัติเหตุติดอยู่ในรถของเธอที่กำลังค้างอยู่จะตกเหว พูดจริงๆว่าทีแรกคิดว่าหนังเรื่องนี้จะออกแนวช่วยชาวบ้าน แต่เปล่าเลย พระเอกของเราขับเฮลิคอปเตอร์ของหน่วยกู้ภัย ไปช่วยเมียไปตามหาลูก ก็เข้าใจอยู่หรอกครับว่าพอถึงวิกฤติคนเราก็คงเลือกช่วยคนที่ตัวเองรักก่อน ยังดีที่ตาพระเอกของเรายังมีโอกาสช่วยตายายคู่หนึ่งที่รถเสียอยู่ข้างทางบ้าง ไม่งั้นเขาคงเป็นนักกู้ภัยที่โครตเห็นแก่ตัวเลย คือเป็นนักกู้ภัย แต่สามารถขับรถขับเรือผ่านพื้นที่ผ่านผู้คนที่กำหลังหนีกันโกลาหลได้ โดยไม่ช่วยเหลือ คงเป็นนักกู้ภัยที่น่าผิดหวังมาก

เอาละสับเละแล้วได้เวลาชม อาจจะออกแนวตบหัวแล้วลูบหลังนะครับ แต่หนังทุกเรื่องมีข้อดีและข้อเสียให้วิพากษ์วิจารณ์ เป็นธรรมดาครับ เห็นข้อเสียแล้ว มองสิ่งดีๆของหนังเรื่องนี้กันบ้างก็แล้วกันครับ

ข้อแรกสุดที่เห็นชัดๆเลยคือ ด้วยความเป็นลูกสาวหน่วยกู้ภัย พ่อของเธอสอนวิธีการแก้ปัญหาในการเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ ต้องมีสติ เอาชีวิตให้รอดในยามฉุกเฉิน เมื่อไม่มีสัญญาณในการติดต่อทางโทรศํพท์ เธอรู้วิธีใช้อุปกรณ์ที่พอจะหยิบหาได้ขณะหนีภัย มาใช้ต่อสายให้สามารถต่อโทรศัพท์ได้ สามารถหาอุปกรณ์สื่อสารสำรอง จะหาอาหารกระป๋องสำรองได้ที่ไหน อย่างในรถดับเพลิงซึ่งเชื่อสิครับว่าคนธรรมดาๆอย่างเราๆท่านๆคงไม่ทราบว่ามีของแบบนี้ในช่องเก็บของข้างรถ

ขณะตึกถล่ม คนส่วนใหญ่หนีออกจากตึก แต่วิธีการของหน่วยกู้ภัย พ่อสอนให้เธอขึ้นไปยังตึกสูงที่แข็งแรง เพื่อเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยจะมองเห็นและช่วยเหลือได้ รวมไปถึงความรู้เรื่องสามเหลี่ยมปลอดภัย หรือสามเหลี่ยมช่วยชีวิต คือ พื้นที่ๆปลอดภัยหากเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และไม่มีที่หลบภัย สามารถช่วยลดความรุนแรงจากการถูกสิ่งของต่างๆหล่นทับได้ ด้วยการที่หลบอยู่ข้างๆวัตถุที่อยู่ใกล้ เช่น กำแพง หรือรถ โดยแนบตัวให้ต่ำแนบชิดกับสิ่งกำบังให้มากที่สุด จะมีพื้นที่เป็นสามเหลี่ยม ป้องกัน สิ่งของตกลงมาใส่ร่างกาย วัตถุที่ใช้หลบภัยนั้นจะสามารถสร้าง "สามเหลี่ยมช่วยชีวิต" ในยามคับขัน

จะว่าไปแล้วเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่ควรจะมีการให้ความรู้ประชาชนเหมือนประเทศอื่นๆเช่นญี่ปุ่น ประเทศไทยมีรอยเลื่อนที่อาจเกิดแผ่นดินไหวหลายรอยเลื่อน และอาจเกิดรุนแรงได้กว่าที่คาดคิดกัน โดยเฉพาะ ทางภาคตะวันตกและภาคเหนือ ในอดีตแถวเชียงรายมีตำนานเล่าถึงเมืองจมหายไปทั้งเมืองมาแล้ว

สึนามิที่เกิดขึ้นในภาคใต้ รุนแรงอย่างที่คนไทยไม่เคยคาดคิด คนไทยแทบไม่เคยได้ยินหรือมีความรู้เรื่องสึนามิ เวลานี้คนไทยรู้เรื่องแผ่นดินไหวน้อยมาก ไม่มีความรู้ว่าจะเผชิญหน้ากับภัยพิบัติอย่างไร ผมว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีความรู้เรื่องนี้ ควรให้ความรู้ตามความเป็นจริงแก่คนในทั้งสังคมอย่างจริงจัง

ควรมีเนื้อหาในหลักสูตร เด็กๆควรจะได้เรียน และฝึกปฏิบัติหรือฝึกซ้อมการดูแลตัวเอง คนที่อาศัยหรือทำงานบนตึกสูงควรมีความรู้อย่างถูกต้อง คนอยู่ใกล้เขื่อนหรือพื้นที่เสี่ยงภัยควรได้รับข้อมูลการรายงานหรือแจ้งเตือน ควรผลิตสื่อให้ความรู้ในรูปแบบต่างๆ ทั้งหนัง ละคร สารคดี หนังสือ โซเชียลมีเดีย ฯลฯให้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ความรู้ความเข้าใจจะทำให้ทุกคนเผชิญเหตุร้ายได้อย่างมีสติรู้ เตรียมพร้อม ไม่ประมาท ความโกลาหลความเสียหายก็จะน้อยลง

ลงมือทำ เตรียมความพร้อมในการรับมืออย่างจริงจังเสียแต่วันนี้เถอะครับ ดีกว่ามาคิดสำนึกได้เมื่อมันสายเสียแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...