เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2569 พรรคคอมมิวนิสต์จีนเปิดการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคชุดที่ 20 ณ กรุงปักกิ่ง โดยมีกำหนดประชุมเป็นเวลา 4 วัน จนถึงวันที่ 29 ต.ค. เพื่อหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารจัดการภายในพรรค การรักษาวินัย และความจงรักภักดีต่อผู้นำสูงสุด
วาระสำคัญของการประชุมปิดลับนี้ ประกอบด้วยการรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของกรมการเมืองต่อคณะกรรมการกลาง และการพิจารณารับรองเอกสารว่าด้วยการยกระดับการกำกับดูแลตนเองของพรรค โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นผู้เสนอรายงานและชี้แจงร่างเอกสารดังกล่าว
คาดว่าผลการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จัดประจำปี จะถูกเปิดเผยผ่านแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันปิดการประชุม
ในช่วงเวลาเดียวกัน หนังสือพิมพ์เหรินหมินรื่อเป้า หรือพีเพิลส์เดลี ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการขนาดยาวภายใต้นามปากกา “เหรินจ้งผิง” ซึ่งแสดงจุดยืนสำคัญของหนังสือพิมพ์ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการยกระดับการกำกับดูแลภายในพรรคอย่างเข้มงวด
บทความระบุว่า นับตั้งแต่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งที่ 18 เมื่อปี 2555 แนวคิดของสี จิ้นผิงว่าด้วยการสร้างพรรค ได้กลายเป็นหลักการสำคัญในการบริหารจัดการและรักษาวินัยภายในพรรค โดยแนวคิดดังกล่าวได้รับการนำเสนออย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
บทความยังระบุว่า การทุจริตคอร์รัปชันถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐบาลภายใต้การนำของสี จิ้นผิง ได้ดำเนินการปราบปรามอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ภายใต้หลักการที่ว่า ยอมทำให้คนหลายพันคนไม่พอใจ ดีกว่าทำให้ประชาชน 1,400 ล้านคน ผิดหวัง
มาตรการรักษาวินัยยังครอบคลุมถึงการปราบปรามการจัดเลี้ยงและดื่มสุราที่ไม่เหมาะสม การรับของขวัญที่ฝ่าฝืนระเบียบ ตลอดจนการดำเนินโครงการที่เน้นสร้างภาพลักษณ์หรือผลงานทางการเมืองของเจ้าหน้าที่ แต่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ บทความยังให้ความสำคัญกับการยึดมั่นในอำนาจการนำแบบรวมศูนย์ของคณะกรรมการกลางพรรค โดยระบุว่าเป็นหลักการสูงสุดของการนำพรรค และเป็นองค์ประกอบสำคัญของแนวคิดสี จิ้นผิงว่าด้วยการสร้างพรรค
บทความระบุว่า ความสำเร็จในการปราบปรามคอร์รัปชันตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ช่วยขจัดปัญหาและความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพระยะยาวของพรรค ประเทศ และกองทัพ
อย่างไรก็ตาม การสอบสวนคอร์รัปชันระลอกใหม่ตั้งแต่ปี 2565 ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อผู้นำกองทัพจีน โดยเฉพาะกรณีของจางโหย่วสยา รองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง และหลิวเจิ้นลี่ กรรมการคณะกรรมาธิการฯ ซึ่งถูกดำเนินการสอบสวนในปี 2569 นี้
รายงานระบุว่า ภายหลังการพ้นจากตำแหน่งของนายทหารระดับสูงทั้งสองคน คณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง ซึ่งเดิมมีสมาชิก 7 คน เหลือสมาชิกเพียง 2 คน รวมถึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
บทความของพีเพิลส์เดลียังเน้นย้ำหลักการทางการเมืองที่เรียกว่า “สองการสถาปนา” ซึ่งหมายถึงการสถาปนาสี จิ้นผิงเป็นแกนกลางของพรรค และการสถาปนาแนวคิดสี จิ้นผิงว่าด้วยสังคมนิยมอัตลักษณ์จีนในยุคใหม่ ให้เป็นแนวคิดชี้นำของพรรค
ขณะเดียวกัน ยังเรียกร้องให้ยึดมั่นในหลักการ “สองการพิทักษ์”ซึ่งมุ่งปกป้องสถานะผู้นำแกนกลางของสี จิ้นผิง และอำนาจการนำแบบรวมศูนย์ของคณะกรรมการกลางพรรค เพื่อรักษาเสถียรภาพท่ามกลางความท้าทายทั้งภายในและภายนอกประเทศ
บทความยังเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์การเดินทัพทางไกลในประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อเน้นย้ำความจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งของพรรคและรักษาเอกภาพภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดปัจจุบัน ซึ่งมีสมาชิกเต็มจำนวน 205 คน กำลังเผชิญการสอบสวนคอร์รัปชันครั้งใหญ่ โดยจากการรวบรวมข้อมูลของหนังสือพิมพ์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ พบว่าสมาชิกเต็มคณะอย่างน้อย 35 คน ถูกสอบสวนหรือถูกถอดถอนจากตำแหน่งในสภาประชาชนแห่งชาติ โดยหลายรายถูกกล่าวหาว่าขาดความจงรักภักดีต่อผู้นำส่วนกลาง
คาดว่าการประชุมครั้งนี้จะมีการรับรองอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปลดสมาชิกบางส่วนออกจากคณะกรรมการกลางพรรค ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของสี จิ้นผิงในการกระชับอำนาจและเสริมสร้างวินัยทางการเมืองภายในพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ที่มา: SCMP


