xs
xsm
sm
md
lg

ความมั่นคงด้านพลังงานของจีนแข็งแกร่ง เฉพาะแค่ท่อส่งน้ำมันดิบจีน-เมียนมาส่งน้ำมันได้มากกว่า 100 ล้านตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพถ่ายทางอากาศโรงเก็บน้ำมันที่ปรากฏในรายงานข่าวท่อส่งน้ำมันดิบจีน-เมียนมาของ CCTV เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 - ภาพ :  CCTV News
ท่อส่งน้ำมันดิบเชื่อมระหว่างจีนกับเมียนมา นับเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำหรับนำเข้าพลังงานหรือระเบียงนำเข้าพลังงานหลักลำดับที่ 4 ของจีน เพื่อช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศอย่างทั่วถึงในทุกภูมิภาค


การสร้างท่อส่งน้ำมันดิบสายนี้ถือเป็นความสำเร็จล่าสุดของจีนในการพยายามขยายการก่อสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซสายหลักทั่วประเทศ โดยตามรายงานของบริษัทเครือข่ายท่อส่งน้ำมันและก๊าซแห่งประเทศจีน ( China Oil & Gas Pipeline Network Corp) หรือ ไปป์ไชน่า (PipeChina) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ท่อส่งน้ำมันดิบจีน-เมียนมาได้ขนส่งน้ำมันไปแล้วกว่า 100 ล้านตัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2560 ซึ่งทำให้การกระจายพลังงานในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนปรับปรุงดีขึ้น

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ ท่อส่งน้ำมันนี้ยังทำให้จีนมีหนทางเลือกในการนำเข้าน้ำมันดิบโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา นอกจากนั้น ยังสนับสนุนการค้าพลังงานในต่างประเทศอีกด้วย

ท่อส่งน้ำมันดิบเริ่มต้นในเมียนมาและเข้าสู่จีนผ่านเมืองรุ่ยหลี่ในมณฑลยูนนานทางตะวันตกเฉียงใต้ โดยส่วนที่อยู่ในจีนมีความยาว 618 กิโลเมตร และทอดยาวไปยังโรงกลั่นปิโตรเคมียูนนานในเมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน ท่อส่งเริ่มเปิดดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2560 สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานเมื่อวันจันทร์ ( 26 ต.ค. ) โดยอ้างอิงจากไปป์ไชน่า

นายเฉิง อี้ว์เทา รองผู้จัดการฝ่ายการตลาดของไปป์ไชน่า สาขายูนนาน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ มณฑลยูนนานต้องพึ่งพาการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปทางบกจากพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของจีนเป็นอย่างมาก แต่ในปัจจุบัน ท่อนำเข้าน้ำมันดิบจากเมียนมาส่งผลให้เกิดห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการนำเข้าน้ำมันดิบ การกลั่น และการขนส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปออกไป กล่าวคือน้ำมันดิบที่นำเข้าผ่านท่อส่งจะถูกกลั่นในท้องถิ่นที่โรงงานปิโตรเคมีของยูนนาน จากนั้นผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะถูกขนส่งต่อไปโดยผ่านท่อส่งน้ำมันสำเร็จรูปในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ปัญหาสำคัญของมณฑลยูนนานก็คือมีภูมิประเทศเป็นภูเขา ไปป์ไชน่าจึงแก้ปัญหาด้วยการนำแนวทางการจัดการอัจฉริยะมาใช้ ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินงานแบบไร้มนุษย์ควบคุม สถานีอัตโนมัติ และบุคลากรตอบสนองเหตุฉุกเฉินที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเฉพาะ มีการจัดตั้งสถานีอัจฉริยะขึ้น 5 แห่ง ขณะที่ท่อส่งน้ำมันขนส่งน้ำมันดิบเฉลี่ยวันละ 35,000 ตัน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2560 น้ำมันดิบที่ขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันจีน-เมียนมาใช้เวลาในการขนส่งภายในประเทศจีนนาน 19 วัน จึงมาถึงโรงงานปิโตรเคมียูนนาน ซึ่งถือเป็นการเปิดใช้งานส่วนท่อส่งน้ำมันภายในประเทศอย่างประสบความสำเร็จ

เมื่อเทียบกับเส้นทางผ่านช่องแคบมะละกา เส้นทางนี้ช่วยลดระยะทางการขนส่งลง 1,820 ไมล์ทะเล ช่วยลดความเสี่ยงและต้นทุนการขนส่ง ตามรายงานของสำนักข่าวพลังงานจีน ( China Energy News )

สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2562ว่า ผลิตภัณฑ์กลั่นจากโรงงานปิโตรเคมียูนนานถูกส่งไปยังมณฑลยูนนาน เสฉวน ฉงชิ่ง และกุ้ยโจว โรงกลั่นเริ่มส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซลไปยังตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2561

ในเดือนเมษายน 2562 โรงกลั่นได้ส่งออกก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เกือบ 50 ตันไปยังเมียนมา ซึ่งนับเป็นการส่งออก LPG ครั้งแรกของบริษัทน้ำมันแห่งชาติจีน (China National Petroleum Corp -CNPC) ไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภายในเดือนมิถุนายน 2562 โรงกลั่นได้ส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยมากกว่า 10,000 ตันต่อเดือน โดยใช้จุดผ่านพิธีการศุลกากรและเส้นทางการส่งออก 14 แห่ง

นับตั้งแต่ต้นปี 2569 จีนมีการสร้างท่อส่งน้ำมันและก๊าซสายหลักใหม่ทั่วประเทศกว่า 2,500 กิโลเมตร เครือข่ายท่อส่งสายหลักของประเทศมีความยาวเพิ่มขึ้นเป็น 112,900 กิโลเมตร ครอบคลุม 30 ภูมิภาคระดับมณฑลและเขตบริหารพิเศษฮ่องกง

ทั้งนี้ จีนมีเส้นทางนำเข้าพลังงานหลักอยู่ 4 สาย ได้แก่ ระเบียงตะวันออกเฉียงเหนือ : ผ่านท่อส่งน้ำมันและก๊าซจีน–รัสเซีย ระเบียงตะวันตกเฉียงเหนือ : ผ่านท่อส่งน้ำมันจีน–คาซัคสถาน และท่อส่งก๊าซภูมิภาคเอเชียกลางกับจีน ระเบียงทางทะเล (Southeast Maritime Corridor) คือเส้นทางขนส่ง LNG และน้ำมันทางเรือจากตะวันออกกลาง แอฟริกา และออสเตรเลีย  และระเบียงตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งก็คือท่อส่งน้ำมันจีน–เมียนมา



ที่มา : โกลบอลไทมส์