จีนได้เริ่มเชื่อมต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าหน่วยแรกจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเขตปกครองตนเองทิเบตเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติแล้วเมื่อวันศุกร์ ( 6 พ.ย. )
มีการศึกษาประเมินว่า เขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงชิงไห่ – ทิเบต และได้รับฉายาว่า “ดินแดนหลังคาโลก” มีศักยภาพในการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้มากเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งประเทศจีน จึงกลายเป็นจุดสนใจสำคัญสำหรับความพยายามด้านพลังงานหมุนเวียน
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พลังงานแสงอาทิตย์มีขนาดกำลังการผลิตรวมใหญ่ที่สุดในประเทศจีน แซงหน้าถ่านหินเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยทางการมีแผนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอีก 53% ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นนำพลังงานสะอาดมาใช้เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนก็กำลังพลิกโฉมวิถีชีวิตของผู้คนในการเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนที่มีมานานนับพันปีบนที่ราบสูงแห่งนี้
นาย เชา จวิ้น หัวหน้างานด้านความปลอดภัยของโครงการภายใต้บริษัท State Power Investment Corporation (SPIC) ในมณฑลไห่หนันระบุว่า โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางถึงประมาณ 374,396 ไร่ และได้นำแกะเข้ามาเลี้ยงในพื้นที่เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการตัดหญ้า ซึ่งทำให้ผู้เลี้ยงปศุสัตว์มีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันพลังงานที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะถูกส่งไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้เมืองศูนย์กลางธุรกิจ เรียกว่า ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
อย่างไรก็ตาม แนวคิดในการบูรณาการดังกล่าวถูกนักวิจัยบางส่วนคัดค้าน โดยระบุว่า โครงการพลังงานแสงอาทิตย์กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของพวกเลี้ยงสัตว์เร่ร่อนชาวทิเบต โดยที่ผู้คนเหล่านี้ไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจเปลี่ยนพื้นที่ทุ่งหญ้าให้กลายเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์
โครงการทำให้ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ที่เคยเปิดโล่งถูกแบ่งแยกออกเป็นส่วน ๆ แม้จะพอมีพื้นที่รอบแผงโซลาร์เซลล์ให้สัตว์กินหญ้าได้บ้าง แต่ก็ไม่เหมาะสมกับการประกอบอาชีพของพวกเลี้ยงปศุสัตว์เร่ร่อน ตามความเห็นของ เซวัง ดอร์จี นักวิจัยของสถาบันนโยบายทิเบต ในเมืองธรรมศาลา ประเทศอินเดีย
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นการอนุญาตให้นำสัตว์เข้ามาหากินในพื้นที่โครงการโซลาร์ฟาร์มได้อย่างไม่ทั่วถึง ผู้เลี้ยงบางคนได้ บางคนไม่ได้
แมนดี แมคคีโอน ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนของมูลนิธิด้านสิ่งแวดล้อมไกอา (Foundation for Gaia) ระบุว่า นี่ไม่ใช่การเลี้ยงสัตว์แบบที่เคยปฏิบัติกันมาแต่ดั้งเดิม
ซังเกย์ ทาชิ นักวิจัยด้านมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ ระบุในบทความเมื่อเดือนมิถุนายน ว่า เสียงลมที่พัดผ่านเสาและสายไฟของฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์ก่อให้เกิดเสียง "ต่อเนื่องและน่ารำคาญ" ซึ่งรบกวนทั้งคนและสัตว์ โดยเขาอ้างคำบอกเล่าของผู้คนในมณฑลชิงไห่
อย่างไรก็ตาม แนวคิดการบูรณาการนี้ก็มีข้อดีเช่นกัน
นายหลี่ หย่งหลิน วัย 25 ปี เป็นผู้หนึ่งที่ได้รับอนุญาตให้นำแกะเข้ามาเลี้ยงได้อย่างอิสระภายในพื้นที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งมีรั้วล้อมรอบ ในอำเภอกงเหอ มณฑลชิงไห่ เขาเปิดเผยว่า ทำให้การเลี้ยงสัตว์ง่ายกว่าเดิมมาก
นาย เหวิน อวี้จวิน วัย 43 ปีกล่าวว่า "ชีวิตเปลี่ยนไปมากทีเดียว" โดยปัจจุบันเขาสามารถดูแลฝูงสัตว์ด้วยตนเองได้มากถึง 700 หรือ 800 ตัว พร้อมประเมินว่ารายได้ต่อปีของเขาเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า เป็นเงินประมาณ 80,000 หยวน ( ประมาณ 402,112 บาท )
ที่มา : รอยเตอร์ / โกลบอลไทมส์


