การจัดงานรำลึกถึงซุต ยัตเซ็น วีรบุรุษนักปฏิวัติชาวจีน กลายเป็นประเด็นจุดข้อพิพาทครั้งใหม่ระหว่างจีนกับไต้หวัน ซึ่งต่างก็ให้ความเคารพและอ้างสิทธิ์การเป็นผู้สืบทอดอุดมการณ์ของเขา
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลไทเปได้ประกาศห้ามเจ้าหน้าที่ไต้หวันเข้าร่วมงานรำลึกวาระครบรอบ 160 ปีชาตกาลของซุน ยัตเซ็น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน ณ กรุงปักกิ่ง บนจีนแผ่นดินใหญ่ ทำให้รัฐบาลจีนออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง โดยนาย จางหาน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแผ่นดินใหญ่ประณามคำสั่งดังกล่าวเมื่อวันพุธ ( 21 ต.ค. ) ว่าเป็นการ “ทรยศต่อประวัติศาสตร์” และจะยิ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันอย่างรุนแรงมากขึ้น
นับเป็นครั้งแรก ที่รัฐบาลจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า ( DPP ) ของไต้หวัน ได้ขัดขวางอย่างเป็นทางการ ไม่ให้เจ้าหน้าที่ไต้หวันเข้าร่วมพิธีรำลึกดังกล่าวบนจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งรวมถึงอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมและความมั่นคง โดยสภากิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของไต้หวันยังเรียกร้องให้ “ทุกภาคส่วน” งดเว้นการเดินทางไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง หรือมาเก๊า เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ เมื่อสิบปีก่อน ในงานฉลองครบรอบ 150 ปี ซึ่งจัดขึ้น ณ มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง มีอดีตนายทหารไต้หวันอย่างน้อย 32 นาย รวมถึงอดีตบุคคลระดับสูงของพรรคก๊กมินตั๋ง อีกหลายคนเข้าร่วมงาน
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานรำลึกครั้งนั้นว่าสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์คือ “ผู้สืบทอดอุดมการณ์การปฏิวัติของซุน ยัตเซ็น ที่มีความซื่อสัตย์มั่นคงที่สุด” พร้อมกับส่งคำเตือนอย่างจริงจังไปยังกลุ่มเคลื่อนไหวที่สนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนว่า จีนจะไม่ยอมให้มีการแยกไต้หวันออกจากดินแดนจีนอย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงดังกล่าวถูกพรรคก๊กมินตั๋งโต้กลับทันทีว่าพรรคก๊กมินตั๋งต่างหากที่เป็นผู้สืบทอดที่ชอบธรรมตามอุดมการณ์ดั้งเดิมของซุน ยัตเซ็น พร้อมระบุว่านี่เป็น “ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้และไม่ต้องถกเถียงกันอีก”
ด้านสภาการกิจการแผ่นดินใหญ่กล่าวหาปักกิ่งว่าบิดเบือนข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับซุน ยัตเซ็น และอ้างว่าพรรคคอมมิวนิสต์ใช้กิจกรรมรำลึกเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อเพื่อส่งเสริมวาทกรรม "ต่อต้านการแยกตัวเป็นอิสระ สนับสนุนการรวมชาติ"
การปฏิวัติของซุน ยัตเซ็นทำให้การปกครองระบอบจักรพรรดิที่มีมานานกว่า 2,000 ปีในจีนสิ้นสุดลง โดยซุน ยัตเซ็นก่อตั้งสาธารณรัฐจีนขึ้นในปี ค.ศ. 1912 ( พ.ศ. 2455 ) และยังเป็นผู้ก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋งอีกด้วย โดยซุน ยัตเซ็นถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1925 (พ.ศ. 2468 )
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเกิดสงครามกลางเมือง ซึ่งสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1949 (พ.ศ. 2492 ) โดยรัฐบาลพรรคก๊กมินตั๋งได้ลี้ภัยไปยังไต้หวัน ในขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับการสถาปนาขึ้นบนแผ่นดินใหญ่โดยเหมา เจ๋อตง และพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ในไต้หวัน ซุนยัตเซ็นได้รับการยกย่องในฐานะบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน ซึ่งยังคงเป็นชื่อทางการของไต้หวันมาจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่บนจีนแผ่นดินใหญ่ ซุนยัตเซ็นได้รับการยกย่องอย่างเป็นทางการว่าเป็น “ผู้บุกเบิกการปฏิวัติประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่” นอกจากนั้น รัฐบาลปักกิ่งได้หยิบยกมรดกทางความคิดของเขามาเป็นส่วนหนึ่งของวาทกรรมเรื่องการรวมชาติอีกด้วย
ที่มา : เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์


