xs
xsm
sm
md
lg

เลื่อนวันดำหัวผู้ว่าเชียงใหม่ : ท้องถิ่นนิยมใต้อำนาจรวมศูนย์

เผยแพร่:   โดย: บัณรส บัวคลี่

ปีนี้ พ.ศ.2556 นี้จังหวัดเชียงใหม่ประกาศให้วันปีใหม่เมืองสงกรานต์ตรงกับ 14-15-16 เมษายน ซึ่งมีผลให้วันสังขานล่อง วันเนา และ วันพญาวัน(เถลิงศก) ขยับจากเดิมออกไป 1 วัน ทั้งนี้เป็นไปตามหลักคำนวณปฏิทินล้านนาที่ถือการเคลื่อนของพระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ ณ จุดใดให้ถือวันนั้นเป็นวันพญาวัน หรือการเถลิงศกข้ามไปเป็นปีใหม่ที่แท้จริง

การจัดกิจกรรมท้องถิ่นเชียงใหม่ปีนี้ จึงปรับเปลี่ยนและอนุโลมพ่วงวันที่ 13 เมษายนอันเป็นวันสงกรานต์แบบไทยร่วมกับวันที่ 14 เมษายนเป็นวันสังขานล่อง วันที่ 15 เมษายนตรงกับวันเนา และวันที่ 16 เมษายนจัดเป็นวันพญาวัน หรือเข้าสู่ปีใหม่ที่แท้จริง ก็เลยมีวันฉลองกิจกรรมปีใหม่-สงกรานต์นานกว่าที่อื่นรวม 4 วัน (นี่ยังไม่นับวันที่ผู้คนออกมาเล่นน้ำคูเมืองแต่เนิ่นด้วย)

การนับปฏิทินล้านนาให้ตรงกับคติความเชื่อเดิมแบบนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะแต่ละท้องถิ่นหรือแต่ละวัฒนธรรมย่อมมีรายละเอียดธรรมเนียมเป็นแบบของตัว ปีศักราชของล้านนาแม้จะมี 12 ราศีแต่ก็เรียกขานไม่ตรงกับ ชวด ฉลู ขาล เถาะ แบบไทยซึ่งรับมาจากเขมรอีกทอด

แต่ละท้องถิ่นแต่ละธรรมเนียมความเชื่อไม่จำเป็นต้องมีวันปีใหม่ตรงกันปีใหม่แบบจีนถือตามจันทรคติ ปีใหม่ไทใหญ่ ปีใหม่ม้ง ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องตรงตามปีใหม่ไทย... ปีใหม่ของล้านนาก็เช่นกัน

ปีใหม่เมืองแบบล้านนาย่อมไม่เหมือนกับสงกรานต์ปีใหม่แบบไทยในรายละเอียดแม้จะเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงรอบปีเหมือนกันก็ตาม อย่างการ “ดำหัว” แบบที่ราชการเรียกว่าสระเกล้าดำหัวแท้จริงเป็นคนละเรื่องกับการเล่นน้ำเอาสนุก เพราะการดำหัวด้วยขมิ้นส้มป่อยอันถือเป็นน้ำมงคลถือเป็นพิธีกรรมของการชำระสะสางล้างเอาอัปมงคลออกไป

คำว่าดำหัวนั้นภาษาล้านนาดั้งเดิมหมายถึงสระผมที่สามารถดำหัวตัวเองกันได้ทุกวันแต่เมื่อถึงวันสำคัญของปี การสระผมหรือดำหัวจึงยกระดับมาให้เป็นสัญลักษณ์ของพิธีกรรมที่เป็นมงคลโดยการเติมสิ่งพิเศษลงไปเช่นขมิ้นส้มป่อยและก็เลือกฤกษ์งามยามดีนั่นก็คือ “พญาวัน” อันเป็นวันเปลี่ยนศักราชข้ามไปสู่ปีใหม่ทำการสระเกล้าดำหัวให้เกิดความเป็นมงคลทั้งต่อตนเองและต่อคนที่รักใคร่นับถือ จึงมีแบบแผนที่ทับซ้อนกั๊กๆอีหลักอีเหลื่ออยู่บ้างเช่น ขบวนดำหัวผู้ว่าฯเชียงใหม่บางปีจัดให้ประชาชนรดน้ำที่มือตามแบบไทยจนมีผู้รู้ค่อนขอดว่ารดน้ำเหมือนงานศพเพราะทางเหนือเขาไม่รดกันแบบนี้

การที่จังหวัดเชียงใหม่ประกาศเปลี่ยนแปลงขยับวันทำกิจกรรมปีใหม่เมืองเทศกาลสงกรานต์ออกจากเดิม 13-14-15 ให้เลื่อนมาเป็น (13+14)-15-16 บ่งบอกถึงความยืดหยุ่นไม่บ้าจี้ตายตัวกับกรอบธรรมเนียมแบบราชการรวมศูนย์ เช่นหากเขาประกาศว่าวันที่ 13 เมษายนให้เป็นวันสงกรานต์ทั่วทุกเขตคามทั้งราชการอาณาจักรจำเป็นต้องยึดว่าวันสงกรานต์ต้องเป็น 13 เมษายนเท่านั้น

แต่นั่นเองกันเทศกาลงานเฉลิมฉลองของเราในทุกวันนี้มันก็ไม่ได้ตั้งอยู่กับเงื่อนไขของตัวเองทั้ง 100% ปีใหม่สงกรานต์ลอยกระทงหรือเทศกาลใดๆในยุคใหม่ผูกพันอยู่กับปฏิทินการท่องเที่ยวที่ต้องประกาศออกไปล่วงหน้าประมาณ 1 ปีเพื่อให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางการเข้าพักได้ล่วงหน้า หากบังเอิญปราชญ์ล้านนาคำนวณว่าปีนี้ดวงดาวโคจรวิปริตต้องเลื่อนกิจกรรมปีใหม่เมืองเป็น 20-23 เมษายนคาดว่าราชการห้างร้านเอกชนโรงแรมรถตู้รถแดงทั้งหลายคงประสานเสียงไม่เอาด้วยอย่างแน่นอนเพราะเงินทองก็เป็นเงื่อนไขจำเป็นไปแล้ว เผลอๆสำคัญกว่าธรรมเนียมประเพณีเสียอีก

การเลื่อนสงกรานต์ปีใหม่เพิ่มมาอีก 1 วันแบบปี 2556 นี้จึงเป็นผลดีแบบวิน-วิน ก็คือเริ่มฉลองมีกิจกรรมต่างๆ กันตั้งแต่ 13 ตามกำหนดเดิมแถมยังมีวันที่ 16 แถมพกเข้ามาอีก เอกชนร้านค้ารถตู้รถแดงตลอดถึงข้าราชการนักปราชญ์ผู้ทั้งหลายจึงสมประสงค์ลงตัวกันด้วยดี และช่างบังเอิญเสียจริงที่มติครม.ยิ่งลักษณ์ประกาศให้วันหยุดสงกรานต์เพิ่มจากปีปกติ เป็น 12-16 เมษายน ไม่เหมือนปีกลายที่วันที่ 16 เมษายนแม้จะหยุดก็หยุดเพราะเป็นวันชดเชย ขณะที่ปี 2554 ให้หยุดวันสงกรานต์แค่ 13-15 เมษายนเท่านั้น

มติ ครม.ปีนี้จึงสอดคล้องต้องกันกับปีใหม่เมืองล้านนาจะโดยบังเอิญหรือจงใจก็ไม่รู้ได้ แต่ก็แถมเพิ่มเลื่อนวันหยุดให้ตรงกับปฏิทินล้านนาสาใจนักท่องเที่ยวรถตู้รถแดงตลอดถึงขบวนดำหัวซึ่งก็คือพ่อค้า ข้าราชการทั้งหลายที่จะต้องเดินสายไปคารวะอำมาตย์นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายทั้งปวง

นับจากประมาณ พ.ศ.2500 เป็นต้นมา ปีใหม่เมืองล้านนาไม่ได้เป็นปีใหม่เมืองตามแบบแผนและความหมายเดิมเพราะมีการเปลี่ยนแปลงควบรวมผสมผสานกับธรรมเนียมและเงื่อนไขอื่นๆมากขึ้นๆ เดิมนั้นคนเชียงใหม่เขาเล่นสงกรานต์กันที่ริมน้ำปิงคนจะได้ขนทรายเข้าวัดได้ด้วย เจ้าหลวงเชียงใหม่ยังเคยนั่งเสลี่ยงลงไปให้คนเชียงใหม่ดำหัวกันที่นั่นด้วยซ้ำแต่ต่อมาเมื่อมีรถกระบะ มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีเขื่อนตอนบนทำให้ระดับน้ำปิงเปลี่ยนไป ศูนย์กลางการเล่นน้ำจึงย้ายไปสู่คูเมืองจนกลายเป็นมหกรรมสงครามน้ำที่ฝรั่งเอาไปเรียกขานกัน แล้วก็มีขบวนแห่สงกรานต์-สรงน้ำพระที่ยิ่งใหญ่สนุกสนานจากสะพานนวรัฐผ่านท่าแพเข้าไปยังตัวเมืองด้านในผสมผสานศรัทธาความเชื่อกับการท่องเที่ยวได้ลงตัว

นอกจากการเอาเงื่อนไขการส่งเสริมการท่องเที่ยวไปผูกกับปีใหม่เมืองแล้ว อำมาตย์ข้าราชการและธรรมเนียมแบบอำนาจรัฐรวมศูนย์นี่แหละตัวดีที่ทำให้ปีใหม่เมืองสงกรานต์เชียงใหม่เปลี่ยนไป มีการริเริ่มเกณฑ์ข้าราชการส่วนงานต่างๆ ตลอดถึงบริษัทห้างร้านให้มาตั้งขบวนดำหัวพ่อเมืองเชียงใหม่ในช่วง พ.ศ. 2500 บวกลบประมาณนั้น จัดกันต่อๆ มาจนกลายเป็นประเพณีแล้วก็ผูกพันกลายเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไปอีกกิจกรรมหนึ่ง

จำข้อมูลได้เลาๆ ยังไม่ได้ค้นเอกสารว่าก่อนนั้นเคยมีการจัดขบวนดำหัวผู้ว่าฯ กันวันที่ 13 เมษายนตามแบบแผนสงกรานต์ไทยต่อมามีผู้รู้ล้านนาทักท้วงว่าล้านนาที่แท้เขาจะดำหัวผู้ใหญ่กันหลังจากวันพญาวันก็คือไปขอพรอวยพรกันเมื่อเถลิงศักราชใหม่กันแล้วทำให้มีการเลื่อนขบวนดำหัวพ่อเมืองมาเป็น 15 เมษายนของทุกปี เมื่อ 2 ปีก่อนอดีตผู้ว่าฯ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล อยากให้ยกเลิกกิจกรรมดำหัวดังกล่าวแต่ถูกคัดค้านจากคนท้องถิ่นโดยอ้างว่าเป็นประเพณีดีงามของท้องถิ่นที่สุดต้องคงไว้ดังเดิม

และด้วยเหตุผลของธรรมเนียมโบราณที่ต้องจัดให้มีการดำหัวในวันพญาวัน (และหลังจากนั้นจนถึงสิ้นเดือน) มาปีนี้จังหวัดเชียงใหม่จึงประกาศเปลี่ยนแปลงให้มีการดำหัวผู้ว่าฯ จากวันที่ 15 เมษายนที่เคยจัดมาทุกปีให้เป็นวันที่ 16 เมษายน (อ่านข่าวกรมประชาสัมพันธ์ประกอบ)

ก็ไม่แปลกหรอกที่จังหวัดเชียงใหม่ภายใต้ผู้ว่าฯคนปัจจุบันตัดสินใจย้ายวันดำหัวแบบไม่สนใจปฏิทินท่องเที่ยวที่ททท.ได้ประกาศไปล่วงหน้าไปแล้วจนต้องรีบเปลี่ยนกันใหม่อีกรอบ เพราะผู้ว่าฯธานินทร์คนนี้เป็นคนท้องถิ่นเข้าใจขนบธรรมเนียมล้านนาดี เพราะคนล้านนาไม่มีใครที่ไหนดำหัวกันในวันเนาหรือวันเน่าอันตรงกับวันที่ 15 เมษายนหรอก ปีนี้ถึงขนาดคณะสังฆาธิการมีประกาศไปทุกวัดว่าอย่าเพิ่งเปิดให้สาธุชนเข้าทำบุญปีใหม่ในวันเน่า ให้เปิดในวันที่ 16 เมษายนไปเลยแสดงว่ามีการเอาจริงเอาจังกับขนบฮีตฮอยความเชื่อเรื่องนี้กันพอสมควร

แต่ก็นั่นแหละครับ ดูไปดูมามันก็แปลกๆเพราะขบวนดำหัวผู้ว่าฯ นั้นน่ะไม่ใช่ขนบฮีตฮอยดั้งเดิม จังหวัดเชียงใหม่ทางหนึ่งย้อนไปเชิดชูขนบความเชื่อปฏิทินล้านนาดั้งเดิม ประกาศเปลี่ยนแปลงวันจัดกิจกรรมสงกรานต์แบบที่ททท.เองเปลี่ยนปฏิทินโปรโมตแทบไม่ทัน แต่อีกทางก็เชิดชูสิ่งที่ไม่ใช่ของดั้งเดิมให้อลังการงานเชลียร์ต่อไปอีก เพราะขบวนดำหัวผู้ว่าฯน่ะแท้ที่จริงมีต้นทางมาจากกิจกรรมการเอาใจนายของข้าราชการฝ่ายปกครองยุคก่อนเท่านั้นเอง หาใช่ประเพณีดั้งเดิมอะไรเลย

คนแถวนี้เขาเรียกขบวนดำหัวผู้ว่าฯติดปากว่า “ขบวนดำหัวพ่อเมือง” ก็เพราะผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อ 50 กว่าปีก่อนนี่คืออำมาตย์ใหญ่ที่มีอำนาจราชศักดิ์เปรียบได้กับการส่ง “พ่อเมืองมากินเมือง” ตามคำในสมัยโบราณเมื่อหมดยุคเจ้าหลวงก็มีพ่อเมืองนี่แหละที่ใหญ่ที่สุด เวลานี้แม้จะเปลี่ยนแปลงมาเป็นประชาธิปไตยหลักการบริหารราชการถือว่าถือว่าข้าราชการเป็นลูกจ้างมาบริการประชาชนแต่ก็ยังมีการประจบเรียกขานผู้ว่าฯ ให้เป็น “พ่อเมือง” กันต่อ

ผู้ว่าฯ ในตำนานของเชียงใหม่อย่าง พ.ต.อ.นิรันดร ชัยนาม นี่เป็นอำมาตย์แบบพ่อเมืองกินเมืองแบบโบราณจริงๆ เพราะอยู่ยาวตั้งแต่ พ.ศ.2503-2514 ไม่ต้องย้ายไปไหน ธรรมเนียมดำหัวพ่อเมืองกะเกณฑ์ข้าราชการห้างร้านทุกอำเภอมาตั้งแถวรอดำหัวเติบโตกลายเป็นประเพณีสืบทอดมาถึงปัจจุบันก็มาจากยุคนี้แหละ

รายละเอียดกิจกรรมของปีใหม่เมืองสงกรานต์ล้านนาเชียงใหม่ จึงค่อยๆ งอกจากขนบธรรมเนียมเดิมจากตักบาตรทำบุญ แห่ไม้ค้ำสะหลี ก่อเจดีย์ทราย สรงน้ำพระ ดำหัวคนเฒ่าคนแก่ เล่นน้ำสนุกสนานกลายมาเป็นมีขบวนดำหัวพ่อเมืองซึ่งเป็นข้าราชการส่งมาปกครองมาเพิ่ม มีงานรื่นเริงประกวดเทพีสงกรานต์ซึ่งเดิมล้านนาไม่มีเพิ่มขึ้นมาแล้ว แล้วก็มีสงครามน้ำที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกกล่าวถึงในเวลาต่อมา

ในปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้รื้อฟื้นรากเหง้าตามขนบเดิม ยึดเกณฑ์คำนวณปฏิทินตามแบบโบราณล้านนากำหนดวันพญาวันขึ้นใหม่โดยไม่ยึดติดกับประกาศราชการหรือปฏิทินแบบรวมซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีและต้องให้กำลังใจสำหรับผู้เกี่ยวข้องที่รื้อฟื้นและยึดกุมแบบแผนธรรมเนียมเดิม

ทางหนึ่งเหมือนจะส่งเสริมให้ขนบธรรมเนียมท้องถิ่น เป็นท้องถิ่นนิยมที่เข้มแข็ง !!?

แต่เมื่อพิจารณาดูกำหนดการอีกด้านหนึ่งที่ยังมุ่งส่งเสริมธรรมเนียมแบบแผนใหม่ที่เพิ่ง “งอก”ออกมาจากขนบล้านนาดั้งเดิมโดยเฉพาะการสืบสานขบวนดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดอันทีต้นทางมาจากขบวนการเชียร์นายตามแบบอำมาตย์ฝ่ายปกครองในยุคหลังสงครามโลก ถึงกับเรียกขบวนดังกล่าวว่า “ขบวนแห่เครื่องสักการะสระเกล้าดำหัวป้อเมืองเจียงใหม่” ก็ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่อีกรอบ

ไม่มีนะครับปีใหม่เมืองโบราณที่มีขบวนดำหัวผู้ว่าฯ ซึ่งก็เรียกขานให้เลิศลอยเหนือมนุษย์มนากลายเป็นขบวนแห่เครื่องสักการะอะไรไปโน่น

ผมไม่ได้ว่าเองนะครับกรณีเชลียร์อำมาตย์ฝ่ายปกครองว่าด้วยเครื่องสักการะอะไรนั่น ลองเสิร์ชดูในอินเตอร์เน็ต หรือโหลดเอาจากกำหนดการที่เผยแพร่กันตรงนี้ดูก็ได้

สงกรานต์เชียงใหม่ปีนี้จึงเป็นกรณีที่น่าสนใจดีนะกับการพยายามเชิดชูขนบประเพณีของท้องถิ่นนิยมที่ต้องทำงานภายใต้อำนาจนิยมราชการแบบรวมศูนย์ !