ตลาดละครสั้นแนวตั้ง (Micro Drama) ในจีนกำลังกลายเป็นสมรภูมิแข่งขันครั้งใหม่ของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยเฉพาะเทนเซ็นต์ (Tencent) และไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของติ๊กต็อก (TikTok) หรือที่เรียก "โต่วอิน" ในจีน ทั้งสองค่ายเทคฯรายใหญ่นี้ ต่างเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มรับชมละครสั้นฟรี เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานและเพิ่มรายได้จากโฆษณา
ละครสั้นซึ่งแต่ละตอนมีความยาวเพียงไม่กี่นาที ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้น มีจุดหักมุมต่อเนื่อง และกระตุ้นอารมณ์ผู้ชม โดยปัจจุบันมีการนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้ผลิตเนื้อหามากขึ้น ทั้งการสร้างตัวละครและภาพประกอบ
หนึ่งในแพลตฟอร์มที่เพิ่งอกมาได้ราวหนึ่งปีและกำลังเติบโตอย่างโดดเด่นคือ ลี่ว์เพ่าเพา (Lvpaopao /绿泡泡) แอปพลิเคชันย่อยสำหรับวิดีโอสั้นของเทนเซ็นต์ ซึ่งให้บริการผ่านวีแชต (WeChat) และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปรับแบรนด์มาเป็น Lvpaopao เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ข้อมูลจากหน่วยบริการวิเคราะห์ QuestMobile ระบุว่า Lvpaopao มีผู้ใช้งานรายเดือนสูงถึง 143 ล้านคน ณ เดือน ส.ค. 2569 ขณะที่จำนวนผู้ใช้งานรายสัปดาห์ในสัปดาห์แรกของเดือน ต.ค. ทะลุ 89.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของเดือนก่อนหน้า
การเติบโตดังกล่าวสร้างแรงกดดันต่อไบต์แดนซ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มละครสั้นยอดนิยมอย่าง หงกั่ว (Hongguo/红果) แอปละครสั้นของหงกั่วซึ่งเปิดตัวเมื่อปี 2566 และมีผู้ใช้รายวันวัน เท่ากับ 168 ล้าน (ข้อมูลเดือน ก.ค. 2569 ) ส่วนยอดผู้ใช้รายเดือน (ข้อมุลเดือน มิ.ย.2569 ) เท่ากับ 368 ล้าน
อัตราการเติบโต ณ ตอนนี้ ของเทนเซ็นต์ในตลาดละครสั้นและวิดีโอสั้นกว่าทั้งโต่วอิน (ติ๊กต็อก เวอร์ชันจีน) และหงกั่วอย่างมาก โดยตลาดดังกล่าวมีการแข่งขันเต็มรูปแบบและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนไม่มีบริษัทใดสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้อย่างแน่นอน
รายงานระบุว่า แอปพลิเคชันละครสั้นในจีน มีผู้ใช้งานรายเดือนรวมกันถึง 467 ล้านคน ณ เดือน ส.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 77.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมบันเทิงรูปแบบใหม่นี้
ความนิยมของละครสั้นที่สร้างด้วย AI ยังทำให้เกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน หลังมีข้อความแพร่กระจายบนสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้โทเคน AI ในจีนถูกนำไปใช้ผลิตละครสั้น แทนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ
ต่อมาไบต์แดนซ์ได้ออกมาชี้แจงว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยไบต์แดนซ์ระบุว่า มีการใช้กำลังประมวลผลของบริษัทประมาณ 10% สำหรับการฝึกและให้บริการโมเดล AI ที่ใช้สร้างวิดีโอ
ทั้งนี้ การเติบโตของตลาดละครสั้นกำลังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับชมความบันเทิงของชาวจีนอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลต่อการแข่งขันในธุรกิจสตรีมมิง สื่อสังคมออนไลน์ และโฆษณาดิจิทัลในระยะต่อไป
ที่มาข่าว: สื่อจีน /เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่งโพสต์


