xs
xsm
sm
md
lg

ตอนที่ 298 “ด่วนมาก*** จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัวอดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?”

เผยแพร่:   โดย: วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เช้าวันนี้...วันนี้ท้องฟ้าเหนือบ้านบนภูของผมใสแจ่ม ยิ่งกว่าแจ่มใสอาชาศิลปะเสียอีก อยากจะเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ว่า

เมื่อฉบับที่แล้วได้เขียนเรื่อง “รัดทำมะนวย...ฉบับหัวคูณ!” ได้รับโทรศัพท์มากมาย จากแฟนพันธ์แท้ โทรมาออกความเห็นเพิ่มเติม บางรายส่งข้อมูลเด็ดๆมาให้ ขอเวลาตรวจสอบสักนิด แล้วจะค่อยขยายให้ท่านผู้อ่าน ได้รับฟังกันภายหลัง

มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นแฟนคอลัมน์นี้มานานกรุณาโทรถึง ได้แลกเปลี่ยนความเห็นทางการเมืองกันแล้ว ท่านพูดกับผมว่าชอบ กาแฟขม...ขนมหวาน ตอนที่ ๑๑๖ “ด่วน..ด่วน..ใครทำจดหมายสมัคร ‘นักบินเอื้ออาทร’ หาย ? แจ้งเร็ว!” มาก ยิ่งได้ฟังคุณวรรณลักษณ์ ศรีสด แห่ง อสมท. อ่านในรายการสวนอักษร คลื่น Fm๑๐๐.๕ ท่านเลยให้หลานพริ้นท์คอลัมน์นี้ออกเป็นตอนๆ แล้วเย็บรวมเป็นเล่มเอาไว้ และหยิบออกมาอ่านออกมาอ่านเสมอ

ผมฟังแล้วก็ดีใจ ท่านถามเพิ่มเติมอีกด้วยว่า
“ตอนนี้มีจดหมายดีๆ มาอ่านกันอีกหรือเปล่า?”

ได้กราบเรียนท่านว่า ตอนนี้มีผู้เก็บจดหมายได้อีกแล้ว เป็นของสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษด้วย แต่ไม่มีโอกาสนำลงในคอลัมน์ เพราะยังมีเรื่องอื่นที่ค้างคาอยู่ มาวันนี้สบโอกาส จึงนำเรื่องเกี่ยวกับจดหมาย มาเล่าสู่กันฟังให้ครึกครื้นอีก

จดหมายฉบับนี้ ให้ชื่อตอนว่า “จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัวอดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?” โดยเขียนเป็นลักษณะเรื่องสั้นเหมือนเดิม แม้ระยะนี้จะห่างเหินการนำเสนอเรื่องสั้นไปบ้าง แต่วันนี้จึงได้ลงมือเขียนอีกครั้ง ส่วนจะสนุกเท่ากับเรื่องการเก็บจดหมายผู้สมัครนักบินเอื้ออาทรได้หรือไม่นั้น ต้องยกให้เป็นหน้าที่ท่านผู้อ่านตัดสินเอง

เชิญติดตาม...ได้แล้วครับ

เรื่องสั้น
ชื่อเรื่อง “ด่วนมาก*** จดหมายจากสถานทูตอังกฤษ กรณีขอตัวอดีตผู้นำ มาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน!?” โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เช้าวันนี้...‘คำฝาย’ หนุ่มน้อยผู้จบปริญญาตรี สาขาภาษาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งประเทศสาระขันขัน กำลังกวาดถนนสายที่ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย จากหน่วยงานเทศบาลนครหลวงของตน ในฐานะลูกจ้างชั่วคราว

สาระขันขันบ้านเกิดเมืองนอนของคำฝาย เมื่อหลายสิบปีก่อนนั้น ยังล้าหลังเพื่อนในแถบภูมิภาคเดียวกัน แต่พลเมืองของเขาขยันทำมาหากิน ข้าราชการซื่อสัตย์ไม่คอรัปชั่น ผู้นำดีมีวิสัยทัศน์กว้างไกล บ้านเมืองของคำฝายจึงสงบร่มเย็นเป็นสุข ประชาชนอยู่ดีกินดี ไม่มีทุกข์

ยิ่งกว่านั้น ประเทศของคำฝายเจริญก้าวหน้า มากกว่าเวียตนามที่เร่งพัฒนารุดหน้าไปรวดเร็ว จนประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงละแวกนั้นพากันอิจฉา แต่ทำอย่างไรได้ ในเมื่อพลเมืองประเทศขี้อิจฉานั้น เอาแต่ไล่ตีกัน พวกทหารก็มุ่งแต่แสวงและยื้อแย่งอำนาจ หาเงินและทรัพย์สินใส่กระเป๋าตัวเอง ไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากของราษฎร จนทำให้ประเทศขี้อิจฉาตกอยู่ในสภาพที่ถดถอย ต้อยต่ำลงทุกที

ใครที่คิดว่า คนจบปริญญาแล้วอย่างคำฝาย จึงมาทำงานกวาดถนน ต้องขอตอบว่า บ้านเมืองของคำฝายนั้น ผู้คนต่างสมัครใจทำงานทั้งนั้น ไม่มีใครเกี่ยงการทำงาน แม้ว่างานนั้นจะหนัก และดูต่ำต้อยสักเพียงไร

บ้านเมืองเขาจึงไม่มีใคร ที่เรียนจบปริญญาตรีมาแล้ว แต่หางานไม่ได้ จนถึงต้องฆ่าตัวตายดังที่เกิดขึ้นมาในประเทศอื่น หรือเด็กมหาวิทยาลัย ต้องปลิดชีวิตตัวเอง เพียงเพราะรัฐบาลบกพร่องในเรื่องการจัดบริการ เงินช่วยเหลือทางการศึกษา

ชาวบ้านถึงกับตกตลึงพรึงเพริด พากันสลดใจพร้อมกับก่นด่าว่า...รัฐบาลอัปรีย์!

แผ่นดินบ้านเกิดของคำฝายนั้น พลเมืองของเขามีค่านิยมว่า งานในประเทศมีเกียรติทุกงาน คนที่ทำงานหากินโดยสุจริต ได้รับการยกย่องเสมอกัน

ดูอย่างผู้บัญชาการทหารบก เมืองสาระขันขันแห่งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว เขากำลังจะเกษียณอายุจากการรับใช้ชาติ มีคนมาติดต่อให้นายทหารใกล้เกษียณผู้นี้ ไปเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง แต่เจ้าตัวก็ไม่ขอรับ กลับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทุกแขนง ว่า

วันไหนที่พ้นจากหน้าที่รั้วของชาติแล้ว เขาจะขนลูกๆ กับเมียๆอีก ๔-๕ คน กลับไปบ้านเดิมในต่างจังหวัด เพื่อไปสมัครเป็นพนักงานเก็บขยะ ให้กับเทศบาลหัวเมืองบ้านเกิดของตนเอง เพราะทหารที่กำลังจะเก่าคนนี้ ยังมีเรี่ยวแรงเตะฟุตบอล และมุ่งมั่นจะทดแทนคุณแผ่นดินถิ่นกำเนิด ด้วยการทำให้บ้านเมืองสะอาด ดีกว่าไปเป็นนายกรัฐมนตรี ให้กับพรรคการเมืองเป็นไหนๆ แถมยังยืนยันว่า จะเก็บขยะไปจนกว่าจะหมดแรงทำไม่ไหว

ผู้คนได้แต่สรรเสริญกันทั่ว!

ขณะกวาดถนนไปนั้น คำฝายเหลือบเห็นซองกระดาษสีน้ำตาลคุณภาพสูง ตกอยู่บนบาทวิถีเขาจึงเดินไปเก็บ ซองไม่ได้จ่าหน้า ข้างในมีเอกสารบรรจุอยู่และซองยังไม่ได้ปิด เขาจึงดึงกระดาษพิมพ์ด้วยภาษาอังกฤษเรียบร้อยออกจากซอง แล้วคลี่ออกอ่าน

ชายหนุ่มคนกวาดถนน ผู้จบปริญญาตรีของเมืองสาระขันขัน สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้อย่างแตกฉาน เพราะบ้านเมืองเขา มีระบบการศึกษายอดเยี่ยม พลเมืองทุกคนที่จบแค่ปริญญาตรี สามารถใช้ภาษาอังกฤษ ได้ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาเลยทีเดียว

คำฝายวาดสายตาไปตามตัวอักษร ซึ่งมีข้อความที่แปลเป็นภาษาไทย ได้ความดังต่อไปนี้

ลับที่สุด


สถานทูตอังกฤษ
สิงหาคม 2007

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ที่รัก


ข้าพเจ้าส่งจดหมายส่วนตัวฉบับนี้มา เพื่อตอบข้อหารือของท่าน ซึ่งสอบถามเป็นการส่วนตัว ที่งานแกรนด์ดินเนอร์ ในค่ำคืนของงานฉลองบั้งไฟที่ผ่านมา และข้าพเจ้าได้รับปากจะตอบข้อหารือของท่านเป็นลายลักษณ์อักษร จึงมีจดหมายมาถึงท่านในวันนี้

ขอเรียนว่า

นี่เป็นการตอบข้อหารือส่วนตัว ไม่มีผลผูกพันกับข้าพเจ้า หรือสหราชอาณาจักรแต่อย่างใด และเป็นเพียงการตอบในฐานะ เพื่อนร่วมอาชีพนักการทูตด้วยกัน เท่านั้น

ามที่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ ได้หารือเรื่องรัฐบาลฮุนต้า หรือรัฐบาลเผด็จการทหารหนุนหลังของท่าน จะขอให้รัฐบาลในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แห่งบริเตนใหญ่ ส่งตัวอดีตผู้นำทางการเมืองประเทศของท่าน ซึ่งบัดนี้กำลังพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยการเตะฟุตบอลกับทีมชั้นนำในกรุงลันดั้น กลับไปประเทศของท่าน ในฐานะเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

ข้าพเจ้ารู้สึกได้ ถึงความอึดอัดคัดข้องทั้งปวง ที่เกิดขึ้นกับท่านเพราะได้รับแรงบีบคั้นจากฝ่ายเผด็จการ ที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลหุ่น ซึ่งท่านเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ อยู่ในขณะนี้

ขอเรียนว่า

ข้าพเจ้าเห็นใจนักการทูตอาชีพ ผู้รุ่งโรจน์อย่างท่าน แต่กลับต้องไปปฏิบัติงานในฐานะเป็นผู้บริหารสูงสุด ของกระทรวงการต่างประเทศ ในคณะรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ทำให้ท่านดูจะกลายเป็นผู้รับใช้เผด็จการ มากกว่าจะอยู่ให้ฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของชาติที่เคยโดดเด่น ในวงการทูตมายาวนาน จนทำให้ความเป็นที่นิยมของท่าน ในฐานะนักการทูตนามกระเดื่อง ต้องมีอันต้อยต่ำลง อย่างน่าเสียดายยิ่ง

ในฐานะที่เป็นบุคลากรวงการทูต และมีความคุ้นเคยกับท่านมายาวนาน ข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายที่ท่านรัฐมนตรีฯ ได้รับการศึกษาจากประเทศที่เจริญแล้ว อีกทั้งยังคุ้นเคยสมาคมกับนักการทูตในโลกอารยะ ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันรุ่งเรือง กลับต้องมาฝืนใจ ทำหน้าที่ให้รัฐบาลในระบอบการปกครอง อันไม่เป็นที่ยอมรับจากสังคมนานาชาติเช่นนี้

ข้าพเจ้าเชื่อว่า

ท่านรัฐมนตรีฯ จะสามารถใช้ความฉลาดเฉลียว และบุคลิกที่ละมุนละม่อมอันร่ำลือ ประคับประคองสถานการณ์ ให้ประเทศของอันเป็นที่รักของท่านและประชาชน ตกต่ำลงไปน้อยที่สุด หลังจากการเข้ายึดอำนาจของเหล่าเผด็จการ ได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การที่ท่านได้หารือกับข้าพเจ้าด้วยวาจา ว่า

รัฐบาลประเทศของข้าพเจ้า จะมีความเห็นเป็นประการใด หากรัฐบาลฮุนต้าของท่าน ต้องการเรียกร้อง ให้ส่งตัวตัวอดีตผู้นำของท่าน กลับมาดำเนินคดี ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน นั้น

ข้าพเจ้าจะขอลำดับถึงเหตุผล ที่รัฐบาลในสมเด็จพระบรมราชินีนาถของข้าพเจ้า จะต้องใช้เป็นเงื่อนไข ในการปฏิเสธคำขอรัฐบาลเผด็จการของท่าน ดังต่อไปนี้

๑. รัฐบาลฮุนต้าของท่าน ไม่ได้มาจากประชาชน เยี่ยงรัฐบาลชาติประชาธิปไตย
ทั้งหลาย หากมาจากการรัฐประหาร อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะชาติในกลุ่มสหภาพยุโรปนั้น ได้แสดงออกถึงการปฏิเสธการดำรงอยู่ ซึ่งรัฐบาลเผด็จการประเทศของท่านอย่างแข็งขัน

ในฐานะที่ชาติของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นภาคีสมาชิกสหภาพยุโรปอยู่ด้วย นั้น ก็ไม่อาจ
ยอมรับการร้องขอ ให้ส่งตัวอดีตผู้นำ อันนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน ซ้ำซากได้อีกอย่างแน่นอน

๒. ปรากฏหลักฐานชัดเจน ที่รวบรวมจากทางราชการของท่าน และข่าวกรองของบรรดาชาติตะวันตก ต่างยืนยันพร้อมเพรียงกัน ว่า

ได้มีความพยายาม ‘ลอบสังหาร’ อดีตหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งบัดนี้ได้อาศัยใน
สหราชอาณาจักร และสมาชิกกลุ่มผู้พยายามลอบสังหาร ได้ถูกจับกุมและได้รับการพิสูจน์ชัดเจนในชั้นพนักงานสอบสวน และอัยการศาลทหารแล้ว
ที่น่าทึ่งกว่านั้น คือ

- ผู้กระทำความผิดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมดำเนินคดี กลายเป็นทหารทั้งหมด
- การจับกุมเกิดก่อนการรัฐประหาร
- เมื่อมีการยึดอำนาจรัฐประหารแล้ว แต่พนักงานอัยการซึ่งเป็นทหารเหมือนกันกับผู้ยึดอำนาจ และผู้ต้องหาซึ่งเป็นทหาร แต่พนักงานอัยการทหารกลับสั่งฟ้องผู้ต้องหาเกือบทั้งชุด (ขาดหัวโจกไปเพียงคนเดียว)
- แม้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทหาร ยังไม่ถึงที่สุด แต่ก็แสดงให้เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นคดีลอบสังหารนั้น มีมูล เป็นคาร์บอมจริงๆไม่ใช่คาร์บ๊อง อย่างที่มีความพยายามกล่าวหากัน มิฉะนั้นพนักงานอัยการทหาร

คงไม่ส่งตัวผู้ต้องหาทหารทั้งหมด ฟ้องคดีต่อศาลทหารแต่อย่างใด!

๓. จากเหตุการณ์ลอบสังหาร ติดตามมาด้วยการเข้ายึดอำนาจของฝ่ายทหาร ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรงนั้น มีผลทำให้นานาประเทศ ไม่สามารถเข้าใจเป็นอย่างอื่น นอกจากวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกัน ว่า

เมื่อล้มเหลวจากการลอบสังหารแล้ว ฝ่ายทหารเกรงความผิดจะถูกสาวมาถึงตน และอาจทำให้ถูกโยกย้าย จากตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ได้

จึงชิงเข้าทำรัฐประหาร ก่อนพวกตนต้องสูญสิ้นอำนาจไปนั่นเอง!

๔. การยึดอำนาจ อย่างไม่ชอบธรรมของคณะทหาร และได้มีการแต่งตั้งสภาฮุนต้าขึ้นภายในประเทศ สถาปนาระบบศาลของตัวเอง ขึ้นมาใช้พิจารณาความผิดทางการเมือง และตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยมิชอบ โดยนำเอาผู้ที่มีความขัดแย้ง กับอดีตนายกรัฐมนตรี มาเป็นผู้ดำเนินการสอบสวน ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ของการพิจารณาอย่างเป็นธรรม ตามแบบธรรมเนียมของชาติอารยะ และเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างยิ่ง

มีแต่ประเทศเผด็จการเท่านั้น ที่กระทำเช่นนี้ได้!

ด้วยเหตุนี้เอง กระบวนการสอบสวน รวมถึงการพิจารณาคดีอดีตนายกรัฐมนตรี โดยองค์กรที่จัดตั้งโดยคณะฮุนต้า ในประเทศของท่าน จึงไม่เป็นที่ยอมรับ ในเวทีนานาชาติอารยะ

ดังนั้น ผลพวงจากการสอบสวน และการดำเนินการโดยมิชอบอื่นๆ ที่ต่อเนื่องกันนั้น ต้องได้รับการแจ้งอย่างตรงไปตรงมา จากรัฐบาลประเทศข้าพเจ้า ว่า

ไม่มีผลบังคับให้ประเทศ ที่มีสัมพันธไมตรีด้วย ให้ต้องดำเนินการไปตามคำขอของรัฐบาลเผด็จการเยี่ยงนี้!!

๕. การขอให้ส่งตัว อดีตนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลท่าน เป็นกรณีต้องห้ามตามกฎหมาย STATE IMMUNITY ACT OF 1978 ของสหราชอาณาจักร อย่างชัดแจ้ง ซึ่งท่านรัฐมนตรีฯน่าจะศึกษาเพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ทำให้องค์กรอย่าง Human Right Watch ไม่กล้าเรียกร้อง ให้รัฐบาลในสมเด็จพระราชินีบรมราชินีนาถของข้าพเจ้า ส่งตัวอดีตผู้นำของท่าน กลับมาดำเนินคดีในประเทศ เพราะองค์กรนั้นรู้ดีว่า ไม่มีหลักฐานอันใดเลย ที่จะพิสูจน์ความผิดตามข้อกล่าวหา จึงได้แต่เพียงยื่นคำร้อง ไปยังสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ไม่ให้อดีตผู้นำประเทศของท่าน เข้ามามีส่วนในการบริหารกิจการฟุตบอล ในทีมที่ซื้อขาดมาแล้ว

ดังนั้น Human Right Watch จึงถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ตอบโต้กลับไปอย่างแข็งกร้าว พร้อมคำกล่าวหาองค์กรนี้ ไม่ได้ไป watch แต่ดันไป wag และนั่งเทียนเขียนข่าวเอาส่งเดช ดังที่ปรากฏรายละเอียด ตามข่าวที่สื่อนำเสนอไปแล้ว

รัฐบาลของสมเด็จพระบรมราชินีนาถ แห่งเกรตบริเตนนั้น ก็ไม่ได้มีความเห็นแตกต่าง จากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เพราะยังไม่เห็นมีคดีใดๆเลย ที่เกี่ยวพันพาดพิงมาถึงตัวอดีตผู้นำของท่าน คงมีแต่การกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งโดยมิชอบ ของคณะเผด็จการเท่านั้น

ยิ่งการกล่าวหาว่าอดีตผู้นำ สั่งการ ‘ฆ่าตัดตีน’ กว่า 2,000 ศพนั้น ยิ่งไร้สาระเป็นที่สุด เพราะนายกรัฐมนตรีรัฐบาลเผด็จการของท่าน ได้สั่งการให้กระทรวงยุติธรรม สอบสวนหาความจริง แต่ดำเนินการมาเกือบปี ยังไม่มีผลออกมาว่าใครกระทำผิดแม้แต่รายเดียว จนพลเมืองของประเทศท่าน ถึงกับพูดกัน ว่า

“จับไม่ได้ แม้กระทั่งหมาสักตัว!”

รัฐบาลและกระทรวงยุติธรรมของท่าน ดีแต่ออกข่าวสร้างความสับสนให้กับประชาชน สร้างเงื่อนไขฉุดรั้งการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม พร้อมการกลับมาแพร่กระจายอย่างกว้างขวางของยาเสพติดซึ่งบัดนี้

ได้ลงหลักปักถ่ออย่างมั่นคง ในประเทศของท่านอีกครั้ง!

ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมภายใต้รัฐบาลฮุนต้า และเผด็จการทหารหนุนหลังของท่าน จึงต้องต้องแก้เกี้ยว ปิดบังความอายและความไร้สมรรถภาพ ด้วยการตั้งโดยอดีตประมุขฝ่ายอัยการ และเคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมือง กับอดีตผู้นำของท่าน ขึ้นมาเป็นประธานคณะสอบสวนอิสระ เพื่อพิสูจน์ความจริงคดีฆ่าตัดตีนโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงมีเสียงวิจารณ์กันอย่างหนาแน่นว่า คงต้องดักดานสอบสวนไปจนถึงชาติหน้า เป็นอย่างเร็วที่สุด

สรุป

รัฐบาลในสมเด็จพระบรมราชินีนาถของข้าพเจ้า จะไม่มีวันส่งตัวอดีตผู้นำไปตามคำร้องขอของชาติเผด็จการอย่างเด็ดขาด หรือแม้จะมีการจัดระบอบ ที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยขึ้นในประเทศของท่าน และถ้ารัฐบาลที่เข้ามาบริหารใหม่ จะดำเนินการขอร้องเช่นนี้อีกครั้ง

รัฐบาลแห่งเกรตบริเตน จะไม่ยินยอมส่งตัวอดีตผู้นำของท่าน อย่างแน่นอน!

นอกจากนี้ ยังมีความเห็นของนักกฎหมายยุโรปและสหรัฐ ที่มีทิศทางไปในทางกันว่า ผู้ที่เป็นก่ออาชญากรรมแท้ที่จริงแล้ว น่าจะเป็นบุคคลที่ใช้กำลังเข้าเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองประเทศจากประชาธิปไตย ไปเป็นการปกครองแบบเผด็จการนั่นเอง

ดังนั้น พวกทหารฮุนต้าเหล่านั้นต่างหาก ที่เป็นอาชญากรตัวจริง ถ้าบุคคลเหล่านี้หลบหนีการดำเนินคดีจากประเทศใด เข้ามาอยู่ในสหราชอาณาจักร และหากเราได้รับคำขอเช่นเดียวกัน จะพิจารณาอย่างถ้วนถี่ และอาจส่งตัวให้กับรัฐบาลประเทศผู้ขอ ก็เป็นไปได้

จึงเรียนมายังท่าน ในฐานะมิตรสนิท ที่คุ้นเคยกันมายาวนาน จึงต้องการให้ท่านรัฐมนตรีฯ ได้ใคร่ครวญถึงบทบาทและกลยุทธ์ดำเนินการ ในเรื่องการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ให้จงดี ขอได้ใช้ความพยายาม สื่อให้รัฐบาลฮุนต้าของท่าน และคณะทหารเผด็จการที่หนุนหลัง ของเขา เข้าใจให้จงได้ ว่า

อย่าได้กระทำการ ที่โง่เขลาเบาปัญญา ด้วยการขอตัวอดีตผู้นำของท่าน กลับมาดำเนินคดีในประเทศเป็นอันขาด เพราะจะต้องถูกรุก พร้อมกับถูกตอบโต้ทางการทูต อย่างหนักแน่นและรุนแรง จนรัฐบาลฮุนต้าและระบอบเผด็จการทหารของท่าน จะต้องเสียหน้าและอับอาย รวมทั้งได้รับการดูถูกเกลียดชัง ในสังคมระหว่างประเทศซ้ำซากอีก

ขอท่านได้ช่วยอธิบายให้พวกเขา ทั้งรัฐบาลและคณะฮุนต้า ได้เข้าใจวิถีประชาธิปไตย และวิธีปฏิบัติของชาติอารยะในเรื่องนี้ โดยละเอียดด้วย

ข้าพเจ้า ยินดีช่วยคลี่คลายความหนักใจของท่าน ฉันมิตรสนิท สืบไปอีกนานเท่านาน

ด้วยความปรารถนาดี

ลงชื่อ.....................(เว้นว่างไว้)

นั่นเป็นข้อความ ตามจดหมายทั้งหมด ที่ปรากฏต่อสายตาคำฝาย!

เมื่อชายหนุ่มได้อ่านจดหมายเก็บตกฉบับนี้แล้ว เขาเข้าใจได้ทันทีว่า เอกสารที่เก็บได้นั้น ยังไม่ใช่เป็นจดหมายตัวจริง หากแต่เป็นเพียงร่างจดหมาย เพราะยังไม่มีการลงนาม

คำฝายทราบดีว่า เจ้าของจดหมายไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง ในประเทศส่าระขันขันของเขาแน่ เพราะบ้านเมืองของคำฝายนั้น พลเมืองไม่เคยพบเห็นการปฏิวัติรัฐประหาร มานานกว่า๕๐๐ ปี (ห้าร้อยปี) แล้ว

ดังนั้น จดหมายฉบับที่เขาเก็บได้ น่าจะเป็นร่างจดหมาย ของเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตอังกฤษในประเทศอื่น ซึ่งคงมาพักโรงแรมในเมืองของเขา และเผลอเลอทำตกไว้ก็ได้ เพราะสถานทูตเมืองผู้ดีประจำกรุงสาระขันขัน อยู่ใกล้โรงแรมหรู ซึ่งตั้งอยู่บนถนนสายที่คำฝายมีหน้าที่ทำความสะอาด นั่นเอง

แม้จะไม่ทราบว่าเป็นจดหมายของสถานทูตอังกฤษ ประจำประเทศอะไรกันแน่ แต่ชายหนุ่มผู้มีการศึกษาอย่างคำฝาย พอจะเดาได้ว่า จดหมายฉบับที่เขาเก็บได้นี้ มาจากบุคคลากร ของสถานทูตอังกฤษประจำประเทศใด

ด้วยความเป็นพลเมือง ที่มีความรับผิดชอบสูง คำฝายจึงเดินไปซื้อแสตมป์ จากเครื่องระบบหยอดเหรียญ ติดหน้าซองจดหมาย แล้วลงมือจ่าหน้าซองทันที

คำฝายไม่ได้จ่าหน้าซองถึงเจ้าหน้าที่ทูตอังกฤษ ประจำประเทศที่เขาคิดไว้ แต่
กลับจ่าหน้าถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งทางสถานทูตอังกฤษเจ้าของจดหมาย มีความประสงค์จะสื่อข้อความไปถึงโดยตรง


ไม่มีมนุษย์คนใดทราบว่า คำฝายจ่าหน้าซองถึงรัฐมนตรี ประเทศใดกันแน่?


ต่...ณ วินาทีนั้น หากท่านผู้อ่านที่เคารพ ยืนอยู่ตรงจุดเดียวกับคำฝาย แล้วมองขึ้นไปบนฟ้า จะเห็นนกแร้งตัวหนึ่ง บินนำฝูงยู่สูงเหนือเมืองสาระขันขัน เจ้าสัตว์ใจบุญที่กินแต่ของตาย เหลือบตาแร้งที่เป็นเลิศในการมองระยะไกล ลงมาดูจ่าหน้าจดหมายของหนุ่มปริญญา แต่มากวาดถนน และได้เห็นชื่อประเทศที่คำฝายเขียนบนหน้าซองนั้น อย่างชัดเจน

เจ้าแร้งหัวหน้าตัวนั้นรู้ทันทีว่า เป็นประเทศเดียวกับที่แร้งฝูงอื่นได้บินเกาะหมู่ ไปสร้างปรากฏการณ์ ‘แร้งลง’ ล่วงหน้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากของเน่าของเสีย เกิดขึ้นจนเต็มประเทศนั้น อันเป็นผลพวงมาจากการที่เผด็จการทหาร เข้ายึดอำนาจไปจากประชาชน จึงเหมาะแก่การลงหาและเสพภักษาหาร ของฝูงแร้งเป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การไปถึงของแร้งฝูงก่อนหน้านั้น ยังเป็นการบินไปถึงตามหลัง
วงศาคณาญาติของสัตว์อัปมงคล อันประกอบด้วย เหี้ย ตะกวด แลน ซึ่งเป็นสัตว์ประจำถิ่น ที่มาสิงสู่ซากเน่าเสียของประเทศนั้น อยู่ก่อนหน้าแล้วมากมาย
แถมไอ้เดียรัจฉานเวรพวกนี้ มันไม่ได้กัดกินเฉพาะของตาย หากแต่ยังรุมกัดกินของเป็นกระทั่งฝูงสัตว์เลี้ยง เป็ด ไก่ ทรัพย์สินของพลเมือง อย่างไม่เลือกหน้าอินทร์หน้าพรหม!

อุกอาจ...จนถึงขั้นรุมกันแดกได้ แม้กระทั่ง ‘รัฐธรรมนูญ’ ของชาตินั้นเลยทีเดียว!!

นี่เอง...เป็นสาเหตุให้ประเทศที่น่าสงสาร ทรุดโทรมลงอย่างน่ากลัว!!!

เมื่อคำฝายทิ้งจดหมาย ลงตู้ไปรษณีย์เรียบร้อยแล้ว เขากลับไปจับด้ามไม้กวาด เพื่อทำหน้าที่พลเมืองที่ขยันขันแข็ง ในหน้าที่การงานของตนต่อไป แต่....

...หากเจ้าหนุ่มพลเมืองสาระขันขันนคร จะเหลือบตา มองขึ้นไปบนท้องฟ้าสักนิด

จะเห็นแร้งตาโปนตัวนั้น ขยับปีก ส่งสัญญาณแจ้งรหัส ให้บริวารในฝูงของตนรู้...

แล้วบินทะยานเปลี่ยนทิศทาง ตรงไปยังประเทศตามจ่าหน้าซองนั้นตั้งอยู่ โดยทันที!


...................

กำลังโหลดความคิดเห็น...