เช้าวันนี้...ออกกำลังเสร็จแล้วได้รับฟังเพลงไทย จากรายการ “ลำนำสยาม” ทาง สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. .FM ๑๐๐.๕ จัดโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีไทย คือท่านอาจารย์ ชาลี สดประเสริฐ และ ท่านอาจารย์ดุษฎี เค้ามูลคดี มีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์เป็นผู้สนับสนุน อยากให้ท่านผู้อ่านที่ชอบเพลงไทยได้รับฟังกัน เพราะหารายการเพลงไทยเดิมอย่างนี้ฟังได้ยาก แม้ขณะนี้กระแสเพลงไทยเดิมจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ด้วยอานิสงส์จากภาพยนตร์ไทยเรื่อง “โหมโรง” ก็ตาม แต่นับได้ว่ายังน้อยอยู่มาก
ผมเคยเขียนเรื่องเพลงแต่งงานเอาไว้ เพราะมีท่านผู้อ่านที่กำลังจะสมรส ได้ขอให้เล่าถึงเพลงไทยแต่งงาน และได้อธิบายไปว่า
เพลงไทยเดิมที่นักดนตรีไทยใช้บรรเลงในงานแต่งงานปัจจุบันนั้น มีชื่อเรียกรวมๆอย่างน่ารักว่า เพลงกล่อมหอ ซึ่งเรามักจะได้ยินเขาเล่นเป็นชุดด้วยกันคือ ตับสามลาว ประกอบด้วย ลาวคำหอม ลาวดำเนินทราย ลาวดวงเดือน และตับวิวาห์พระสมุทร ซึ่งมี คลื่นกระทบฝั่ง บังใบ แขกสาหร่าย
การตั้งชื่อเพลงไทยนั้น คนไทยมักให้เกียรติชาติที่เราได้ยินสำเนียงเพลงของเขา ก็เอามาทำเป็นของไทย ซึ่งฟังแล้วนุ่มนวลไพเราะและมีสีสันมากยิ่งขึ้น และมีการแต่งขยายให้ยาวมีลูกเล่นพราวแพรว และลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ
ผู้ฟังก็ชอบตั้งชื่อใหม่ตามบทร้องให้ เช่น เพลงเขมรกล่อมลูก มีบทร้องที่ว่า "บรรยายความตามไท้เสด็จยาตร ยังไทรโยคประพาส พนาสนท์" เลยเรียกชื่อใหม่ว่า เพลงเขมรไทรโยค หรืออย่างเพลงลาวดำเนินเกวียนเราเรียกชื่อใหม่ว่าเพลงลาวดวงเดือน ก็เพราะมีบทร้องที่ขึ้นต้นว่า "โอ้ละหนอดวงเดือนเอย" นั่นเอง
การตั้งชื่อเพลงไทยก็ตั้งคล้องจองกันเป็นคู่ๆ เพื่อให้จำง่าย ตั้งชื่อที่คล้องจองเป็นคู่ๆ ได้แก่
เพลงรามัญรันทด คู่กับ เพลงกำสรดพสุธา
เพลงจีนลั่นถัน คู่กับ เพลงจีนขวัญอ่อน
เพลงน้ำลอดใต้ทราย คู่กับ เพลงเดือนหงายกลางป่า
เพลงแหวนประดับก้อย คู่กับ เพลงสร้อยทับถัน
เพลงไอยเรศชูงา คู่กับ เพลงไอยราชูงวง
เพลงเทพบรรทม คู่กับ เพลงภิรมย์สุรางค์
มีเพลงไทยสากลและเพลงลูกทุ่งจำนวนมาก ที่มีทำนองมาจากเพลงไทยเดิม โดยเฉพาะเพลงไทยเดิมที่คุ้นหู ลองมาใส่เนื้อเพลงลูกทุ่งหรือลูกกรุง ขายดิบขายดีก็มีหลายต่อหลายเพลง ด้วยกัน เช่น
เพลงไทยสากลของสุนทราภรณ์ ซึ่งนำมาจากทำนองเพลงไทยเดิม ที่ผมชอบมากคือเพลง หวงรัก คำร้องโดย สมศักดิ์ เทพานนท์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ทำนองมาจากเพลงไทยเดิมชื่อ "ลาวเจ้าซู" บันทึกเสียงโดยมี ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เป็นผู้ขับร้อง เพลงนี้ผมชอบมาก เพราะบอกความเป็นมนุษย์ปุถุชนได้ดีที่สุด เนื้อเพลงเขาบอกว่า
ของของใครของใครก็ห่วง ของใครใครก็ต้องหวง ห่วงใยรักใคร่ถนอม
ใครจะชิง ของใครใครยอม ถึงจนอดออม ไม่ยอมขายให้ใคร
รักของใคร ของใครก็ห่วง รักใครใครก็ต้องหวงห่วงคนรักดั่งดวงใจ
ใครจะยอม ยกไปให้ใคร รักใครก็ใคร ต่างหวงไว้ครองครอง
*เธอเป็นของรัก ของหวงที่ห่วงอาลัย เป็นดวงใจฉันจึงห่วงใย ใฝ่ปอง
กายและใจของเราต่างเป็นเจ้าของ หากไม่คอยมองเดี๋ยวของ
รักต้องหลุดลอยไป
รักจริง ถึงห่วง ไม่ใช่หลอกลวง รักจริงถึงห่วงดวงใจ
จะเป็นจะตาย ก็ไม่ยอมให้ใคร แม้ใครชิงแย่งไป ฉันยอมตายเอย
ของรักของหวงแต่ละคนนั้นมีเหมือนกัน ของบางคนอาจเป็นสัตว์เลี้ยง งานศิลปะ เครื่องประดับ ของเก่าจำพวก Antique บางคนก็เก็บสะสมรถยนต์ มอร์เตอร์ไซด์ ที่มีรถยนต์เก่าเก็บเป็นร้อยคันก็มี ใครไปแตะไม่ได้เลยเจ้าของหวงนักหนา เพื่อนฝูงจะขอเข้าชมทั้งทีเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว
จำได้ว่าเคยมีการจัดงานนิทรรศการเปิดกรุ “ของรักของหวง ๓๖ คนดัง” ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ว่า นิทรรศการนี้เป็นเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจและเป็นแฟนในนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักแสดง นักร้อง ศิลปิน และนักการเมือง ได้เห็นถึงสิ่งที่พวกเขาและเธอเหล่านั้นสนใจนั้น และเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ซึ่งน่าที่จะได้รบการเอาเป็นตัวอย่างให้ผู้คนเก็บสะสมของที่ตนรักเอาไว้อย่างคนดังเขาทำกัน
มีคนดังที่ยอมมอบของรักของหวงมาจัดแสดงในนิทรรศการ อาทิ ศิเรมอร อุณหธูป, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, วาณิช จรุงกิจอนันต์, ยิ่งศักดิ์ โค้วสุรัตน์ เจ้าของนามปากกา “อีแร้ง”, นิวัติ กองเพียร, ชาคริต แย้มนาม และนักการเมืองฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นต้น
ของรักของหวงคนดังก็มีตั้งแต่ เทป แผ่นเสียง เพลงที่พวกคนดังชอบ บางคนเขาก็เอารูป หรือภาพวาดมาโชว์ มีแตกต่างกันไป
เพื่อนผมซึ่งเป็นนักวิจารณ์สังคมตัวกลั่นบอกว่า
ทำไมถึงไม่มีใครเอาสามี หรือภริยาไปนั่งโชว์ตัว หรือว่าไม่ได้เป็นของรักของหวง ก็ไม่รู้ ? ผมบอกว่า เอ็งคิดได้แปลกมาก แต่ก็มีเหตุผลฟังได้ทีเดียว
ตอนเป็นเด็กผมอ่านเรื่องสั้นจำได้จนถึงทุกวันนี้ เรื่องเขาบอกว่าผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวดี เดินออกจากบาร์บังเอิญไฟดับ แกคงทำของตกเลยขอให้ผู้ชายที่ผ่านมา ช่วยจุดไฟแช้กหาของให้ด้วย ชายเจ้าของไฟแช้กบอกว่าแกสกำลังจะหมด จุดหานานๆคงไม่ได้ คนทำของตกบอกว่าไม่เป็นอะไร ขอให้ช่วยจุดไฟเท่านั้น
พอจุดไฟแช้กเสร็จ ผู้ชายคนที่กำลังหาของควักกระเป๋าสตางค์ออก แล้วควักแบ้งค์ใบละ ๑๐๐ ดอลลาร์ออกมา ต่อจากเปลวไฟแช้ก แล้วเอาธนบัตรติดไฟส่องหาของที่หาย ใช้ธนบัตรต่อทีละใบๆ จนกระทั่วหมดไป ๒๐-๓๐ ใบเจ้าของไฟแช้กตกตะลึง เพราะเกิดมาไม่เคยเห็น ในที่สุดก็หาของที่ต้องการได้ กลายเป็นเหรียญดอลลาร์เก่าๆบุบบู้บี้ มีรูเหมือนรอยเจาะเพียงอันเดียว
เรื่องของที่ผู้คนรักนั้น มีหลายอย่างเพราะความชอบของคนเราไม่เหมือนกัน แต่หากเราไปยึดเอาเป็นอารมณ์ ยึดมั้นถือมันจนเกินไปก็คงจะเป็นทุกข์
ท่านอาจารย์ พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เล่าถึงสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงมีแจกันงดงามอยู่หนึ่งใบ สมเด็จฯท่านทรงห่วงใยแจกันใบนี้มาก ผู้ที่ถวายงานรับใช้จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการเช็ดถู แต่แล้วในที่สุดแจกันใบนี้ก็หล่นลง สมเด็จทรงได้ยินเสียงแตกดังเพล้งเข้าจนได้ ทรงอุทานว่า
“โล่งอกไปที !”
หรือพูดง่ายๆว่า แตกเสียได้ก็ดี จะได้ต้องเอาใจไปห่วงใยให้มันเป็นกังวล เสียเวลาเป็นทุกข์เป็นร้อน คอยเฝ้าระมัดระวังมันกันต่อไปนั่นเอง !!
คนเรามีของรักของหวงไม่เหมือนใคร ถ้าได้ของเหล่านั้นมาด้วยการที่มีผู้ซื้อหามาก็ไม่เป็นไร จะเก็บเอาไว้อย่างไร ไม่มีใครเขาว่า แต่ผมเคยเข้าตรวจค้นห้องพักเด็กหนุ่มนักศึกษาคนหนึ่ง พบอันเดอร์แวร์ ตั้งแต่กางเกงในเจอร์ซี่ บราเซียร์ ปะติโค้ด สารพัด มีรายการจดเอาไว้ด้วยสอยเอามาจากที่ไหน แปะเอาไว้บนสิ่งของเหล่านั้น เด็กคนนี้มีความผิดปกติทางจิต ผมเรียกพ่อแม่เขามาจากกรุงเทพ ให้รับลูกไปหาจิตแพทย์ โดยไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เพราะสงสารผู้ปกครองและเห็นว่า เรื่องพฤติกรรมอย่างนี้น่าจะปรับปรุงกันได้ แต่หากเรื่องนี้เกิดมาในยุคการสื่อสารฉับไวอย่างนี้ รับรองว่าผมค้นวันนี้ พรุ่งนี้คุณสรยุทธ์คงได้อ่านข่าวป่าวร้องให้คนได้รู้กันทั่วไปแล้ว
ความจริงแล้วเรื่อง ของรักของหวง เป็นของชาวโลกโดยแท้
ปุถุชนคนธรรมดาเกิดมาย่อมมีกิเลส ที่แปลว่า สิ่งเกาะติด,สิ่งเปรอะเปื้อน,สิ่งสกปรกซึ่งทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมัว กิเลสที่สำคัญมากคือคือกิเลสกาม แปลว่ากิเลสเป็นเหตุใคร่,กิเลสที่ทำให้รักใคร่ยินดี, บางทีใช้กลับกันว่ากามกิเลส หมายความถึงความกำหนัดยินดีด้วยอำนาจความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ซึ่งเป็นวัตถุกาม เป็นความคิดที่เกิดขึ้นแล้วทำให้รักใคร่ พาใจให้หลงใหลอยากได้ หรือทำให้จิตใจซึมเซา เศร้าหมอง
ยิ่งเป็นหนุ่มสาวในวัยแตกเปลี่ยว ของรักของหวงนี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
ลองดูข่าวนี้กันบ้าง
25 นร.สาว...ระเบิดศึกตบ“แย่งชาย”
นักเรียนหญิงในอำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมากว่า 20 คนยกพวกตะลุมบอนกันสาเหตุมาจากจากแย่งชายหนุ่ม
ข่าวนี้ยังไม่ทันจาง มาไม่ถึงเดือนที่แล้วนี่เองก็มีข่าวจากผู้จัดการออนไลน์นี่เอง ว่า
นักเรียนสาว ม.5 ยกพวกรุมตบเด็ก ม.3 รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน เหตุเพราะแฟนหนุ่มดันไปหลงสาวรุ่นน้อง สุดท้ายผู้ปกครองพาเข้าแจ้งความทั้งสองฝ่าย แต่ยังไม่วายทะเลาะเดือดกันในโรงพักอีก ตำรวจต้องแจ้นห้ามทัพ
เมื่อเวลา 19.00 น.วันนี้ (19 ส.ค.) ที่ สภ.อ.เมืองสมุทรปราการ นางศรี (นามสมมติ) ได้พา ด.ญ. เอ (นามสมมุติ) บุตรสาว อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ พร้อมเพื่อนนักเรียนหญิงชั้นเดียวกันอีก 7 คน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.นราธิป คงเพ็ชร ร้อยเวร สภ.อ.เมือง สมุทรปราการ ว่าถูกกลุ่มนักเรียนหญิงชั้น ม.5 โรงเรียนเดียวกันรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ โดยมี น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เป็นหัวโจก
อ่านข่าวแล้วต้องยกมือลูบอกว่า เด็กสาวๆสมัยนี้ช่างกล้าหาญชาญชัยจริงหนอ
ผมเป็นตำรวจ เห็นเหตุการณ์อย่างนี้มาไม่น้อย ขอบอกเป็นเครื่องเตือนสติชายทั้งหนุ่มและที่มีอายุทั้งหลาย ให้จำไว้ขึ้นใจ ว่า
“ไม่มีแรงโต้ตอบอะไร จะดุเดือดเท่ากับผู้หญิงโดนหยาม !”
ปีหนึ่งๆมีหญิงชายตายไปเพราะฆ่าฟันกันด้วยเรื่องรักๆใคร่ๆและความหึงหวง เป็นจำนวนมาก น่าจะมีการทำสถิติกันไว้บ้าง และจะต้องมีการสั่งสอนลุกหลานกันให้ดีในเรื่องการเลือกคู่ เลือกคนรัก การทำใจเมื่อความรักต้องพบกับความผิดหวัง
พดอย่างนี้ก็ฟังดูง่ายดี แต่พอเอาจริงเข้าแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ดังนั้นการฝึกให้ลูกหลานของเรา มีความมั่นคงทางอารมณ์เป็นเรื่องจำเป็นมาก
ผมได้อ่านความเห็นของบรรดาท่านผู้อ่านโพสท์ เข้ามาในกาแฟขม...ขนมหวาน ตอนที่ ๑๙๐ “แม่ผัวลูกสะใภ้...ใครว่านิยายน้ำเน่า !?” ความคิดเห็นที่ ๒๓ ของคุณ ม. ผมอ่านแล้วประทับใจมาก คุณ ม.บอกว่า
อ่านมาหลายเรื่อง ยังไม่มีใครมีแม่ผัวอย่างเรา รักกับลูกชายแกมา 15 ปี เพิ่งได้แต่งงาน เหตุผลแกบอกว่าให้ดูผู้หญิงคนอื่นบ้าง ไปอยู่บ้านสามีไม่นาน ทำกับข้าวให้กิน แกบอกบ้านนี้ไม่กินอาหารจีน พอทำอาหารไทย แกสั่งทุกคนในบ้าน(พ่อผัว ยาย ลูกสาว ลูกเขย หลาน 2) ไม่ให้กินของที่เราทำ เราเลยเลี่ยงไปกวาดถูบ้านชั้นล่าง(แกห้ามไม่ให้ขึ้นชั้น 2) แกถูกบ้านชั้นบนเสร็จก็เอาน้ำถูบ้านสาดลงมาใส่เราที่กำลังเดินผ่านลานหลังบ้าน เรากับสามีต้องนอนห้องข้างล่าง วันดีคืนดีแกก็มายืนแอบฟังเราสองคนคุยกันตรงหน้าต่าง เชื่อว่าคงแอบดูช่องผ้าม่านด้วยเวลาจ้ำจี้กัน สามีทนไม่ได้ถึงได้ชวนไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอก เวลาไปไหน แกแนะนำคนในบ้านให้คนอื่นรู้จัก แต่ไม่เคยแนะนำว่าเราเป็นใคร ไม่เคยเรียกชื่อ ถ้าจะหมายถึงเรา แกจะเรียกเราว่า นี่... พอหลานย่ามาเกิด แกบอกให้เราไปทำงานอีกจังหวัดนึง แกจะอยู่กับลูกชายและเลี้ยงหลานเอง (งง ไม่รู้ว่าครอบครัวของใครกันแน่)
วันนี้เวรกรรม หลานอีกคนที่แกเคยเลี้ยงติดยา ลูกเขยขอย้ายตัวเองไปอยู่อีกจังหวัดหนึ่งจะหากันต้องนั่งรถไฟ 8 ชั่วโมง แถมโกงเงินไปด้วย น้องเขยรถคว่ำตาย น้องชายตกงาน น้องสะใภ้เชิดเงินทิ้งสามีและลูกหนีไปอยู่กับสามีใหม่ ส่วนคุณแม่ผัวถูกชาวบ้านกล่าวหาด่าว่าโกงที่ดินคนแก่ ต้องย้ายบ้านหนี แม้แต่วัดที่เคยไปทำบุญมา 30 ปีกลับไปเหยียบไม่ได้ เพราะชาวบ้านรุมด่า อ่านแล้วยังไม่เชื่อตัวเองว่านี่เรื่องใกล้ตัวเรา ตอนนี้ต่างคนต่างอยู่ เพราะแกด่าลามถึงพ่อแม่เรา ทั้งที่พ่อแม่ตายไปแล้ว วันนี้อโหสิกรรมให้แกทุกอย่าง คิดซะว่าชาติที่แล้วเราทำเขามา ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเจอกัน ส่วนลูกชายแกถ้ารักมากก็มาพากลับไป แต่หลาน...อย่าหวัง ข้ามศพดิฉันไปก่อน
(ลงชื่อ) ม
ข้อเขียนของคุณ ม. อ่านแล้วโดนใจผมจริงๆ เพราะของรักของหวงของคุณ ม. เปลี่ยนจากสามีมาเป็นบุตร เรียกว่าแม่ผัวจะเอาพ่อของลูกไปก็เชิญ แต่ถ้าเอาลูกไป
ตายเป็นตาย...ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง ขนาดนั้นเลยทีเดียว !
พออ่านจบ เหมือนผมได้ยินเสียงคำรามของแม่เสือ ร้องกึกก้องในก้องไพรป่า เพื่อแสดงอำนาจและความมุ่งมั่น ในการปกป้องลูกน้อยของตนขึ้นมาทันที
เป็นอย่างนั้นจริงๆ ไม่ได้พูดเล่น !!
เรื่อง “ของรักของหวง” นั้น เวลาอ่านคอลัมน์ที่เขาตอบปัญหาเกี่ยวกับทางเพศ บรรดาคุณหมอที่ทำหน้าที่แก้ไขข้อข้องใจ ให้กับบรรดากระทาชายที่มีปัญหา เรียกเจ้าแก่นกายที่เป็นอาวุธของฝ่ายชายว่า “ของรักของหวง” บรรดากระทาชายทั้งหลายที่มีปัญหาเรื่องเพศ ต่างเขียนไปสอบถามกันเป็นจำนวนมาก
ปัญหาหนักที่สุดดูเหมือนจะเกิดจากการ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่รู้คุณหมอไปเอาสถิติมาจากไหนท่านบอกว่า
เท่าที่ได้มีการสำรวจพบว่า ผู้ชายไทยจำนวนประมาณสามล้านเจ็ดแสนคน “ของรักของหวง” ตกอยู่ภาวะการหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระดับต่างๆกัน บางคนก็ไม่สามารถปฏิบัติการได้ครบถ้วนกระบวนความตามหลักสากล บางคนก็ปฏิบัติงานกระพร่องกระแพร่ง ได้บ้างไม่ได้บ้างแบบปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง แต่โชคดีที่เพียงส่วนน้อยที่ตายสนิท ไม่สามารถจะปฏิบัติการได้เลย
อาจเป็นเพราะคุณหมอเรียก “ของรักของหวง” ของฝ่ายชายอย่างนี้กระมัง จึงทำให้เกิดการแปลงเพลง “หวงรัก” ของสุนทราภรณ์ไปนิดหน่อย ฟังแล้วน่าเอ็นดูด้วยซ้ำไป ว่า
ของของใครของใครก็ห่วง ของใครที่ห้อยเป็นพวง ห่วงใยรักใคร่ถนอม....
น่าแปลกนะครับท่านผู้อ่านที่เคารพ “ของรักของหวง”เขาใช้เรียกเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ไม่ยักใช้คำนี้กับองคาพยพของสุภาพสตรี ทำราวกับว่า เพศตรงข้ามฝ่ายชายไม่มีสิ่งที่เป็น“ของรักของหวง” เลยฉะนั้น หรืออาจเป็นเพราะว่า มีคำที่ใช้เรียกเฉพาะเพศหญิงว่า
“ของสงวน”
ฟังแล้วคิดถึงเพลง ‘สุดสงวน’ ของสุนทราภรณ์ที่ว่า
“โอ้แม่สุดสงวน น้องอย่ากวนใจพี่....”
ทำไมจึงใช้คำ “ของสงวน” ก็ไม่ทราบได้ แต่ก็ได้ก่อคำถามให้เกิดขึ้นในหัวใจของผมทันทีว่า
หากมีส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกายที่เป็น“ของสงวน” แล้ว
อยากจะรู้นักว่า
ตรงไหนบ้าง ที่คุณสุภาพสตรี...ไม่สงวน !?
ใครรู้...ช่วยตอบผมทีเถอะครับ
อยากรู้จัง !


