xs
xsm
sm
md
lg

"จาง อีหมิง" ผู้ก่อตั้ง TikTok ผงาดขึ้นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเอเชีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จาง อีหมิง (Zhang Yiming) ผู้ก่อตั้งบริษัท ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นชื่อดังอย่าง TikTok และโต่วอิน (Douyin) ได้ขึ้นแท่นเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียอย่างเป็นทางการ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 1.055 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.53 ล้านล้านบาท) จากการจัดอันดับ ดัชนีมหาเศรษฐีบลูมเบิร์ก (Bloomberg Billionaires Index)

การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในครั้งนี้ ส่งผลให้ จาง อีหมิง สามารถแซงหน้ามหาเศรษฐีอินเดียที่เคยครองตำแหน่งสูงสุดของเอเชียมาอย่างยาวนาน โดย โคตัม อดานี (Gautam Adani) ประธาน อดานี กรุ๊ป หล่นไปอยู่อันดับที่ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 1.048 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.51 ล้านล้านบาท) ขณะที่ มูเกช อัมบานี (Mukesh Ambani) ประธาน รีไลเอนซ์ กรุ๊ป ตามมาเป็นอันดับที่ 3 ด้วนมูลค่าทรัพย์สิน 8.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.72 ล้านล้านบาท) 

ทรัพย์สินของ จาง อีหมิง เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 8 เท่า นับตั้งแต่มีการจัดอันดับในปี 2562 ซึ่งในขณะนั้นเขามีทรัพย์สินอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.35 แสนล้านบาท) 

จาง อีหมิง เกิดเมื่อปี 2526 ที่เมืองหลงเหยียน มณฑลฟูเจี้ยน ประเทศจีน สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์จากมหาวิทยาลัยหนานไค เขาได้ร่วมก่อตั้ง ไบต์แดนซ์ ขึ้นในปี 2555 ร่วมกับ เหลียง รู่โป (Liang Rubo) เพื่อนร่วมห้องในหอพักมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท โดยเขาได้ตัดสินใจดำเนินธุรกิจด้วยตนเองแทนที่จะพึ่งพาเงินลงทุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง ไป่ตู้ (Baidu) อาลีบาบา (Alibaba) หรือ เทนเซ็นต์ (Tencent)

ผลงานความสำเร็จแรกของเขาคือ จินรื่อ โถวเถียว (Jinri Toutiao) แอปพลิเคชันข่าวสารที่ใช้ อัลกอริทึม วิเคราะห์ข้อมูลผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ก่อนจะขยายสู่แพลตฟอร์มวิดีโออย่าง โต่วอิน ในปี 2559 และ TikTok สำหรับตลาดต่างประเทศ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

แม้ว่า จาง อีหมิง จะก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอในปี 2564 ขณะอายุได้ 38 ปี โดยส่งต่อการบริหารรายวันให้แก่ เหลียง รู่ปัว แต่เขายังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์ด้านเทคโนโลยี (Chief Technology Strategist) นำการพัฒนา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นขุมพลังการเติบโตใหม่ของบริษัท รวมถึงดูแลเรื่องความสัมพันธ์และมาตรการกำกับดูแลจากต่างประเทศ

การเปลี่ยนแปลงอันดับมหาเศรษฐีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า โครงสร้างความมั่งคั่งของเอเชียกำลังเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มธุรกิจทรัพยากรและสินค้าอุปโภคบริโภคแบบดั้งเดิม ไปสู่สินทรัพย์เทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มและอัลกอริทึม 

ที่มา: Bloomberg