xs
xsm
sm
md
lg

หวังลดความร้อนแรงเงินหยวน ธนาคารกลางจีนเตรียมเพิ่มอัตรากันสำรองสกุลเงินต่างประเทศ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สตรีผู้หนึ่งกำลังใช้โทรศัพท์มือถือขณะเดินผ่านสำนักงานใหญ่ของธนาคารประชาชนจีน ( ธนาคารกลาง )  ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2568 – ภาพ : รอยเตอร์
เงินหยวนแข็งค่าอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง จนธนาคารกลางจีนต้องงัดมาตรการ ซึ่งถือว่าเข้มงวดมากที่สุดมาตรการหนึ่งมาใช้ เพื่อชะลอการแข็งค่า
 
ตามประกาศของธนาคารกลางจีนเมื่อวันอังคาร ( 3 พ.ย.) ธนาคารกลางจะปรับเพิ่มอัตราการกันสำรองเงินตราต่างประเทศอีก 2 % จากเดิม 4% เป็น 6% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนเป็นต้นไป จุดมุ่งหมายก็เพื่อ "เสริมสร้างการบริหารจัดการสภาพคล่องของสกุลเงินต่างประเทศในสถาบันการเงินต่าง ๆ"


นาย มาร์โค ซุน หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดการเงินของ MUFG (ประเทศจีน) มองมาตรการของธนาคารกลางจีนว่า ถูกนำมาใช้เพื่อจัดการกับการแข็งค่าของเงินหยวนที่เกิดจากแรงซื้อขายในตลาด โดยพยายามลดแรงส่งที่ทำให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น ด้วยการดูดซับสภาพคล่องสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่ให้มีอยู่มากจนเกินไปในระบบธนาคาร พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้ตลาดเกิดความคาดการณ์ในทิศทางเดียวที่มากเกินไป

การปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าวจะทำให้เงินจำนวน 24,000 ล้านดอลลาร์ถูกดึงออกจากระบบการเงิน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำนักข่าวรอยเตอร์คำนวณจากข้อมูลเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศอย่างเป็นทางการ


มาตรการของธนาคารกลางจีนทำให้ค่าเงินหยวนรายวันมีแนวโน้มลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน โดยภายหลังการประกาศ เงินหยวนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ได้อ่อนค่าลงมากที่สุดถึง 0.37% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 6.6728 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับอ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม และมีแนวโน้มที่จะเป็นการปรับตัวลดลงรายวันครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมเป็นต้นมา


ขณะที่ค่าเงินหยวนในตลาดต่างประเทศก็ปรับตัวอ่อนค่าลงตามไปด้วยเช่นกัน


เงินหยวนแข็งค่าขึ้นกว่า 5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ส่งผลให้แตะระดับแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 และกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่มีการแข็งค่าโดดเด่นที่สุดในเอเชีย โดยมีปัจจัยหนุนจากจีนมีการส่งออกที่แข็งแกร่ง เกินดุลการค้ามาก และบริษัทต่าง ๆ แปลงเงินตราต่างประเทศกลับมาเป็นหยวนในปริมาณสูง


การปรับเพิ่มอัตราการกันสำรองเงินตราต่างประเทศครั้งนี้เป็นการกลับลำนโยบาย หลังจากธนาคารกลางจีน เคยตัดสินใจปรับลดอัตราดังกล่าวลงในเดือนกันยายน 2566 เพื่อสกัดกั้นการอ่อนค่าอย่างรวดเร็วของเงินหยวนและการไหลออกของเงินทุน


อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดไม่คาดว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของธนาคารกลางจีนจะส่งผลให้แนวโน้มขาขึ้นของเงินหยวนต้องเปลี่ยนทิศทางไปแต่อย่างใด

ที่มา : รอยเตอร์