xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องหงุดหงิด ...

เผยแพร่:   โดย: วริษฐ์ ลิ้มทองกุล

วันนี้ผมขออนุญาตท่านผู้อ่าน ใช้เนื้อที่ตรงนี้บ่นอะไรเรื่อยเปื่อยสักเรื่อง หวังว่าท่านผู้อ่านคงไม่ว่ากระไร ...

ช่วงเดือนกว่าๆ ที่ผ่านมา คนในหมู่บ้านของผมรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่งกับเรื่องภายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ 'คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขแห่งหมู่บ้านรุกขชาติ' เป็นอย่างมาก เนื่องจากทุกเช้าที่ผมเปิดประตูบ้านมาวิ่งออกกำลังกายก็จะต้องเห็น "มูลสุนัข" หรือที่เรียกกันในภาษาบ้านๆ ว่า "ขี้หมา" นั้นกองอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหน้าบ้าน ริมถนน บนทางเท้า ในสวนดอกไม้ ป้ายจอดรถสองแถว ฯลฯ

เล่าพื้นเพให้ฟังกันสักนิดนึง เดิมทีหมู่บ้านของเรานั้นมีสุนัขจรจัดเพ่นพ่านกันอยู่เต็มไปหมด สุนัขจรจัดเหล่านี้แม้จะใช้ที่ในหมู่บ้านวิ่งเล่น อาศัยข้าวสุกคนในหมู่บ้านเพื่อประทังชีวิต และใช้ชายคาของบ้านต่างๆ เพื่อนอนพักอาศัยกันแดดกันฝน แต่พวกมันยังไม่รู้สำนึก ทำตัวเนรคุณไล่กัดชาวหมู่บ้านรุกขชาติและขยันอุจจาระเรี่ยราดตามที่ต่างๆ เป็นนิจ

ชาวหมู่บ้านรุกขชาติที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นั้นเป็นชาวบ้านที่รักสงบ และต่างก็ประกอบอาชีพสุจริตกันทั้งนั้น บ้างเป็นพนักงานบริษัท เจ้าของกิจการ แพทย์ พยาบาล พนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ รวมไปถึงผู้สูงอายุที่เกษียณจากหน้าที่การงานแล้ว ทุกวันตอนเช้าตรู่หรือตกเย็น ก่อนไปทำงานหรือกลับจากการทำงาน พวกเราสมาชิกของบ้านต่างๆ นั้นมักจะออกจากที่พักมาเดินหรือวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ รวมถึงทักทายเพื่อนบ้านและไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกันอยู่เป็นประจำ

อย่างไรก็ตามในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ พวกเราชาวหมู่บ้านรุกขชาติต่างก็สังเกตกันว่ามีสุนัขฝูงหนึ่งเข้ามาตั้งหลักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของเราแทบจะเป็นการถาวร แม้พวกเราจะให้ความเมตตาต่อมันเท่าไร แต่มันก็ไม่เคยสำนึก โดยพฤติกรรมของพวกมันที่น่ารังเกียจที่สุดก็คือ พฤติกรรมขโมยอาหารของชาวหมู่บ้าน และสันดานชอบอุจจาระทิ้งเอาไว้เรี่ยราด

ความอุบาทว์ของสุนัขเหล่านี้ดำเนินไปอยู่นาน จนกระทั่งสมาชิกของชาวหมู่บ้านรุกขชาติจำนวนหนึ่งทนไม่ไหว ต้องหยิบเอาขวดพลาสติกใส กรอกน้ำใส่ และออกมาตั้งเรียงรายอยู่บริเวณรั้วและริมฟุตบาทหน้าบ้าน เพื่อกันไม่ให้สุนัขเหล่านี้มาถ่ายทิ้งเอาไว้

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเป็นขวดพลาสติกใสใส่น้ำ?

เหตุผลก็คือ ไอ้พวกสุนัขหรือหมาจรจัดเหล่านี้นั้นมันเป็นสัตว์เดรัจฉานที่กลัว 'เงาตัวเอง'!

ทุกครั้งเมื่อพวกมันเดินผ่านขวดพลาสติกใส่น้ำและเห็นเงาตัวเองแวบๆ ที่สะท้อนออกมาจากขวดน้ำพวกมันจะนึกไปว่าตัวเองกำลังถูกจับตาจาก 'สุนัขเฝ้าบ้าน' ตัวอื่นอยู่ และก็จะรีบเดินหนีไปในทันที

อย่างไรก็ตามวิธีการตั้งขวดพลาสติกใส่น้ำเพื่อไล่สุนัขเอาไว้หน้าบ้าน หรือการเก็บกวาดมูลสุนัขที่อยู่หน้าบ้านของแต่ละคนก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากหมู่บ้านของเรานั้นมีพื้นที่สาธารณะอีกมากที่ไม่มีใครรับหน้าที่ดูแลอย่างเป็นทางการ

กระทั่งวันหนึ่ง แกนนำผู้อาวุโสและชาวหมู่บ้านรุกขชาติจึงเปิดประชุมร่วมกันและมีมติออกมาว่า พวกเราจะจ้างวานหน่วยรักษาความปลอดภัย หรือ รปภ. ที่ปกติทำหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยรอบหมู่บ้านให้มาช่วยไล่บรรดาสุนัขจรจัดเหล่านี้ รวมถึงเก็บกวาดมูลสุนัขที่กองอยู่เต็มหมู่บ้านให้กับพวกเรา

พวกเราอ้อนวอนหัวหน้ารปภ.ของหมู่บ้านอยู่นานสองนาน จนในที่สุดหน่วยรปภ.ก็ตกลงว่าจะช่วยเหลือพวกเรา แต่มีข้อแม้ว่าพวกเราจะต้องเปลี่ยนคำสรรพนามเรียกพวกเขาจาก รปภ. อันแสนเชยเป็น คมช. หรือในชื่อเต็มก็คือ "คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขแห่งหมู่บ้านรุกขชาติ" แทน เพื่อความโก้เก๋!

คืนวันหนึ่งของเดือนที่แล้ว คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ ออกปฏิบัติการไล่ฝูงสุนัข อย่างไม่ทันให้พวกสุนัขจรจัดได้ทันตั้งตัว ปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยไอ้สุนัขหัวหน้าฝูงต้องหอบลูก หอบเมียของมันออกไปอยู่หมู่บ้านอื่น

พวกเราชาวหมู่บ้านรุกขชาติเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกปลื้มใจเป็นอย่างมาก ต่างออกมามอบดอกไม้ ของขวัญ ขนม-นมเนย รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ให้กับ คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ เป็นการใหญ่ โดยพวกเราต่างตั้งความหวังว่าไว้เมื่อจัดการกับไอ้สุนัขหัวหน้าฝูงสำเร็จ พวกสุนัขลูกฝูงก็จะหงอยหนีไปเอง

ขั้นต่อไป เนื่องจากพวกเราชาวหมู่บ้านต่างก็มีภาระหน้าที่การงานที่จะต้องทำทุกวัน พวกเราจึงลงขันกันออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้กับคณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ เพื่อดำเนินการเก็บกวาดมูลสุนัขที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณหมู่บ้านให้เรียบร้อย ...

โดยพวกเราหวังกันว่าภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยฝีมือของ คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ และสมาชิกในหมู่บ้าน หมู่บ้านของเราก็จะกลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อย และไร้กองขี้หมาที่หมักหมมอยู่ภายในบริเวณหมู่บ้านมาเป็นเวลาหลายปี

กระนั้นความฝันของชาวหมู่บ้านก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง เพราะช่วงหลายวันมานี้หลังจากทำงานกลับถึงบ้าน พ่อ แม่ พี่ น้อง คุณลุง คุณป้า ที่อยู่ในหมู่บ้านต่างก็ออกมาตัดพ้อกับผม ในทำนองเดียวกันว่า พวกเราไล่สุนัขหัวโจกออกไปได้เดือนหนึ่งแล้ว 'กองขี้หมา' ในหมู่บ้านก็ไม่เห็นจะลดลงเลย

คนในหมู่บ้านที่เดินสัญจรผ่านไปผ่านมาก็ยังคงได้กลิ่นเหม็น และเห็นภาพอันน่าขยะแขยงของมูลสุนัขอยู่เช่นเดิม

ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ ที่ให้คำมั่นสัญญากับพวกเราไว้อย่างดิบดี กลับทำนิ่งเฉยและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นกองอยู่ตรงไหนบ้าง แม้จะมีชาวบ้านจำนวนหนึ่งจะพยายามชี้ให้เห็นที่ตั้งของสิ่งปฏิกูล แบบชี้แล้วชี้อีก แต่คณะกรรมการเก็บกวาดมูลสุนัขฯ ก็ไม่สนใจ ซ้ำร้ายยังมีสมาชิกของคณะกรรมการฯ บางคนประพฤติตัวเป็นที่น่าขบขัน น่าสมเพช และน่ารังเกียจของคนในหมู่บ้านอีกด้วย

บางคนพยายามกั้นคอกให้กองมูลสุนัข ทำเหมือนกับเป็นของต้องอนุรักษ์ ขณะที่บางคนหนักไปกว่านั้นคือกระโดดลงไปคลุกกับมูลสุนัข แถมยังพยายามสวาปามสิ่งปฏิกูลเข้าไปอีกด้วย!?!

เมื่อคืนวานเมื่อกลับถึงบ้าน พ่อกับแม่ที่เดินออกกำลังกายอยู่ในหมู่บ้านทุกเย็นเล่าให้ผมฟังว่า อาม่าข้างๆ บ้านแจ้งข่าวมาว่า ไม่กี่วันมานี้เห็นเมียของไอ้สุนัขหัวโจกมาเดินเพ่นพ่านอยู่ในหมู่บ้านอีกแล้ว และดูท่าเหมือนมันกำลังดูลาดเลา ดูที่ทางกลับให้ผัวของมันเสียด้วย ...

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ผม 'หงุดหงิด' ได้ยังไงละครับท่านผู้อ่าน!!!
กำลังโหลดความคิดเห็น...